โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สมเด็จพระสันตะปาปา อาการทรุด หายใจติดขัด แพทย์รอประเมินอาการ

News In Thailand

เผยแพร่ 01 มี.ค. 2568 เวลา 07.15 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
สมเด็จพระสันตะปาปา อาการทรุด หายใจติดขัด แพทย์รอประเมินอาการ

จากสื่อต่างประเทศ ได้รายงานว่า เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาว่า สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิก พระชนมพรรษา 88 พรรษา ซึ่งทรงต่อสู้กับอาการปอดบวมทั้งสองข้างมาเป็นเวลา 2 สัปดาห์แล้วนั้น ทรงประสบกับภาวะวิกฤตเกี่ยวกับระบบหายใจ ซึ่งส่งผลให้มีการอาเจียนและสภาวะการหายใจทรุดลงอย่างกะทันหัน หลังจากทรงมีอาการไอและเกิดภาวะหลอดลมหดเกร็ง พระองค์ทรงต้องได้รับการดูดสิ่งตกค้างจากการอาเจียนออกจากระบบทางเดินหายใจ และขณะนี้ทรงได้รับการให้อากาศผ่านหน้ากากเพื่อช่วยในการหายใจ

ด้านแหล่งข่าวในวาติกันเปิดเผยว่า คณะแพทย์ของโป๊ปฟรานซิสต้องการเวลา 24-48 ชั่วโมงในการพิจารณาว่ามีความเสียหายหรือพระอาการแย่ลงหรือไม่ ซึ่งขณะนี้คณะแพทย์ยังไม่ได้ให้ความเห็นใด อย่างไรก็ตามแหล่งข่าวกล่าวว่าสมเด็จพระสันตะปาปาทรงรู้ตัวและทรงมีกำลังใจดี

แถลงการณ์ล่าสุดของสำนักวาติกันมีขึ้นหลังจากการอัพเดตสถานการณ์ที่ดีขึ้นเกี่ยวกับพระอาการประชวรของโป๊ปฟรานซิสในช่วง 3 วันที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้สำนักวาติกันระบุว่าโป๊ปปรานซิสทรงมีพระอาการดีขึ้นเล็กน้อยในขณะที่พระองค์ทรงกำลังต่อสู้กับการติดเชื้อที่ซับซ้อน

เจ้าหน้าที่วาติกันที่ไม่ขอเปิดเผยตัวตนกล่าวว่า ปัญหาการหายใจของพระองค์ไม่ได้เกิดขึ้นนาน ทั้งนี้พระอาการของสมเด็จพระสันตะปาปาไม่จัดว่าอยู่ในสภาวะวิกฤตในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ขณะที่สำนักวาติกันไม่ได้ระบุว่าโป๊ปฟรานซิสจะยังคงประทับรักษาพระวรกายในโรงพยาบาลนานเท่าใด แต่ได้ประกาศในวันศุกร์ว่าพระองค์จะไม่ทรงนำทำพิธีทางศาสนาประจำปีในสัปดาห์หน้าซึ่งเป็นการเริ่มต้นของเทศกาลมหาพรต หรือเทศกาลเข้าสู่ธรรม หนึ่งในเทศกาลสำคัญของศาสนาคริสต์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...