โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘แบมแบม-ชนิสรา หน่ายมี’ นักเขียนเจ้าของคอลัมน์ Mental Life by Chanisara แห่ง แสนสิริ ผู้มีข้อจำกัดทางการเคลื่อนไหว ซึ่งอยากผลักดันให้ผู้พิการทุกคนได้ทำทุก ‘อาชีพ’ ที่รัก

Mirror Thailand

อัพเดต 20 มี.ค. 2568 เวลา 09.28 น. • เผยแพร่ 20 มี.ค. 2568 เวลา 09.28 น.
ภาพไฮไลต์

แบมแบม-ชนิสรา หน่ายมี คือนักเขียนสาวผู้มีข้อจำกัดทางการเคลื่อนไหว ทำให้เดินลำบาก เจ้าของคอลัมน์ ‘Mental Life by Chanisara’ แห่ง แสนสิริ ซึ่งเป็นหนึ่งคนที่ใช้ชีวิตโดยเชื่อในพลังของตัวเอง แม้เธอจะเคยถูกปฏิเสธงานมามากเพราะความพิการ บางบริษัทไม่แม้แต่ให้เธอลองแสดงความสามารถว่าทำงานได้ดีแค่ไหน แต่แบมแบมก็ยังยืนหยัดที่จะทำในสิ่งที่ชอบอย่างไม่ย่อท้อ วันนี้ไม่ได้งาน วันหน้าก็ใช่ว่าจะไม่ได้ตลอดไป และแล้ววันของแบมแบมก็มาถึง เธอได้ทำงานที่รัก ได้โชว์ให้เห็นว่า เธอมีความสามารถไม่ต่างจากคนไม่พิการ และยังเป็นฟันเฟืองสำคัญขององค์กร ที่มีส่วนนำพาให้แสนสิริคว้ารางวัล Best Brand Performance on Social Media สาขา Residential Real Estate จาก Thailand Social Award ครั้งที่ 13 ประจำปี 2024 จากการที่คอลัมน์ของเธอเป็นหนึ่งในคอนเทนต์ที่มียอดอ่านสูงสุดบนเพจ Sansiri PLC ทำให้เรื่องราวของแบมแบมสร้างแรงบันดาลใจให้ใครหลายคน และทำให้นี่เป็นรางวัลที่แสนสิริได้รับอย่างต่อเนื่องในสาขา Residential Real Estate (กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบที่พักอาศัย) เป็นปีที่ 9

ซึ่งย้ำชัดว่า ผู้พิการนั้นมีความสามารถที่สมควรถูกค้นพบ ไม่จำเป็นต้องทำได้แค่ไม่กี่อาชีพที่เป็นภาพจำของสังคม แต่ควรได้ทำ ‘ทุกอาชีพ’ แบบที่พวกเขาใฝ่ฝัน และนั่นคงเป็นภาพสังคมที่น่าอยู่มากขึ้นแน่ๆ หากทุกบริษัทหรือองค์กรเปิดใจให้กว้าง ทำลายกำแพงอคติต่อผู้พิการ และมองพวกเขาเป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง ซึ่งถ้าวันนั้นมาถึง ประเทศเราคงจะมีคนทำงานเก่งๆ คอยช่วยขับเคลื่อนสังคมไปข้างหน้ามากขึ้นแน่นอน

คอลัมน์ Mental Life by Chanisara ของแบมแบม บอกเล่าเรื่องราวผ่านนามปากกาของเธอ ที่ว่าด้วยเรื่องสุขภาพจิตใจและสุขภาพกาย รวมถึงประเด็นสิทธิความเท่าเทียม เพราะการเสริมสร้างพลังกายและพลังใจเป็นสิ่งที่เธอเชื่อว่าจะทำให้มนุษย์คนหนึ่งใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพมากขึ้น และคนเราจะมีสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดีขึ้นได้ ปฏิเสธไม่ได้ว่า พวกเขาต้องได้รับสิทธิ และถูกมองเห็นอย่างเท่าเทียม เธอจึงอยากสร้างความตระหนักรู้เรื่องนี้ให้ผู้อ่านเห็นถึงความสำคัญ

“แบมเชื่อว่า ทุกคนก็เคยมีปัญหาในชีวิตที่แตกต่างกัน มีความทุกข์ มีความเศร้า และต้องการกำลังใจที่จะทำให้กลับมามีพลังและเข้มแข็งอีกครั้ง…บทความฮีลใจอาจจะทำให้ทุกคนมีกำลังใจในการกลับมาใช้ชีวิต และในอีกทางหนึ่ง พอเราเป็นคนพิการ ซึ่งมีความยากในการใช้ชีวิต โดนปฏิเสธมาเยอะ ไม่ว่าจะการเข้าโรงเรียน หรือการทำงาน มันทำให้แบมอยากให้คนอื่นๆ ได้รับสิทธิในสังคมมากขึ้นด้วยค่ะ แบมเลยอยากให้คอนเทนต์ทุกชิ้นสร้างประโยชน์ให้กับคนอ่านได้ด้วย”

แบมแบมเป็นโรค Cerebral Palsy ที่สมองส่วนของการเคลื่อนไหวถูกทำลาย ทำให้มีความผิดปกติทางด้าน ขา มือ การพูดและสายตา เธอเล่าว่า “หมอบอกว่าแบมจะไม่มีวันหายและไม่มีวันเดินได้ ถามว่าแบมเสียใจไหม ตอนนั้นแบมเด็กเกินกว่าจะรู้จักคำว่าเสียใจ แต่แบมมาเริ่มรู้จักคำว่าเสียใจ ตอนที่แบมไปไหนมาไหนไม่ได้มากกว่าค่ะ” แบมแบมผ่านการกายภาพบำบัดอย่างตั้งใจ ในที่สุดเธอก็พอเดินได้ ช่วยเหลือตัวเองได้ ซึ่งแม้จะเคยท้อกับข้อจำกัด แต่เมื่อค่อยๆ เติบโตขึ้นเธอก็พยายามโอบรับในสิ่งที่เธอเป็น และใช้ชีวิตให้ได้อย่างดีที่สุดเท่าที่ทำได้ เธอเรียนจบจากคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ด้วยเกียรตินิยมอันดับ 2 โดยมีรถเข็นไฟฟ้าเป็นเพื่อนคู่ใจทุกการเดินทางเมื่ออยู่ในมหาวิทยาลัย แต่พออยู่ข้างนอกรั้วมหาลัยแบมแบมไม่ได้ใช้รถเข็นไฟฟ้าและใช้ชีวิตประจำวันด้วยการเดินด้วยตัวเอง

แต่เมื่อเรียนจบออกมา การหางานให้ตรงกับแพสชัน เป็นโจทย์ท้าทายที่แบมแบมเจอในฐานะผู้พิการ แต่แล้วเธอก็ได้ทำอาชีพตามความฝันอย่างการเป็นนักเขียน เมื่อทางแสนสิริรับเธอเข้าทำงาน เพราะเธอมีความสามารถ ไม่ได้มองว่าการเป็นผู้พิการจะเป็นข้อจำกัดในการทำงานแต่อย่างใด

“บางครั้งพอเขารู้ว่าแบมพิการ เขาก็จะบอกแบมว่าไม่ต้องมาสัมภาษณ์แล้วนะ ตอนนั้นแบมก็คิดว่า ถ้าเขาปฏิเสธเพราะความสามารถไม่ตรงกับที่ต้องการ แบมจะสามารถพัฒนาตัวเองได้ แต่ถ้าเขาปฏิเสธเพราะพิการ แบมก็ทำอะไรไม่ได้ เราก็ต้องยอมรับและหาที่ใหม่…แต่แบมอยากให้เขาลองเปิดโอกาสให้ทำงานดูก่อน อย่าเพิ่งปฏิเสธ เพียงเพราะพิการ ให้ลองทำงานดูก่อนว่าทำได้ไหม หรือ ทำได้มากแค่ไหน เพราะแบมเชื่อว่าทุกคนต้องการโอกาส และโอกาสสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตใครบางคนให้ดีขึ้นได้” เธอย้ำว่า “บางทีโดนปฏิเสธงานมากๆ เพราะว่าเราเป็นผู้พิการ แบมยอมรับว่าแอบท้อ แต่พอวันรุ่งขึ้นแบมก็หางานใหม่ แบมคิดว่าสักวันจะต้องเป็นวันของแบม”

และแล้วรางวัลของความไม่ย่อท้อก็มาถึง แสนสิริได้ไปเจอเรซูเม่ของแบมจากการไปงานของมูลนิธินวัตกรรมทางสังคม โทรมาหา แต่ทางบริษัทเสนอตำแหน่งอื่นให้แบม แต่แบมอยากเป็น คอนเทนต์ครีเอเตอร์ แบมจึงบอกเขาว่าทำอะไรได้บ้าง เขาจึงเรียกสัมภาษณ์ พอทางบริษัทรับแบมเข้าไปทำงาน พี่ๆก็ถามแบมว่าทำถนัดทางได้ไหน อยากทำคอนเทนต์เกี่ยวกับอะไร ซึ่งนั่นถือเป็นครั้งแรกๆ ที่มีบริษัทมาถามว่าเธออยากทำอะไร หรือทำอะไรได้บ้าง นี่จึงเป็นการสมัครงานที่แบมแบมบอกว่าไม่ใช่แค่เปิดโอกาสให้ผู้พิการได้ทำงาน แต่ยังเปิดโอกาสให้เธอทำในสิ่งที่เธออยากทำจริงๆ อย่างการรับเธอเข้าทำงานในตำแหน่งคอนเทนต์ครีเอเตอร์ แถมเมื่อเข้าไปทำงาน เธอก็ไม่ต้องประสบปัญหาการใช้ชีวิตที่ยากลำบากอะไร เพราะแสนสิริออกแบบพื้นที่เป็น Universal Design เพื่อคนพิการที่เข้ามาทำงานร่วมกันอย่างใส่ใจ

จะเห็นได้เลยว่า หากองค์กรใส่ใจประเด็นสังคม และไม่ปิดโอกาสที่จะรับพนักงานสักคนเข้ามาคอยขับเคลื่อนโอกาสเพียงเพราะเขาเป็นคนพิการ องค์กรก็จะได้เจอกับพนักงานที่มีความสามารถคนหนึ่งที่ตามหา ซึ่งจะทำให้องค์กรก้าวต่อไปได้อย่างดียิ่งขึ้นไปอีก ขอแค่คุณ ‘เปิดใจ’ โดยแบมแบมเป็นคนหนึ่งที่รักในอาชีพนักเขียนของเธอมาก เธอเล่าว่าเธอจะ “รู้สึกใจฟูเสมอ เวลามีคนมาบอกว่างานของแบมให้อะไรกับเขา มีคนส่งข้อความมาหาแบมว่า เขาทำงานอยู่ต่างประเทศ แล้วเขาท้อมาก แต่เขาได้มาอ่านงานที่แบมเขียน ทำให้มีกำลังใจการใช้ชีวิต…มันเป็นกำลังใจที่ดีให้แบมอยากสร้างสรรค์ผลงานต่อไป”

ท้ายที่สุด การที่ผู้พิการสักคนได้เฉิดฉายในหน้าที่การงานที่ตัวเองรัก ถือเป็นอะไรที่น่ายินดีที่พวกเขาถูกปฏิบัติอย่างเท่าเทียมและถูกมองเห็นอย่างแท้จริง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ยังมีอีกหลายพื้นที่ในไทย ซึ่งยังไม่ได้เปิดใจรับผู้พิการเข้าทำงาน ตัวแบมแบมเองจึงอยากเป็นตัวแทนผู้พิการที่ย้ำว่า

“แบมอยากเห็นคนในสังคมไทยยอมรับความแตกต่าง แบมว่าสิ่งที่แสนสิริทำ สามารถเป็นโรลโมเดลให้กับองค์กรอื่นได้ ไม่ว่าจะเป็นการให้โอกาสแบมได้เข้ามาทำงาน การพูดคุยสอบถามว่าผู้พิการมีความชอบอะไร หรือมีความถนัดที่จะทำอะไรบ้าง และให้พวกเขาได้ทำในสิ่งที่ชอบจริงๆ ซึ่งมันดีมากๆ ค่ะที่พวกเราได้ใช้ศักยภาพที่มี เพื่อสร้างสรรค์งานดีๆ ต่อไป”

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...