โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

‘ดาวโจนส์’ ปิดตลาดบวก 141.74 จุด ฟื้นตัวช่วงท้ายตลาด คลายกังวล ‘เศรษฐกิจถดถอย’

The Bangkok Insight

อัพเดต 01 พ.ค. 2568 เวลา 01.49 น. • เผยแพร่ 01 พ.ค. 2568 เวลา 01.49 น. • The Bangkok Insight

ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ของสหรัฐ ปิดซื้อขายวานนี้ (30 เม.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยที่ "ดาวโจนส์" เพิ่มขึ้น 141.74 จุด ฟื้นขึ้นมาในช่วงท้ายตลาด หลังร่วงลงอย่างหนักระหว่างวัน เพราะความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย หลังสหรัฐ เปิดเผยตัวเลขจีดีพีหดตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 40,669.36 จุด เพิ่มขึ้น 141.74 จุด หรือ +0.35% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปิดที่ 5,569.06 จุด เพิ่มขึ้น 8.23 จุด หรือ +0.15% และดัชนีแนสแด็กปิดที่ 17,446.34 จุด ลดลง 14.98 หรือ -0.09%

ดาวโจนส์

ในช่วงแรก ดาวโจนส์ร่วงหลุดจากระดับ 40,000 จุด หลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 สำหรับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ประจำไตรมาส 1/2568 ในวันนี้ โดยระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐหดตัว 0.3% ในไตรมาสดังกล่าว สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าขยายตัว 0.2% หลังจากขยายตัว 2.4% ในไตรมาส 4/2567

นอกจากนี้ ตลาดยังถูกกดดันจากการที่บริษัทจดทะเบียนหลายแห่ง พากันปรับลดคาดการณ์รายได้ และบางรายได้ระงับการเปิดเผยตัวเลขคาดการณ์รายได้ เนื่องจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับผลกระทบของมาตรการภาษีศุลกากร

อย่างไรก็ดี ดัชนีลดช่วงลบในเวลาต่อมา และดีดตัวขึ้นปิดในแดนบวก หลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เปิดเผยว่าดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลทั่วไป (Headline PCE) และดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ทรงตัวในเดือนมีนาคมเมื่อเทียบเป็นรายเดือน

ข้อมูลดังกล่าวช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะ Stagflation หรือภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวแต่เงินเฟ้อกลับสูงขึ้น

ทั้งนี้ ดัชนี PCE เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญ เนื่องจากสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)

นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ ที่ระบุว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐาน (Core PCE) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.5% ในไตรมาส 1/2568 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3.1% หลังจากปรับตัวขึ้น 2.6% ในไตรมาส 4/2567

หุ้น 7 ใน 11 กลุ่มที่คำนวณในดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปิดในแดนบวก นำโดยหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ปรับตัวขึ้น 0.89% ตามด้วยหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมดีดตัวขึ้น 0.74% ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลงมากที่สุด โดยร่วงลง 2.61% ตามด้วยหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยดิ่งลง 1.11%

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X :https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...