โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คงมีที่ยืนสำหรับ สว. ไม่มากแล้ว

The Better

อัพเดต 28 เม.ย. 2568 เวลา 01.16 น. • เผยแพร่ 28 เม.ย. 2568 เวลา 01.00 น. • THE BETTER
คอลัมน์ 'คุยเฟื่องเรื่องใกล้ตัว' โดย 'วิฑูรย์ สิมะโชคดี'

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 เมษายน 2568 ผมได้ไปร่วมงานแถลงข่าว “โครงการสร้างทักษะ AI ให้แก่คนไทย 1 ล้านคน” และเปิดตัวโครงการ THAI Academy ณ บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำจัด (มหาชน) โดยมีท่านประเสริฐ จันทรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานในพิธี

โครงการนี้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกับ บริษัท ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย จำกัด เป็นเจ้าภาพหลัก

ทุกวันนี้ ไมรโครซอฟท์เป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีระดับโลกที่มีพันธกิจในการสนับสนุนให้ทุกคนและทุกองค์กรในโลกสามารถบรรลุศักยภาพสูงสุดของตนเองผ่านการใช้เทคโนโลยี เพราะมั่นใจว่าการเข้าถึงเทคโนโลยีและทักษะดิจิทัลเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนความก้าวหน้าในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่สามารถสร้างผลกระทบในทุกภาคส่วน ด้วยความตระหนักถึงความสำคัญของการเสริมสร้างทักษะ AI ให้กับประชาชนทั้งในภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคธุรกิจอุตสาหกรรม ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จาก AI ในการพัฒนาเศรษฐกิจและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศ

ไมโครซอฟท์จึงมีเป้าหมายในการพัฒนาทักษะ AI ให้แก่คนไทยจำนวน 1 ล้านคน ภายในเดือน มิถุนายน 2568 ด้วยความร่วมมือกับภาครัฐ โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรฐกิจและสังคม และไมโครซอฟท์ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ภายใต้วิสัยทัศน์ในการยกระดับประเทศไทยให้มุ่งสู่ก้าวต่อไปกับนวัตกรรมดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) และได้มีการตกลงเริ่มการดำเนินโครงการสร้างทักษะ AI ให้แก่คนไทย 1 ล้านคน ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรต่างๆ ซึ่งมี “มูลนิธิเพื่อการพัฒนาดิจิทัล” (Digital Development Foundation (DDF)) เป็นหนึ่งในกำลังสำคัญของโครงการนี้

สิ่งที่ผมได้สังเกตเห็นในพิธีแถลงข่าวเปิดตัวโครงการฯ แล้ว “ตกใจ” ก็คือ ทีมงานของท่านรองนายกรัฐมนตรีประเสริฐ จันทรวงทอง และ CEO ของไมโครซอฟท์ไทย ส่วนใหญ่มีอายุไม่ถึง 50 ปี ล้วนแต่เป็นคนหนุ่มสาวที่ดูดีมีทักษะความสามารถทันยุคทันสมัย

ยิ่งหันไปดูรอบตัวแล้ว ยิ่งไม่ค่อยเห็น สว. (คนสูงวัย) เลย คนอายุใกล้เคียงกับผมมีน้อยมาก จนดูเหมือนว่าพวก สว. มากันผิดงาน

ว่ากันว่า ทุกวันนี้ เป็นยุคของเด็ก Gen A หรือ Gen Alpha (เกิดระหว่าง คศ.2010 - 2024) เป็นพวกที่เกิดมาพร้อมกับเทคโนโลยี รักอิสระ เรียนรู้เร็ว ชอบความท้าทาย และเปิดรับความหลากหลายได้ง่าย

ถึงวันนี้ เราผ่านกันมาแล้ว เจน (Gen/รุ่น) คือ Gen Baby Boomer (เกิด คศ.1946 - 1964) , Gen X (1965 - 1979) , Gen Y (1980 - 1996) , Gen Z (1997 - 2009) และปัจจุบัน Gen A (Alpha) (2010 - 2024)

ผมเกิดมาพร้อมกับ “ลูกคิด” ที่คุณพ่อใช้คิดเงินค้าขาย และผมใช้ “Slide Rule” (ไม้บรรทัดปรับเลื่อน เพื่อการคำนวนทางวิทยาศาสตร์ ก่อนเกิดเครื่องคิดเลข) ตอนเรียนวิศวกรรมศาสตร์ ผิดกับ คนเกิด Gen Alpha ที่เกิดมาพร้อมกับมือถือ และคอมพิวเตอร์ในยุคของ Digital และ AI

ทั้งหมดทั้งปวงนี้ ทำให้ผมเริ่มต้องยอมรับความจริงที่ว่า นับแต่นี้ไป สว. คงมีที่ให้ยืนในเวทีต่างๆ น้อยลงๆ (รวมตลอดถึงคนหนุ่มสาวและคนรุ่นใหม่ๆ ด้วย ที่มี “อายุบนหิ้ง” (Shelf life) น้อยลง) เพราะมีแต่คนอายุน้อย ดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ดารานักร้องก็เด็กๆ ทั้งนั้น นักธุรกิจอุตสาหกรรมก็เป็นประเภท “อายุน้อยร้อยล้าน” มืออาชีพในแวดวงต่างๆ ก็ล้วนแต่เป็นหนุ่มสาวที่มีความรู้ความสามารถและพูดภาษาต่างประเทศได้ดีด้วย

ปัจจุบัน คนอายุน้อย จึงครอบครอง “ที่ยืน” และ “เวที” ต่างๆกันแน่นหมดแล้ว

ดังนั้น เวทีสำหรับ สว. ในวันนี้ จึงน่าจะน้อยลงเรื่อยๆ ส่วนพวก สว. ที่ยังคงโลดแล่นบนเวทีต่างๆ ได้ในตอนนี้ ก็คงจะ “แย่งซีน” เด็กรุ่นใหม่ได้อีกไม่นาน

ทุกวันนี้ ที่ยังเห็นว่า สว. มีความสำคัญ ก็จะเห็นได้จาก “สภามหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต” ที่กรรมการทุกท่านเข้าข่าย สว. ที่มีประสบการณ์และยังมีคุณภาพคับแก้วเพื่อร่วมด้วยช่วยกันพัฒนาประเทศไทย ครับผม!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...