โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รัฐบาลจัดทีมแพทย์ดูแลสุขภาพชาวไทยมุสลิม เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 01 พ.ค. 2568 เวลา 09.14 น. • เผยแพร่ 01 พ.ค. 2568 เวลา 02.14 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

ทำเนียบ 1 พ.ค.-รัฐบาลจัดทีมแพทย์ดูแลสุขภาพชาวไทยมุสลิมกว่า 6 พันคน เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ ประจำปีนี้ที่ซาอุฯ

นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุข ได้จัดระบบสุขภาพเพื่ออำนวยความสะดวกชาวไทยที่จะเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย โดยจะมีชาวไทยที่จะเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ จำนวน 6,603 คน ระหว่างวันที่ 29 เมษายน – 2 มิถุนายน 2568 และเดินทางกลับช่วงวันที่ 12 มิถุนายน – 7 กรกฎาคม 2568 โดยก่อนการเดินทาง กระทรวงสาธารณสุขได้เตรียมความพร้อมให้กับผู้แสวงบุญทุกคน ทั้งคัดกรองความเสี่ยง ให้คำแนะนำการดูแลสุขภาพ รวมถึงฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้กาฬหลังแอ่นและโรคไข้หวัดใหญ่

นายคารม กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญในการจัดระบบดูแลสุขภาพพี่น้องชาวไทยมุสลิมที่เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์เป็นประจำทุกปี ซึ่งแต่ละปีมีชาวไทยมุสลิมได้รับโควตาประมาณ 13,000 คน โดยในปีนี้ดำเนินการภายใต้กรอบแนวคิด HEALTH FOR HAJJ โดยจัดทีมแพทย์ และบุคลากรทางการแพทย์ให้การดูแลสุขภาพ ประกอบด้วย แพทย์ 7 คน เภสัชกร 3 คน พยาบาล 15 คน เจ้าหน้าที่สาธารณสุข 2 คน รวม 27 คน แบ่งการเดินทางออกเป็น 2 ชุด โดยชุดแรกที่ออกเดินทางวันนี้จำนวน 15 คน ปฏิบัติงานระหว่างวันที่ 28 เมษายน 2568 – 23 มิถุนายน 2568 ส่วนชุดที่ 2 ประกอบด้วย แพทย์ 3 คน เภสัชกร 2 คน พยาบาล 6 คน และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข 1 คน รวม 12 คน ปฏิบัติงานระหว่างวันที่ 13 พฤษภาคม – 8 กรกฎาคม 2568

นายคารม กล่าวว่า ทีมแพทย์พร้อมให้บริการ 2 แห่ง คือ นครเมกกะ และเมืองมะดีนะห์ พร้อมยังมีทีมปฏิบัติงานภาคสนามให้บริการดูแลสุขภาพ ติดตามเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง ที่ทุ่งอาราฟะห์และมุสดาลีฟะห์ด้วย และหลังจากผู้แสวงบุญเดินทางกลับถึงประเทศไทย หน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่จะมีการติดตามเฝ้าระวังสุขภาพ โดยเฉพาะโรคติดเชื้อทางเดินหายใจตะวันออกกลาง (MERS-CoV) และโรคติดเชื้ออื่นๆ เป็นเวลา 14-30 วัน เพื่อให้มั่นใจว่าผู้แสวงบุญทุกคนจะมีความปลอดภัย

“การดูแลส่งเสริมสุขภาพชาวไทยมุสลิมที่จะเดินทางไปแสวงบุญ นอกจากจะเป็นความร่วมมือกันในการรักษาความมั่นคงทางสุขภาพของประชาชนคนไทยทุกศาสนาแล้วยังเป็นการแสดงถึงการส่งเสริมความร่วมมือด้านการสาธารณสุขระหว่างไทยและซาอุดีอาระเบีย และช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบันความร่วมมือทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้าการลงทุน ความมั่นคงทางอาหาร พลังงาน การท่องเที่ยวและวัฒนธรรม ของทั้งสองประเทศกำลังขยายตัวไปด้วยดี” นายคารม กล่าว.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...