โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

"พุธิตา"สส.เชียงใหม่ ปชน. แนะรัฐบาลอยากทวงคืน สส.เชียงใหม่ - ลำพูน ขอให้ใส่ใจปัญหาเรื่องปากท้องประชาช

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 28 เม.ย. 2568 เวลา 13.22 น. • เผยแพร่ 28 เม.ย. 2568 เวลา 13.22 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(28เม.ย.68) ที่ รัฐสภา สส.พรรคประชาชน (ปชน.) นำโดย น.ส.พุธิตา ชัยอนันต์ สส.เชียงใหม่ แถลงถึงปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ว่า หลังจากที่ตนและเพื่อน สส.ได้ลงพื้นที่พบว่าประชาชนชาวสวนมีความกังวลและลำบากใจว่าปีนี้พืชผลที่ช่วยกันดูแล ที่ออกดอกออกผลมาเป็นจำนวนมาก แต่สุดท้ายจะขายไม่ได้ราคาและจะขาดทุน ซึ่งถือเป็นปัญหาที่จะละเลยไม่ได้ โดยปัจจุบันมะม่วงน้ำดอกไม้ราคาจะต้องอยู่ที่กิโลกรัมละ 50 บาท แต่ปีนี้ราคาน่าจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 20 บาท ยังไม่รวมค่าน้ำ ค่าปุ๋ย และค่าดูแล และค่าจ้างในการเก็บผลผลิต ที่ต้องใช้ค่าแรง 300 - 600 บาท ต่อคน ขณะที่ปัญหาเรื่องของราคาลำใย แม้ตอนนี้ยังไม่ออกผลผลิต แต่มีการผลิดอกออกมามากมาย โดยลำใยที่อยู่นอกฤดูจะมีจำนวนมาก แต่ตอนนี้ราคาตกต่ำจนน่าเป็นกังวล

“ราคาพืชผลการผลิตเป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กฎหมายกาสิโน หากรัฐบาลอยากทวงคืนพื้นที่เชียงใหม่ ลำพูน อยากได้ สส.เขตกลับมาก็ขอให้ใส่ใจปัญหาเรื่องปากท้องประชาชน ไม่ใช่สนใจแค่จะดิสเครดิตพรรคประชาชนเพียงอย่างเดียว ขอให้ตั้งใจฟังเสียงประชาชนด้วย ในฐานะที่เป็นพรรครัฐบาลที่มีเครดิตเรื่องการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจก็ขอให้ทำให้เห็นผล เพื่อทำให้ประชาชนพึ่งพาได้ สุดท้ายแล้วคะแนนเสียงของประชาชนจะเป็นตัวตัดสินเองว่าพรรคการเมืองไหน หรือใครที่เป็นคนใส่ใจปัญหาของประชาชนอย่างแท้จริง“ น.ส.พุธิตากล่าว

ด้านนายวิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก สส.ลำพูน กล่าวเสริมว่า เวลาลงพื้นที่จะมีประชาชนมาสอบถามเรื่องร่าง พ.ร.บลำไย ตลอด ซึ่งตอนนี้อยู่ในกระบวนการแก้ไขร่าง หลังจากที่สภามีการรับวาระหลักการวาระ 1 มาแล้ว แต่คาดว่าจะออกมาไม่ทันในฤดูเก็บเกี่ยว เพราะต้องผ่านการพิจารณาหลายขั้นตอน และในปีนี้พืชผลผลิตจะออกมากกว่าทุกปี เนื่องจากภาคเหนือมีฤดูหนาวที่ยาวนาน และคาดว่าลำไยจะเพิ่มมากขึ้นประมาณ 1.5 แสนตัน ซึ่งตรงข้ามกับการบริโภคต้องตลาดจีนที่ลดลง

“อยากให้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าไปพูดคุยกับรัฐบาล ซึ่งถือเป็นตลาดหลักของไทย เพราะมีการกีดกันเรื่องการค้าขอผลผลิตลำใย เพราะรัฐบาลจีนมีการตรวจเรื่องสารปนเปื้อนที่อยู่ในลำไยมากขึ้น รัฐบาลจึงต้องมีมาตรการในการป้องกันไม่ให้ผู้ส่งออกลงสารกำมะถันมากเกินไป นอกจากนี้ยังอยากให้ทั้งสองกระทรวงขยายตลาดอื่น เพราะเราจะพึ่งแค่ประเทศจีนไม่ได้ จึงควรไปหาตลาดอื่นเช่น อินเดีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ที่มีการบริโภคลำไยของไทยอยู่แล้ว

ขณะที่ว่าที่ร.ต.หญิง อรพรรณ จันตาเรือง สส.เชียงใหม่ กล่าวว่า ในสถานการณ์ปัจจุบัน ราคาลำไยทั้งในและนอกฤดูกาล โดยเฉพาะนอกฤดูกาล แต่ก่อนจะอยู่ที่ประมาณ กิโลกรัมละ 30-40 บาท แต่ปัจจุบันราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 19 บาท ซึ่งตอนนี้ประชาชนก็น้ำตาไหลไปตามๆ กัน นอกจากนี้ข้อมูลจากสำนักเศรษฐกิจเกษตรที่1 ของจังหวัดเชียงใหม่ได้รายงานว่าผลผลิตของลำไยในภาคเหนือมีจำนวนมากขึ้นอีก 5% และจากการที่เราลงพื้นที่เกษตรกรฝากบอกรัฐบาลว่าให้หาแนวทางการแก้ไขเรื่องผลิตที่จะเพิ่มขึ้น และดำเนินการหาตลาดอื่นๆ เพราะหากยังไม่มีแผนที่จะรองรับก็อาจจะมีปัญหา

“อยากให้รัฐบาลมีแผนที่จะดำเนินการดังกล่าวก่อนที่ผลผลิตจะออกมา รวมถึงอยากให้รัฐบาลสนใจปัญหาปากท้องประชาชนด้วย ตามที่เคยหาเสียงว่าประชาชน มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มีกินมีใช้ ขอให้ลดเรื่องค่าครองชีพ ไม่ว่าจะเป็นค่าปุ๋ย ค่ายาง และค่าไฟ ประชาชนจะได้ลืมตาอ้าปากได้”ว่าที่ร.ต.หญิง อรพรรณ กล่าว

เมื่อถามว่า ตั้งแต่มีเรื่องกำแพงภาษีมาเห็นได้ชัดเลยหรือไม่ว่าราคาพืชผลตกต่ำ น.ส.พุธิตา กล่าวว่า เรื่องนี้มีหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของฤดูกาล สภาพอากาศ แต่เรื่องกำแพงภาษีเราปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่เกี่ยวข้อง เพราะตลาดเดียวของเราคือจีน และคนที่กำหนดราคาคือล๊งจีน ซึ่งถือเป็นบาดแผลของชาวสวนลำไย จึงอยากให้รัฐบาลคิดให้รอบคอบในการที่จะไปเจรจา หรือดำเนินการภารกิจในด้านการต่อรอง หรือนโยบายต่างๆ ในด้านเศรษฐกิจ

ข่าวเวิร์คพอยท์23

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...