โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

11 ปี LINE WEBTOON พาคอนเทนต์ไทยโกอินเตอร์ หวังปั้นเพิ่มอีก 52 เรื่อง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 23 เม.ย. 2568 เวลา 06.26 น. • เผยแพร่ 23 เม.ย. 2568 เวลา 06.26 น.
คิม โดยอง

ปัจจัยที่ทำให้วัฒนธรรมการอ่าน “เว็บตูน” (Webtoon) จากเกาหลีใต้ ขยายอิทธิพลมายังประเทศไทย จนกลายเป็นคอนเทนต์ยอดนิยมในเวลาอันรวดเร็ว ส่วนหนึ่งมาจากการเข้ามาทำตลาดของ “ไลน์ เว็บตูน” (LINE WEBTOON) ตั้งแต่ปี 2557 หรือประมาณ 11 ปีก่อน

นอกจากทำให้การอ่านการ์ตูนเข้าสู่ยุคใหม่ เปลี่ยนพฤติกรรมจากการพลิกหน้ากระดาษซ้ายขวา มาเป็นการไถหน้าจอมือถือขึ้นลงแล้ว ยังเป็นการเปิดพื้นที่แจ้งเกิดแห่งใหม่ให้กับบรรดานักวาดการ์ตูนรุ่นใหม่ มีผลงานดัง ๆ เกิดขึ้นมากมายที่คอเว็บตูนรู้จักกันดี เช่น ครัวง่าย ๆ สไตล์เด็กหอ โดยซิบบิล, ฉันนี่แหละท่านขุนที่สวยที่สุดในสยาม โดยยืนกินปากกา สตูดิโอ และ Take My Money รักนี้…มีเปย์ โดย DARAYA เป็นต้น

เมื่อเร็ว ๆ นี้ “ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสพูดคุยกับ “คิม โดยอง” หัวหน้าธุรกิจ LINE WEBTOON ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ย้อนไปตั้งแต่ช่วงแรก ทิศทางการทำตลาดไลน์ เว็บตูน ในประเทศไทย จนมาถึงวันที่สามารถต่อยอดเป็นคอนเทนต์ได้อีกหลายประเภท และแนวทางการผลักดันครีเอเตอร์ไทยให้เติบโตในเส้นทางสายอาชีพนี้

กางธุรกิจเว็บตูน

“คิม” กล่าวว่า ปัจจุบันเว็บตูนเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq สหรัฐอเมริกา และให้บริการใน 150 ประเทศทั่วโลก มีฐานผู้ใช้อยู่ที่ 163 ล้านคนต่อเดือน ซึ่งบนแพลตฟอร์มมีเว็บคอมมิก 4.5 แสนเรื่อง และนิยายออนไลน์ (Web Novel) 54 ล้านเรื่อง มีจำนวนครีเอเตอร์ที่สร้างสรรค์ผลงานมีอยู่ 24 ล้านคนทั่วโลก

สำหรับผลประกอบการในปี 2567 ที่ผ่านมา เว็บตูนมีรายได้กว่า 1.35 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.5 หมื่นล้านบาท) แบ่งเป็นรายได้จากการเติมเงินเพื่อปลดล็อกรายตอน (Paid Content) 80% โฆษณา (Ads) 12% และการต่อยอดลิขสิทธิ์ (IP Adaptation) 8%

นอกจากบนแอปพลิเคชั่น WEBTOON ที่ให้บริการเป็นหลักแล้ว ยังมีแพลตฟอร์มอื่น ๆ ในเครืออีก เช่น WEBTOON CANVAS ให้ครีเอเตอร์ได้ทดลองสร้างสรรค์ผลงานก่อนรับเลือกให้มาอยู่บนหน้าหลักของแอป, LINE MANGA สำหรับอ่านการ์ตูน, NAVER SERIES และ Munpia ที่ไว้อ่าน Web Novel เป็นต้น

“แพลตฟอร์มในเครือเว็บตูน ครอบคลุมการอ่าน การเขียน ตั้งแต่ Web Novel ที่มีแค่ตัวอักษร มาจนถึงเว็บตูนที่มีภาพและตัวอักษรประกอบกัน พร้อมต่อยอดเป็นซีรีส์ หรือภาพยนตร์โดยสตูดิโอของเครือ เช่น Studio N ในเกาหลีใต้ และ Wattpad WEBTOON Studios ในสหรัฐ”

ชู 4E ขยายจักรวาล IP

ที่ผ่านมาคอนเทนต์บนเว็บตูนเกิดการต่อยอด IP หลายรูปแบบ นอกจากซีรีส์ และภาพยนตร์แล้ว ก็ยังมีเกม, แอนิเมชั่น, ของสะสม และหนังสือ ซึ่งในปีนี้ เว็บตูนต้องการยกระดับคอนเทนต์บนแพลตฟอร์ม ขึ้นเป็น IP Business เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้รูปแบบใหม่ ๆ เป็น Business Flywheel ที่ทุกส่วนช่วยขับเคลื่อนธุรกิจร่วมกัน

เริ่มจากครีเอเตอร์สร้างสรรค์คอนเทนต์ป้อนผู้ใช้ จนเกิดเป็นฐานแฟนคลับที่ติดตามผลงาน โดยจะนำเรื่องที่ได้รับความนิยมไปต่อยอด IP เพื่อเป็นรายได้ให้ครีเอเตอร์อีกทาง ส่วนเว็บตูนจะคอยซัพพอร์ตประสบการณ์ใช้งานด้วย AI

“ฝั่งครีเอเตอร์สามารถเข้าถึงข้อมูลหลังบ้านเพื่อนำมาพัฒนาผลงานต่อไปได้ ทำให้ผู้ใช้ได้รับการนำเสนอเนื้อหาที่ตรงใจมากขึ้นด้วย”

“คิม” บอกด้วยว่า เว็บตูนพร้อมร่วมงานกับพาร์ตเนอร์เพื่อต่อยอด IP ในรูปแบบต่าง ๆ ผ่านกลยุทธ์ 4E ประกอบด้วย 1.Engagement เพิ่มการมีส่วนร่วมผ่านแคมเปญโฆษณา 2.Expansion ขยาย IP ไปยังคอนเทนต์รูปแบบอื่น ๆ 3.Embodiment แปลงสภาพเป็นไลเซนส์สำหรับผลิตสินค้า และ 4.Ecosystem สร้างการเติบโตในทุกภาคส่วน

“การต่อยอด IP เป็นคอนเทนต์ หรือสินค้าอื่น ๆ ช่วยเติมเต็มประสบการณ์ของนักอ่านให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เช่น ผู้ใช้ Gen Z ชอบสะสมรูปเล่มหนังสือการ์ตูน หรืออย่าง Pop-Up Store ของเรื่องฉันนี่แหละท่านขุนที่สวยที่สุดในสยาม ก็มีผู้เข้าชมกว่า 1 หมื่นคน รวมถึง Top Spender ยังซื้อสินค้ามากถึง 12,000 บาท”

ความสำเร็จในไทย

“คิม” ยกตัวอย่างเว็บตูนสัญชาติไทยที่ประสบความสำเร็จในประเทศ และได้รับการแปลเป็นภาษาอื่น ๆ พร้อมเปิดให้อ่านในต่างประเทศ เช่น ครัวง่าย ๆ สไตล์เด็กหอ ที่มียอดอ่านมากกว่า 114 ล้านวิว และเมื่อนำไปสร้างแอนิเมชั่นก็มียอดรับชมสูงถึง 77 ล้านวิว จึงมีการนำไปแปล และเปิดให้อ่านในญี่ปุ่น และอินโดนีเซีย

นอกจากนี้ ยังมี “ฉันนี่แหละท่านขุนที่สวยที่สุดในสยาม” มียอดอ่านมากกว่า 54 ล้านวิว มีการนำไปแปล และเปิดให้อ่านในจีน และไต้หวัน พร้อมทั้งประกาศสร้างซีรีส์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนเรื่อง “คุณแม่วัยใส” ที่เคยนำไปสร้างเป็นซีรีส์เมื่อปี 2560 ก็นำไปแปลและเปิดให้อ่านในเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ไต้หวัน และอินโดนีเซีย

“การเลือกเนื้อหาไปแปลและเปิดให้อ่านในประเทศอื่น ๆ ต้องเลือกให้เหมาะสมกับความชื่นชอบและวัฒนธรรม เช่น ในไทยกับไต้หวันจะเปิดกว้างเรื่อง BL/GL (Boy Love/Girl Love) มาก ๆ ต่างจากอินโดนีเซียที่เป็นประเทศอิสลาม และชื่นชอบคอนเทนต์ Slice of Life หรือเล่าเรื่องชีวิตประจำวันทั่วไปมากกว่า”

มุมมองต่อการแข่งขัน

สำหรับภาพรวมการแข่งขันในปีนี้ “คิม” ประเมินว่า คู่แข่งของเว็บตูนไม่ได้มีแค่แพลตฟอร์มที่ทำคอนเทนต์แบบเดียวกัน แต่ยังรวมไปถึงคอนเทนต์ หรือกิจกรรมอื่น ๆ เพราะ “เวลา” ของผู้ใช้มีเท่าเดิม โจทย์จึงอยู่ที่จะทำอย่างไรให้ “เวลา” ที่เขามีเลือกอ่านเว็บตูน

จุดแข็งของเว็บตูนที่ใช้ในการดึงดูดใจผู้บริโภคมี 3 อย่าง คือ 1.มีความหลากหลาย 2.มีคอนเทนต์ออริจินอล และ 3.ไร้พรมแดน สามารถนำคอนเทนต์จากประเทศอื่น ๆ มาเสิร์ฟผู้ใช้ในไทยได้ แต่ถ้ามองในแง่ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มแบบเดียวกันก็มั่นใจว่า เว็บตูนครองตำแหน่งผู้นำตลาด เพราะจำนวนฐานผู้ใช้ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยปัจจุบันสัดส่วนของผู้ใช้แอปเว็บตูนในไทย เป็นผู้ชาย 32% ผู้หญิง 68% และใช้เวลาบนแพลตฟอร์มเฉลี่ย 56 นาทีต่อวัน

“ในภาพรวม ประเทศไทยยังถือเป็นตลาดอันดับต้น ๆ ของเว็บตูนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

ผลักดันครีเอเตอร์ไทย

นอกจากการปลุกปั้น IP Business ให้เติบโตจะเป็นจุดโฟกัสสำคัญในปี 2568 อีกสิ่งที่จะทำคือการเพิ่มจำนวนครีเอเตอร์ และคอนเทนต์สัญชาติไทยให้มากขึ้น โดยตั้งเป้าว่าจะต้องมีคอนเทนต์จากครีเอเตอร์ไทย 52 เรื่อง จากที่ปีก่อนหน้ามี 19 เรื่อง เพิ่มขึ้นถึง 174%

และเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายนั้น เว็บตูนจึงมีโครงการสนับสนุนครีเอเตอร์จำนวนมาก เช่น Training Camp ที่พาครีเอเตอร์ชาวเกาหลีใต้เจ้าของผลงานดังมาเป็นวิทยากรในการถ่ายทอดความรู้จากประสบการณ์ในการสร้างสรรค์ผลงานให้กับครีเอเตอร์ชาวไทย รวมถึงในไตรมาส 3 เตรียมจัดงาน “WEBTOON-CON” ในประเทศไทยเป็นครั้งแรก เพื่อทำให้คอมมิวนิตี้ของครีเอเตอร์และคนรักเว็บตูนแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

“ความตั้งใจของเรา คือการทำให้อุตสาหกรรมเว็บตูนของไทยเติบโตไม่แพ้กับที่เกาหลีใต้ ซึ่งปัจจุบันครีเอเตอร์เติบโตจนมีสตูดิโอ และทีมงานของตนเองแล้ว เชื่อว่าด้วยฝีมือ และวิวัฒนาการของเว็บตูนในไทยจะสามารถไปถึงจุดนั้นได้ หากมีโอกาสเราก็พร้อมร่วมงานกับภาครัฐ เพื่อสร้างการเติบโตให้กับอุตสาหกรรม”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 11 ปี LINE WEBTOON พาคอนเทนต์ไทยโกอินเตอร์ หวังปั้นเพิ่มอีก 52 เรื่อง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...