เตรียมกดโควตา! สรุปรายละเอียด 'Work and Holiday 2025' วีซ่าทำงาน-ท่องเที่ยวที่ออสเตรเลีย สำหรับคนไทยอายุ 18-30 ปี
สวัสดีชาว Dek-D ทุกคนค่า~ พี่ลูกหมูเชื่อว่าหลายคนตั้งตารอโครงการนี้อยู่ ซึ่งตอนนี้ก็ได้เวลาของว่าที่ #ทีมออสเตรเลียแล้วค่ะ เพราะล่าสุดกรมกิจการเด็กและเยาวชน ได้ประกาศการรับสมัครเยาวชนไทยอายุ 18-30 ปี เข้าร่วม ‘โครงการตรวจลงตราทำงานและท่องเที่ยวไทย - ออสเตรเลีย ประจำปี 2568’หรือที่เรารู้จักกันในนาม ‘Work and Holiday’โดยปีนี้มีโควตารวมทั้งหมด 2,000 คนใครกำลังรอสมัคร พี่ลูกหมูได้สรุปรายละเอียดและกำหนดการมาให้เตรียมพร้อมกันค่ะ!
Work and Holiday Visa Thailand – Australia 2025
โครงการตรวจลงตราทำงานและท่องเที่ยวไทย – ออสเตรเลีย ประจำปี 2568 “Work and Holiday Visa”เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและออสเตรเลีย ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนไทยอายุระหว่าง 18-30 ปี เดินทางไปออสเตรเลีย เพื่อทำงาน ท่องเที่ยว และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมเป็นระยะเวลา 1 ปี ซึ่งโครงการนี้ช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้เปิดประสบการณ์ใหม่ ฝึกปรับตัวกับวัฒนธรรมที่แตกต่าง เรียนรู้การใช้ชีวิตในต่างประเทศ รวมถึงพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษและได้รับประสบการณ์การทำงานระดับนานาชาติ โดยมีโควตาเยาวชนไทยเข้าร่วมโครงการปีละ 2,000 คน
รายละเอียดวีซ่า
- พำนักอาศัยในออสเตรเลียได้นานถึง 12 เดือน
- สามารถทำงานประเภทใดก็ได้ แต่ทำงานกับนายจ้างที่หนึ่งไม่เกิน 6 เดือน
- สามารถเข้าเรียนคอร์สระยะสั้นสูงสุด 4 เดือน (17 สัปดาห์)
ศึกษารายละเอียดวีซ่า
คุณสมบัติผู้สมัคร
- มีสัญชาติไทย
- อายุระหว่าง 18 – 30 ปี (อายุยังไม่เกิน 31 ปีบริบูรณ์ ณ วันที่ยื่นขอวีซ่ากับสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย)
- จบการศึกษาตั้งแต่ระดับปริญญาตรีขึ้นไป
- มีหลักฐานแสดงทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ (รายละเอียดคะแนนอยู่ในหัวข้อถัดไป)
- ต้องเดินทางคนเดียว (ไม่มีผู้ติดตาม)
- มีหลักฐานทางการเงินเป็นบัญชีออมทรัพย์ (ชื่อบัญชีของผู้สมัคร) มากว่า 5,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย ขึ้นไป (ประมาณ 120,000 บาท)
- มีความประพฤติและสุขภาพดี
เช็กลิสต์เอกสารประกอบการสมัคร
ตามข้อตกลงของโครงการ ผู้ที่จะยื่นขอวีซ่านี้ จะต้องแนบหลักฐานหนังสือรับรองคุณสมบัติ ซึ่งออกให้โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ทั้งนี้ การสมัครขอรับหนังสือรับรองคุณสมบัติดังกล่าว ผู้สมัครจะต้องยื่นแสดงเอกสารสำคัญ ดังนี้
- ใบสมัคร 1 ชุด พร้อมลายเซ็นของผู้สมัคร
- บัตรประจำตัวประชาชน(ที่ยังไม่หมดอายุการใช้งาน)
- ทะเบียนบ้าน
- หนังสือเดินทางของผู้สมัคร (Passport)ที่ยังไม่หมดอายุการใข้งาน นับถึงวันรับสมัคร (วันที่ 27 มีนาคม 2568)
- หนังสือรับรองฐานะการเงินจากธนาคารพาณิชย์จำนวน 1 ฉบับโดยต้องเป็นชื่อบัญชีของผู้สมัคร ประเภทออมทรัพย์ ระบุจำนวนเงินไม่น้อยกว่า 120,000 บาทไทย (หรือ 5,000 AUD) และเป็นหนังสือฉบับจริงที่ออกโดยเจ้าหน้าที่ธนาคารเท่านั้น (มีตราประทับหรือลายมือชื่อกำกับ) อายุไม่เกิน 30 วัน และออกให้ก่อนวันรับสมัครเข้าร่วมโครงการเพื่อพิจารณาเอกสาร (ก่อนวันที่ 27 มีนาคม 2568) ทั้งนี้ เป็นไปตามข้อกำหนดจากสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย
- สำเนาหลักฐานเกี่ยวกับทักษะภาษาอังกฤษโดยต้องแนบหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่ง ผลการสอบต้องมีอายุไม่เกิน 1 ปี (ผลสอบออกก่อนวันรับสมัครเข้าร่วมโครงการ วันที่ 27 มีนาคม 2568 และอายุไม่เกิน 1 ปี เมื่อนับถึงวันที่ 16 พฤษภาคม 2568)
- IELTS รวมทุกทักษะ (overall) ไม่ต่ำกว่า 4.5
- TOEFL iBT รวมทุกทักษะ (overall) ไม่ต่ำกว่า 32
- PTE Academic รวมทุกทักษะ (overall) ไม่ต่ำกว่า 30
- Cambridge English (CAE) รวมทุกทักษะ (overall) ไม่ต่ำกว่า 147
- ใบแสดงวุฒิการศึกษา และ ใบแสดงผลการเรียนระดับปริญญาบัตร หรือ ประกาศนียบัตรจากประเทศออสเตรเลีย หลักสูตร 1 ปี
- ใบแสดงวุฒิการศึกษา และ ใบแสดงผลการเรียน ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ระดับอนุปริญญา/ปริญญาตรีขึ้นไป หลักสูตรเต็มเวลาที่ใช้ภาษาอังกฤษ ระยะเวลาอย่างน้อย 2 ปี
- ใบแสดงวุฒิการศึกษา และ ใบแสดงผลการเรียนระดับมัยมศึกษา หลักสูตรที่ใช้ภาษาอังกฤษ ระยะเวลา 5 ปี
- ใบแสดงวุฒิการศึกษา และ ใบแสดงผลการเรียน ระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น และหลักสูตรที่ใช้ภาษาอังกฤษในการเรียนการสอน - สำเนาปริญญาบัตร 1 ฉบับกรณีที่สำเร็จการศึกษาแล้วแต่ยังไม่ได้รับปริญญาบัตร สามารถใช้เอกสารใบรับรองการสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปแทนได้
- หนังสือบันทึกข้อตกลงที่ชื่อผู้ทำบันทึกข้อตกลงโดยผู้สมัคร และพยาน ลงนามเรียบร้อยแล้ว (ดาวน์โหลดได้ที่ระบบการสมัคร)
- บัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ทำบันทึกข้อตกลง
- แผนการเดินทางและประเภทงานที่สนใจจะทำระหว่างเข้าร่วมโครงการ(เขียนสรุปไม่เกิน 1 หน้า A4 เป็นภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษ)
หมายเหตุ:ผู้สมัครต้องรับรองว่าเอกสารข้อมูลในระบบ และในใบสมัครต้องถูกต้อง ตรงกัน และเป็นจริงทุกประการ หากพบว่าข้อมูลไม่ตรงกัน และเอกสารไม่ถูกต้อง กรมกิจการเด็กและเยาวชนจะตัดสิทธิ์โดยไม่พิจารณา
ขั้นตอนการสมัคร
1. ลงทะเบียนเพื่อขอรับ username และ passwordที่เว็บไซต์ http://www.dcy.go.th/(วันที่ 7 - 14 มีนาคม 2568 เวลา 9.00 - 16.00 น.)โดยจำกัดจำนวนผู้สมัครวันละ 500 คน ซึ่งระบบจะแสดงจำนวนผู้ลงทะเบียน หากครบ 500 คน/วัน แล้ว ระบบจะปิดการลงทะเบียน โดยผู้สมัครจะสามารถทำการลงทะเบียนได้ในวันถัดไป จนกว่าจะสิ้นสุดกำหนดปิดลงทะเบียน วันที่ 14 มีนาคม 2568จำนวน 4,000 คน ระบบจะปิดการรับสมัครทันที
ข้อมูลที่ต้องเตรียมเพื่อกรอกลงในระบบ
- ไฟล์รูปถ่ายหน้าตรง สวมใส่ชุดสุภาพ ไม่ใส่หมวกและแว่นตาดำ ถ่ายไว้ไม่เกิน 3 เดือน (ขนาดไฟล์ภาพประมาณ 200 pixel x 265 pixel)
- เลขบัตรประจำตัวประชาชน
- ชื่อ - นามสกุล (ภาษาไทยและอังกฤษ สะกดคำนำหน้าและชื่อตามหนังสือเดินทาง (passport) และบัตรประชาชน)
- อีเมล แนะนำให้ใช้ตรวจทานการสะกดชื่ออีเมลให้ถูกต้อง หากผู้สมัครไม่ได้รับอีเมล ให้ติดต่อผ่านทาง Interexchange@dcy.go.th เมื่อสมัครเสร็จสิ้นแล้ว ผู้สมัครจะได้รับอีเมลอัตโนมัติแจ้ง username และ password เพื่อนำไปสมัครออนไลน์
2. การทดสอบการสมัครออนไลน์ (วันที่ 20 มีนาคม 2568 เปิดระบบเวลา 09.00 – 16.00 น.)ขั้นตอนนี้เป็นการทดสอบระบบรับสมัคร เป็นไปตามความสมัครใจ ไม่มีผลต่อการพิจารณาเข้าร่วมโครงการ
3. การรับสมัครเข้าร่วมโครงการเพื่อพิจารณาคุณสมบัติ(วันที่ 27 มีนาคม 2568)กรมกิจการเด็กและเยาวชน จะเปิดระบบรับสมัครวันที่ 27 มีนาคม 2568 เวลา 9.00 - 16.00 น. จำนวน 2,800 คน ผู้สมัครเข้าสู่ระบบด้วย Username และ Password หรือมีผู้สมัครถึงลำดับที่ 2,800 คน ระบบจะปิดการรับสมัครทันที
ผู้สมัครต้องเข้าสู่ระบบการสมัครออนไลน์ในครั้งนี้ เพื่อรับการพิจารณาคุณสมบัติ และต้องกรอกข้อมูลให้ถูกต้องและครบถ้วน มิฉะนั้น จะไม่สามารถกดยันยันการสมัครได้ และหากพบว่าข้อมูลในใบสมัคร และหลักฐานไม่ถูกต้อง ไม่ตรงกับข้อมูลในใบสมัครหรือผู้สมัครขาดคุณสมบัติคณะกรรมการผู้ตรวจหลักฐาน มีสิทธิ์ที่จะพิจารณาตัดสิทธิ์ผู้สมัคร และการพิจารณาของกรมกิจการเต็กและเยาวชนถือว่าเป็นที่สิ้นสุด
ในการกรอกใบสมัครผ่านระบบออนไลน์ ผู้สมัครควรเตรียมพร้อมข้อมูลส่วนตัว ดังนี้
- เลขประจำตัวประชาชน
- ชื่อ – สกุล (ภาษาไทยและอังกฤษ สะกดคำนำหน้าชื่อและชื่อตามหนังสือเดินทาง และ บัตรประชาชน)
- วัน เดือน ปีเกิด
- ที่อยู่ตามบัตรประชาชน
- ที่อยู่ที่ติดต่อได้สะดวก พร้อม เบอร์โทรศัพท์มือถือ และ e-mail address
- การศึกษาขั้นสูงสุด
- ทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ
- บุคคลติดต่อในกรณีฉุกเฉิน
4. การประกาศรายชื่อผู้เข่าร่วมโครงการเพื่อพิจารณาคุณสมบัติ วันที่ 9 เมษายน 2568ที่เว็บไซต์ http://www.dcy.go.th/(เว็บไซต์ของกรมกิจการเยาวชน) โดยจะประกาศรายชื่อตามลำดับการสมัคร ซึ่งจะพิจารณาเอกสารผู้สมัคร จำนวน 2,800 คน
5. การส่งเอกสาร ระหว่างวันที่ 11 - 22 เมษายน 2568(ภายในเวลา 12.00 น. ของวันที่ เมษายน 2568) ผู้ที่ผ่านการสมัครเข้าร่วมโครงการ จำนวน 2,800 คน จะต้องตรวจสอบเอกสารและจัดส่งเอกสารตามที่กำหนด ผ่านช่องทาง Google Form : https://forms.gle/TKoa3LPHnoBS9mWT7ซึ่งผู้สมัครส่งเอกสารได้เพียง จำนวน 1 ครั้ง/คน เท่านั้น
6. การประกาศผลและรายละเอียดการรับหนังสือรับรองคุณสมบัติ ผ่านช่องทางเว็บไซต์กรมกิจการเด็กและเยาวชน ครั้งที่ 1 จำนวน 500 คน ภายในวันที่ 13 พฤษภาคม 2568และครั้งที่ 2 จำนวน 1,500 คน ภายในวันที่ 1 กรกฎาคม 2568
7. การรับหนังสือรับรองคุณสมบัติ
- ครั้งที่ 1 วันที่ 16 พฤษภาคม 2568จำนวน 500 คน
- ครั้งที่ 2 วันที่ 11 กรกฎาคม 2568 จำนวน 1,500 คน
โดยผู้สมัครสามารถตรวจสอบคุณสมบัติได้ทางระบบการรับสมัครออนไลน์ และผู้ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติต้องเดินทางมารับหนังสือรับรองด้วยตนเองหรือกรณีให้บุคคลอื่นมารับแทนจะต้องทำหนังสือมอบอำนาจ
ทั้งนี้ กรมกิจการเด็กและเยาวชนจะออกหนังสือรับรองให้ผู้สมัครที่มีคุณสมบัติครบถ้วนและเอกสารครบถ้วนถูกต้อง จำนวน 2,000 คน โดยพิจารณาตามลำดับการสมัครจากนั้นจะออกหนังสือรับรองในรอบเพิ่มเติม ในกรณีที่ได้รับการประสานจากสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย เท่านั้น
สถานที่รับหนังสือรับรองคุณสมบัติ (จะแจ้งให้ทราบในภายหลัง)
ติดต่อสอบถาม
ผู้ดูแลโครงการ : กองส่งเสริมการพัฒนาและสวัสดิการเด็ก เยาวชน และครอบครัว กลุ่มการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ
- ติดต่อโทร. 02 253 9115
- IG: inter.dcy.official
- Facebook: กรมกิจการเด็กและเยาวชน
- อีเมล: interexchange@dcy.go.thดาวน์โหลดประกาศฉบับเต็ม
อ่านรีวิว Work and Holiday
จบโท-ลาออกงาน เปิดประสบการณ์ Work & Holiday ที่ 'ออสเตรเลีย'
ถึงงานไม่ง่าย แต่สนุกได้ไม่ยาก!
………..
สำหรับใครที่มองหาโอกาสโกอินเตอร์ ตอนนี้มีหลายทุนกำลังเปิดรับสมัคร
ตามไปเช็กกันต่อได้เลยที่"โปรแกรมค้นหาทุนเรียนต่อนอก by Dek-D"
ติดตามทุนต่อนอกง่ายๆ กับ Dek-D
- Website: www.dek-d.com/studyabroad
- X: @tornokandcourse
- IG: @tornokandcourse
- Facebook: Study Abroad เรียนต่อนอก by Dek-D
- Facebook: Study Guide ไปเรียนต่อนอกกันเถอะ
- TikTok: @tornokandcourse