โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ผงะ! งบไตรมาส 4/67 DELTA พบค่าใช้จ่ายทางกฎหมายกว่า 1,008 ลบ. เผยคดียังไม่จบ หวั่นมีค่าใช้จ่ายเพิ่มอีก

Share2Trade

อัพเดต 18 ก.พ. 2568 เวลา 03.49 น. • เผยแพร่ 18 ก.พ. 2568 เวลา 04.15 น. • Share2Trade

บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA ออกมาชี้แจงผลประกอบการเพิ่มเติม! เกี่ยวกับผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/2567 เพื่อประกอบการพิจารณาของนักลงทุน ล่าสุดพบว่ามีประเด็นที่น่าสนใจ คือ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (รวมการวิจัยและพัฒนา) มีจำนวน 7,044 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.6% จากไตรมาสก่อน และ เพิ่มขึ้น 61.8% จากปีก่อน

ผงะ งบไตรมาส_S2T (เว็บ) copy_0.jpg

โดยมีสาเหตุหลัก ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นเนื่องจากมีการบันทึกค่าใช้จ่ายทางกฏหมาย ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2567 โดยยอดรวมค่าใช้จ่ายทางกฎหมายในปีนี้ มีมูลค่า 1,008 ล้านบาท (หมายเหตุประกอบงบข้อ 24) ทั้งนี้เกิดจากกลุ่มบริษัทเดลต้ามีข้อพิพาทด้านสิทธิบัตรเทคโนโลยีกับคู่กรณีในสหรัฐอเมริกา สถานะคดียังไม่สิ้นสุดและอยู่ระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป ส่งผลให้ยังมีปัจจัยกดดันจากค่าใช้จ่ายในส่วนนี้

อีกทั้งค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยพัฒนา มีช่วงฤดูกาลที่บันทึกยอดจากโครงการต่าง ๆ ของศูนย์วิจัยที่เยอรมันสูงขึ้นในช่วงปลายปี ทั้งนี้เป็นไปตามกลยุทธ์ในการเพิ่มการลงทุนเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีแห่งอนาคต ตามเเนวโน้มธุรกิจหลักที่มีดีมานด์ความต้องการสูง

และค่าสิทธิจ่าย ซึ่งบันทึกอยู่ในค่าใช้จ่ายการขาย มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นช่วงปีที่ผ่านมา เนื่องจากยอดขายที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เติบโตสูง อย่างไรก็ตาม ไตรมาสนี้มีการประเมินและปรับปรุงอัตราเรียกเก็บค่าสิทธิจ่ายสำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์อื่นเพิ่มเพิ่มและมีผลคำนวณอ้อนถึงต้นปี ทำให้ค่าสิทธิจ่ายเพิ่มสูงขึ้นจากไตรมาสก่อนอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้อัตราอ้างอิงดังกล่าว ได้ผ่านการสอบทานเปรียบเทียบกับมาตรฐานอุตสาหกรรมเทคโนโลยีโดยผู้เชี่ยวชาญการประเมินอย่างสมเหตุสมผล (บริษัท PWC)

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 4 ปี 2567 มียอดขายสินค้าและบริการอยู่ที่ 41,747 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.6 %จากปีที่แล้ว แต่ลดลง 3.4 % จากฐานสูงในไตรมาสก่อน ขับเคลื่อนโดยกลุ่มผลิตภัณฑ์พาวเวอร์ซิสเต็มสำหรับระบบศูนย์ข้อมูล และดีซีพาวเวอร์ สำหรับโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ ยังมีแนวโน้มแข็งแกร่งต่อเนื่อง ร่วมกับโซลูชันโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศ เติบโตได้ดีจากไตรมาสก่อน และปีที่แล้ว จากแนวโน้มความต้องการลงทุนเพื่อยกระดับดาต้าเซ็นเตอร์สำหรับการประมวลผลสมรรถนะสูง อย่างไรก็ตาม รายได้ส่วนกลุ่มโซลูชันสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า ปรับตัวลดลงจากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีที่แล้ว สอดคล้องกับทิศทางตลาดโลกที่ยังไม่ฟื้นตัว

ส่วนกำไรขั้นต้น ในไตรมาสนี้ มีจำนวน 9,376 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.2% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 21.4% จากฐานสูงของไตรมาสที่แล้ว โดยมีสาเหตุหลัก คือ

1. สกุลเงินดอลลาร์ส่งผลต่อค่าเงินบาทแข็งในต้นไตรมาส 4 เกิดการรับรู้ขาดทุนในต้นทุนสินค้าคงคลัง มูลค่า 13.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

2. การให้เงินคืนอุดหนุนแก่ลูกค้า มูลค่า 6.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากยอดขายสูงในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นไปตามข้อตกลงการค้า

3.หน่วยงานโซลูชัน Magnetic ซึ่งผลิตชิ้นส่วนสำหรับใช้ภายในหลากหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์ เกิดกรณีข้อบกพร่องของวัตถุดิบที่ได้ประกอบเป็นสินค้าสำเร็จรูปส่งมอบลูกค้าแล้ว ทำให้บริษัทฯ ต้องดำเนินการแก้งาน พร้อมตั้งสำรองค่าใช้จ่ายที่ครอบคลุมการดำเนินการดังกล่าว มูลค่า 16.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

4. อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากปัจจัยกดดันกำไรข้างต้น สำหรับไตรมาสนี้ บริษัทฯ ยังสามารถควบคุมบริหารสินค้าคงคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้มีการกลับรายการตั้งสำรองมูลค่าสินค้าคงคลังออกมาเพิ่มเติมบางส่วน เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบของค่าใช้จ่ายไม่ประจาที่เกิดขึ้นไตรมาสนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...