บล.พายมองหุ้นไทยไม่แพง แต่ยังเสี่ยงแนะช้อน 5 หุ้นแนวโน้มกำไรโต
#ทันหุ้น-บล.พาย ระบุว่าตลาดหุ้นไทยเดือน ก.พ.ปรับลงมา 8.4% รับแรงกดดันหลายปัจจัยไม่ว่าจะเป็นผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน สงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับนานาประเทศ รวมไปถึงวิกฤตความความเชื่อมั่น อย่างไรก็ตามพอร์ตการลงทุนฝ่ายวิเคราะห์ให้ผลตอบแทนดีกว่าตลาดโดยรวม สำหรับเดือน มี.ค.ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐพบว่ายังขยายตัวได้ดีไม่ว่าจะเป็นการจ้างงานนอกภาคเกษตร อัตราการว่างงาน อย่างไรก็ตามตลาดพันธบัตรเริ่มปรับลดลงสะท้อนถึงความกังวลบางอย่างจากนักลงทุน
ประกอบกับความกังวลสงครามการค้ายังเป็นแรงกดดันในระยะข้างหน้า จึงยังมีความเสี่ยงหุ้นไทยจะผันผวน ด้าน Valuation แม้จะปรับลงมาจนน่าสนใจก็ตาม แต่ตลาดหุ้นไทยยังขาดความเชื่อมั่นประกอบกับเชื่อว่านักลงทุนบางส่วนกังวลกับการเติบโตในอนาคตจากนี้ทั้งกำไรบริษัทจดทะเบียนและเศรษฐกิจ ทำให้เชิงกลยุทธ์การลงทุนจำเป็นต้องเลือกหุ้นมากขึ้น เน้นที่ได้ประโยชน์ดอกเบี้ยขาลง หรือหุ้นที่มีผลประกอบการมีแนวโน้มดีต่อ
โดยในเดือน มี.ค.นี้ ยังคงแนะนำถือหุ้น AAV, BDMS, BJC, CPN และ MTC และได้เพิ่ม 5 หุ้นได้แก่ CENTEL, CPALL, CPAXT, TIDLOR และ TTB ซึ่งได้นำหุ้น AOT, MINT, ITC, CBG และ WHA ออกจากพอร์ต
5 หุ้นที่เพิ่มเข้ามาในพอร์ตและแนะนำซื้อประกอบด้วย
-CENTEL ให้ราคาเป้าหมายที่ 38.00 บาท คาดกำไรสุทธิไตรมาส 1/68 ได้รับแรงหนุนจากช่วงปลายฤดูกาลท่องเที่ยวในไทย และโรงแรมใหม่มัลดีฟส์จากฐานต่ำ ประกอบกับปี 2568 มีแผนเปิดโรงแรมเพิ่มอีก 9 แห่ง(1,497 ห้อง) และการเปิดให้บริการโรงแรม Centara Mirage Pattaya และ Centara Karon เต็มรูปแบบ หลังปรับปรุงห้องพักคาดส่งเสริม RevPar ในไทยเติบโต
-CPALL ให้ราคาเป้าหมายที่ 80.00 บาท แนวโน้มการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมหรือ SSSG ช่วง ม.ค.-ก.พ. 2568 ของทั้ง Makro และ Lotus's ที่สดใสต่อเนื่องระดับ +1% ถึง 3% จากยอดขายอาหารสดและยอดขายผ่าน Omni channel ที่โตดีต่อเนื่อง และเตรียมรับรู้ Synergy ที่มากขึ้นในปี 2568
-CPAXT ให้ราคาเป้าหมายที่ 33.00 บาท คาดแนวโน้มการเติบโตของ SSSG ช่วง ม.ค.-ก.พ.2568 ของทั้ง Makro และ Lotus's ที่สดใสจากยอดขายอาหารสดและยอดขายผ่าน Omni channel ที่โตดีต่อเนื่อง และเตรียมรับรู้ Synergy ที่มากขึ้นในปี 2568
-TIDLOR ให้ราคาเป้าหมายที่ 19.30 บาท คาดแนวโน้มการเติบโตในไตรมาส 1/68 แข็งแกร่งต่อเนื่อง ควบคุมคุณภาพสินเชื่อได้ตามเป้าหมาย และได้รับผลบวกจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายช่วยลดต้นทุนการเงิน หนุน NIM สูงขึ้น
-TTB ให้ราคาเป้าหมายที่ 2.12 บาท คาดแนวโน้มผลดำเนินงานในไตรมาส 1/68 กลับมาเติบโตทั้ง YoY และ QoQ โดยธนาคารได้รับผลกระทบจำกัดจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และโครงการซื้อหุ้นคืนช่วยจำกัดความผันผวนด้านราคา
ช่องทางเฟสบุ๊ก ติดตามข่าวได้ที่เพจ ทันหุ้นออนไลน์
https://www.facebook.com/thunhoonnews