ทรัมป์ เดินหน้าตั้ง “คลังสำรองคริปโทเชิงกลยุทธ์” ชี้ “BTC-ETH” เป็นหัวใจหลัก พร้อมเพิ่ม 3 เหรียญ
ทรัมป์ เดินหน้าตั้ง "คลังสำรองคริปโทเชิงกลยุทธ์" ชี้ "BTC-ETH" เป็นหัวใจหลัก พร้อมเพิ่ม 3 เหรียญ XRP, Solana และ Cardano เข้ากองทุนสำรอง
วันที่ 2 มีนาคม 2568 สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ โพสต์บนแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า "คำสั่งผู้บริหารได้สั่งให้คณะทำงานของประธานาธิบดีเดินหน้าจัดตั้งคลังสำรองคริปโทเชิงกลยุทธ์ที่รวม Bitcoin, Ether, XRP, Solana และ Cardano" ส่งผลให้มูลค่าตลาดของสินทรัพย์แต่ละรายการพุ่งสูงขึ้น
โดยมากกว่าหนึ่งชั่วโมงต่อมา ทรัมป์กล่าวเสริมว่า "และแน่นอนว่า BTC และ ETH เช่นเดียวกับสกุลเงินดิจิทัลอันมีค่าอื่นๆ จะเป็นหัวใจสำคัญของธนาคารกลาง"
บิตคอยน์ ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่มีมูลค่าตลาดสูงสุดของโลก พุ่งขึ้นมากกว่า 11% อยู่ที่ 94,164 ดอลลาร์ในช่วงบ่ายวันอาทิตย์ ส่วนอีเธอร์ ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่มีมูลค่าตลาดสูงสุดเป็นอันดับสอง พุ่งขึ้นประมาณ 13% อยู่ที่ 2,516 ดอลลาร์
ทั้งนี้ตลาดสกุลเงินดิจิทัลโดยรวมเพิ่มขึ้นประมาณ 10% หรือมากกว่า 300,000 ล้านดอลลาร์ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงนับตั้งแต่มีการประกาศของทรัมป์ ตามข้อมูลของ CoinGecko ซึ่งเป็นบริษัทข้อมูลและการวิเคราะห์สกุลเงินดิจิทัล
อนึ่ง XRP คือ โทเค็นของบริษัท Ripple Labs ซึ่งเป็นบริษัทด้านสกุลเงินดิจิทัล Ripple ได้สนับสนุนกลุ่มที่เรียกว่า super PAC เพื่อมีอิทธิพลต่อการเลือกตั้งรัฐสภาในเดือนพฤศจิกายนเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมสกุลเงินดิจิทัล
Federico Brokate หัวหน้าฝ่ายธุรกิจสหรัฐของ 21Shares ซึ่งเป็นบริษัทจัดการการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล กล่าวว่า"การเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงไปสู่การมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในเศรษฐกิจคริปโตของรัฐบาลสหรัฐ …การเคลื่อนไหวนี้มีศักยภาพที่จะเร่งการนำระบบมาใช้ในสถาบันต่างๆ เพิ่มความชัดเจนในกฎระเบียบ และเสริมสร้างความเป็นผู้นำของสหรัฐ ในด้านนวัตกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล"
เจมส์ บัตเตอร์ฟิลล์ หัวหน้าฝ่ายวิจัยของบริษัทจัดการสินทรัพย์ CoinShares กล่าวว่าเขาประหลาดใจที่ได้เห็นสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นๆ นอกจากบิตคอยน์รวมอยู่ในทุนสำรองนี้ พร้อมเสริมว่า "สินทรัพย์เหล่านี้มีความคล้ายคลึงกับการลงทุนด้านเทคโนโลยีมากกว่า ซึ่งแตกต่างจาก Bitcoin การประกาศดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงจุดยืนที่รักชาติมากขึ้นต่อพื้นที่เทคโนโลยีคริปโตที่กว้างขึ้น โดยไม่คำนึงถึงคุณสมบัติพื้นฐานของสินทรัพย์เหล่านี้"
อย่างไรก็ตาม ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาสกุลเงินดิจิทัลลดลงอย่างรวดเร็วโดยสกุลเงินดิจิทัลรายใหญ่บางตัวสูญเสียกำไรเกือบทั้งหมดหลังจากชัยชนะการเลือกตั้งของทรัมป์ ทำให้เกิดกระแสความตื่นเต้นไปทั่วทั้งอุตสาหกรรม นักวิเคราะห์กล่าวว่าตลาดจำเป็นต้องมีเหตุผลเพื่อให้เคลื่อนไหวในทิศทางสูงขึ้น เช่น สัญญาณว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีแผนจะลดอัตราดอกเบี้ย หรือกรอบการกำกับดูแลที่ชัดเจนเพื่อสนับสนุนสกุลเงินดิจิทัลจากรัฐบาลทรัมป์
สำนักข่าว Reuters รายงานว่า Geoff Kendrick นักวิเคราะห์จาก Standard Chartered ตั้งเป้าว่าราคา Bitcoin จะพุ่งไปถึง 500,000 ดอลลาร์ จากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 109,071 ดอลลาร์ ก่อนที่ทรัมป์จะออกจากตำแหน่ง
อ้างอิง : reuters.com