โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เปิดลิสต์ 10 บริษัทใหญ่ ‘ซื้อหุ้นคืน’

The Bangkok Insight

อัพเดต 31 มี.ค. 2568 เวลา 01.14 น. • เผยแพร่ 31 มี.ค. 2568 เวลา 01.04 น. • The Bangkok Insight

เปิดลิสต์ 10 บริษัทใหญ่ "ซื้อหุ้นคืน" ในจังหวะที่ตลาดหุ้นไทยถูกที่สุดในโลก

โค้งแรกของปี 2568 ดัชนี SET Index ยังคงอยู่ต่ำกว่า 1200 จุด และตลาดหุ้นไทยยังคงเป็นตลาดที่ทำผลงานได้ย่ำแย่ที่สุดเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นหลักอื่นๆ ทั่วโลก ทำให้ปีนี้เกิดกระแสการซื้อหุ้นคืนของบริษัทจดทะเบียนจำนวนมาก หลังหุ้นหลายตัวราคาถูกลงจนต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี ประกอบกับบริษัทขนาดใหญ่หลายแห่งก็ยังคงถือเงินสดในมือจำนวนมาก

การซื้อหุ้นคืน หรือ Treasury Stock คือ กระบวนการที่บริษัทจดทะเบียนนำเงินสดไปซื้อหุ้นของตนเองจากตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยหุ้นที่บริษัทซื้อคืน จะไม่นับเป็นองค์ประชุมถือหุ้น ไม่มีสิทธิ์ออกเสียง ไม่มีสิทธิ์รับเงินปันผล ดังนั้น แปลว่าเมื่อมีการซื้อหุ้นคืน จะส่งผลให้จำนวนหุ้นในตลาดลดลงทันที

ซื้อหุ้นคืน

ทั้งนี้ บริษัทสามารถถือหุ้นดังกล่าวไว้ได้ตามระยะเวลาที่กำหนด ต้องถืออย่างน้อย 6 เดือน และไม่เกิน 3 ปี หากบริษัทไม่นำหุ้นดังกล่าวกลับมาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือเสนอขายต่อประชาชน ก็ต้องดำเนินการลดทุนโดยตัดหุ้นที่ซื้อคืนออกจากระบบ

จะเห็นว่าการที่บริษัทซื้อหุ้นคืน ถือเป็นอีกวิธีในการสะท้อนความเชื่อมั่นใจตัวธุรกิจ และสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ถือหุ้นรายอื่นๆ แต่อย่างไรก็ดี กลไกของการซื้อหุ้นคืน ก็สามารถใช้เป็นเครื่องมือทางการเงินชนิดหนึ่งได้เหมือนกัน เนื่องจากเมื่อจำนวนหุ้นในตลาดลดลง ย่อมส่งผลต่ออัตราส่วนทางการเงินอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย

เปิด 10 หุ้นใหญ่ ซื้อหุ้นคืน

พบว่าในปี 2568 มีบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้มีการประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน ซึ่งนับจากต้นปีจนถึงปัจจุบัน (27 มีนาคม 2568) มีมากถึง 29 แห่งแล้ว คิดเป็นมูลค่ารวมเกือบ 3 หมื่นล้านบาท

โดยบทความนี้เราได้ยกตัวอย่างเฉพาะ 10 หุ้นใหญ่ ที่มีอิทธิพลต่อตลาดสูงๆ ได้ประกาศซื้อหุ้นคืน มาฝากกันดังนี้

ซื้อหุ้นคืน

1. PTT: บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)
วงเงินซื้อหุ้นคืน 16,000 ล้านบาท ช่วงเวลา 24 มีนาคม - 23 กันยายน 2568

2. TTB: ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน)
วงเงินซื้อหุ้นคืน 7,000 ล้านบาท ช่วงเวลา 3 กุมภาพันธ์ - 1 สิงหาคม 2568

3. STECON: บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน)
วงเงินซื้อหุ้นคืน: 900 ล้านบาท ช่วงเวลา 18 มีนาคม - 17 กันยายน 2568

4. SKR: บริษัท ศิครินทร์ จำกัด (มหาชน)
วงเงินซื้อหุ้นคืน 700 ล้านบาท ช่วงเวลา 31 มีนาคม - 25 กันยายน 2568

5. PSL: บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน)
วงเงินซื้อหุ้นคืน 675 ล้านบาท ช่วงเวลา 3 มีนาคม- 29 สิงหาคม 2568

ซื้อหุ้นคืน

6. PRM: บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน)
วงเงินซื้อหุ้นคืน 600 ล้านบาท ช่วงเวลา 3 มีนาคม - 3 กันยายน 2568

7. ACE: บริษัท แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้ จำกัด (มหาชน)
วงเงินซื้อหุ้นคืน 500 ล้านบาท ช่วงเวลา 10 มีนาคม - 5 ก.ค. 2568

8. ASP: บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
วงเงินซื้อหุ้นคืน: 500 ล้านบาท ช่วงเวลา 1 เม.ย. - 30 กันยายน 2568

9. EKH: บริษัท เอกชัยการแพทย์ จำกัด (มหาชน)
วงเงินซื้อหุ้นคืน 400 ล้านบาท ช่วงเวลา 132 มี.ค. - 11 กรกฎาคม 2568

10. DRT: บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน)
วงเงินซื้อหุ้นคืน 320 ล้านบาท ช่วงเวลา 17 มีนาคม - 27 มีนาคม 2568

สุดท้ายนักลงทุนคงต้องวิเคราะห์ และแยกให้ออกว่า การซื้อหุ้นคืน เป็นแค่เทคนิคเพื่อสร้างจิตวิทยาเชิงบวกต่อราคาหุ้นในระยะสั้นเท่านั้น หรือเป็นแผนระยะยาวที่มีประสิทธิภาพจริงๆ ต่อบริษัท ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ บล. เอเซีย พลัส ระบุว่า การที่หุ้นใน SET100 ลงมาเร็วและลงมาลึก จากจุดสูงสุดปีที่แล้วเฉลี่ย -34% จนมีหุ้นใน SET100 ถึง 39 ตัว ที่มีราคาต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี (PBV น้อยกว่า 1) ส่งผลให้ปัจจุบันเริ่มเห็นการประกาศซื้อหุ้นคืนจากหุ้นขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...