โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Goldman Sachs ชี้ ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่า ยังไม่สุดทาง หลังนักลงทุนเทขายสินทรัพย์สหรัฐ หนีภาษี-เสี่ยงถดถอย

การเงินธนาคาร

อัพเดต 24 เม.ย. 2568 เวลา 17.23 น. • เผยแพร่ 24 เม.ย. 2568 เวลา 10.23 น.

Goldman Sachs ชี้ "ดอลลาร์สหรัฐ" อ่อนค่า ยังไม่สุดทาง หลังนักลงทุนเทขายสินทรัพย์สหรัฐ หนีภาษี-เสี่ยงถดถอย โดยอาจอ่อนค่าลงถึง 25-30% หากต่างชาติหยุดซื้อสินทรัพย์สหรัฐ

วันที่ 24 เมษายน 2568 เวลา 16.47 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า Jan Hatzius หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Goldman Sachs ระบุว่า ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าหนักจากความไม่แน่นอนเรื่องภาษีและความกังวลเศรษฐกิจถดถอย และยังมีแนวโน้มจะอ่อนค่าลงอีกมาก

โดยดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่ามากกว่า 4.5% ในเดือนเมษายน และกำลังจะปิดเดือนด้วยการอ่อนค่ามากที่สุดนับตั้งแต่ช่วงปลายปี 2565 ขณะนักลงทุนเทขายสินทรัพย์สหรัฐ สถานการณ์นี้จุดกระแส“วิกฤตศรัทธา” ต่อสถานะของดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินสำรองอันดับ 1 ของโลก ขณะที่ในปี 2568 ดอลลาร์ร่วงแล้วถึง 8% เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลักอื่น ๆ

Hatzius เขียนในบทความลง Financial Times ว่า การอ่อนค่าของดอลลาร์ยิ่งจะซ้ำเติมแรงกดดันด้านราคา เพราะภาษีก็กำลังผลักดันเงินเฟ้อให้สูงขึ้นอยู่แล้ว

แม้ดอลลาร์อ่อนค่าจะช่วยให้การส่งออกของสหรัฐถูกลง และลดการขาดดุลการค้า ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจในช่วงเสี่ยงถดถอย แต่ Hatzius เตือนว่า หากสาเหตุของการอ่อนค่าเป็นเพราะนักลงทุนไม่ต้องการถือสินทรัพย์สหรัฐ ก็อาจหักล้างผลบวกของดอลลาร์อ่อนต่อภาวะการเงินโดยรวม

Hatzius ระบุว่า “ผมมักหลีกเลี่ยงคำถามเรื่องค่าเงิน เพราะทั้งงานวิจัยและประสบการณ์สอนว่าการคาดการณ์อัตราแลกเปลี่ยนนั้นยากกว่าการคาดการณ์ GDP เงินเฟ้อ หรือดอกเบี้ยเสียอีก” และเสริมว่า “แต่พูดอย่างถ่อมตัว ผมเชื่อว่าการที่ดอลลาร์อ่อนลง 5% เมื่อเทียบกับดัชนีแบบกว้าง ยังไม่ใช่จุดจบ และยังมีทางให้ลงต่ออีกมาก”

Hatzius อ้างอิงว่าในอดีตเคยมีช่วงที่มูลค่าดอลลาร์อยู่ในระดับใกล้เคียงกับปัจจุบัน 2 ครั้ง คือ กลางทศวรรษ 1980s และ ต้นทศวรรษ 2000s ซึ่งนำไปสู่การอ่อนค่าราว 25–30%

ด้านกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประเมินว่านักลงทุนต่างชาติถือสินทรัพย์สหรัฐราว 22 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็น ประมาณ 1 ใน 3 ของพอร์ตการลงทุนทั้งหมด ในจำนวนนี้ครึ่งหนึ่งเป็นหุ้นที่มักไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน

ทั้งนี้สหรัฐมีดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลอยู่ที่ 1.1 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี ซึ่งหมายความว่าต้องพึ่งพาเงินทุนจากต่างชาติในจำนวนเท่ากันทุกปี หากนักลงทุนหยุดซื้อสินทรัพย์สหรัฐ ดอลลาร์ก็จะอ่อนต่อไป

Hatzius ระบุว่าถ้าเศรษฐกิจสหรัฐยังคงแข็งแกร่งกว่าเศรษฐกิจอื่น ๆ ทั่วโลก ปัจจัยเหล่านี้คงไม่ส่งผลรุนแรง แต่ขณะนี้ไม่เป็นเช่นนั้น เพราะ IMF คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสหรัฐ 2568 จะโตเพียง 1.8% จาก 2.8% ในปี 2567

Hatzius เน้นว่า“ดอลลาร์อ่อน ไม่ได้แปลว่าดอลลาร์จะหมดบทบาทสกุลเงินสำรองของโลก เว้นแต่จะเกิดช็อกรุนแรงมาก ดอลลาร์ยังคงได้เปรียบในฐานะสื่อกลางในการชำระเงินและแหล่งเก็บมูลค่าระดับโลก ซึ่งสกุลเงินอื่นยังสู้ไม่ได้”

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...