Goldman Sachs ชี้ ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่า ยังไม่สุดทาง หลังนักลงทุนเทขายสินทรัพย์สหรัฐ หนีภาษี-เสี่ยงถดถอย
Goldman Sachs ชี้ "ดอลลาร์สหรัฐ" อ่อนค่า ยังไม่สุดทาง หลังนักลงทุนเทขายสินทรัพย์สหรัฐ หนีภาษี-เสี่ยงถดถอย โดยอาจอ่อนค่าลงถึง 25-30% หากต่างชาติหยุดซื้อสินทรัพย์สหรัฐ
วันที่ 24 เมษายน 2568 เวลา 16.47 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า Jan Hatzius หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Goldman Sachs ระบุว่า ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าหนักจากความไม่แน่นอนเรื่องภาษีและความกังวลเศรษฐกิจถดถอย และยังมีแนวโน้มจะอ่อนค่าลงอีกมาก
โดยดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่ามากกว่า 4.5% ในเดือนเมษายน และกำลังจะปิดเดือนด้วยการอ่อนค่ามากที่สุดนับตั้งแต่ช่วงปลายปี 2565 ขณะนักลงทุนเทขายสินทรัพย์สหรัฐ สถานการณ์นี้จุดกระแส“วิกฤตศรัทธา” ต่อสถานะของดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินสำรองอันดับ 1 ของโลก ขณะที่ในปี 2568 ดอลลาร์ร่วงแล้วถึง 8% เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลักอื่น ๆ
Hatzius เขียนในบทความลง Financial Times ว่า การอ่อนค่าของดอลลาร์ยิ่งจะซ้ำเติมแรงกดดันด้านราคา เพราะภาษีก็กำลังผลักดันเงินเฟ้อให้สูงขึ้นอยู่แล้ว
แม้ดอลลาร์อ่อนค่าจะช่วยให้การส่งออกของสหรัฐถูกลง และลดการขาดดุลการค้า ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจในช่วงเสี่ยงถดถอย แต่ Hatzius เตือนว่า หากสาเหตุของการอ่อนค่าเป็นเพราะนักลงทุนไม่ต้องการถือสินทรัพย์สหรัฐ ก็อาจหักล้างผลบวกของดอลลาร์อ่อนต่อภาวะการเงินโดยรวม
Hatzius ระบุว่า “ผมมักหลีกเลี่ยงคำถามเรื่องค่าเงิน เพราะทั้งงานวิจัยและประสบการณ์สอนว่าการคาดการณ์อัตราแลกเปลี่ยนนั้นยากกว่าการคาดการณ์ GDP เงินเฟ้อ หรือดอกเบี้ยเสียอีก” และเสริมว่า “แต่พูดอย่างถ่อมตัว ผมเชื่อว่าการที่ดอลลาร์อ่อนลง 5% เมื่อเทียบกับดัชนีแบบกว้าง ยังไม่ใช่จุดจบ และยังมีทางให้ลงต่ออีกมาก”
Hatzius อ้างอิงว่าในอดีตเคยมีช่วงที่มูลค่าดอลลาร์อยู่ในระดับใกล้เคียงกับปัจจุบัน 2 ครั้ง คือ กลางทศวรรษ 1980s และ ต้นทศวรรษ 2000s ซึ่งนำไปสู่การอ่อนค่าราว 25–30%
ด้านกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประเมินว่านักลงทุนต่างชาติถือสินทรัพย์สหรัฐราว 22 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็น ประมาณ 1 ใน 3 ของพอร์ตการลงทุนทั้งหมด ในจำนวนนี้ครึ่งหนึ่งเป็นหุ้นที่มักไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
ทั้งนี้สหรัฐมีดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลอยู่ที่ 1.1 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี ซึ่งหมายความว่าต้องพึ่งพาเงินทุนจากต่างชาติในจำนวนเท่ากันทุกปี หากนักลงทุนหยุดซื้อสินทรัพย์สหรัฐ ดอลลาร์ก็จะอ่อนต่อไป
Hatzius ระบุว่าถ้าเศรษฐกิจสหรัฐยังคงแข็งแกร่งกว่าเศรษฐกิจอื่น ๆ ทั่วโลก ปัจจัยเหล่านี้คงไม่ส่งผลรุนแรง แต่ขณะนี้ไม่เป็นเช่นนั้น เพราะ IMF คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสหรัฐ 2568 จะโตเพียง 1.8% จาก 2.8% ในปี 2567
Hatzius เน้นว่า“ดอลลาร์อ่อน ไม่ได้แปลว่าดอลลาร์จะหมดบทบาทสกุลเงินสำรองของโลก เว้นแต่จะเกิดช็อกรุนแรงมาก ดอลลาร์ยังคงได้เปรียบในฐานะสื่อกลางในการชำระเงินและแหล่งเก็บมูลค่าระดับโลก ซึ่งสกุลเงินอื่นยังสู้ไม่ได้”
อ้างอิง : reuters.com