โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ข้าวบุหรี่” อาหารแขกที่รัชกาลที่ 5 โปรดเสวย แต่เจ้านายบางองค์ไม่ชอบเพราะเหตุใด?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 10 มี.ค. 2568 เวลา 11.22 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. 2568 เวลา 03.24 น.
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ข้าวบุหรี่ อาหารแขกที่เป็นต้นทางอาหารประเภท “ข้าวหมก” เป็นหนึ่งในพระกระยาหารโปรดในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ทว่าเจ้านายบางองค์กลับไม่ชอบ เหตุผลเพราะอะไร?

อาสา คำภา นักวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เล่าเรื่องนี้ไว้ในผลงาน “รสไทย(ไม่)แท้: ถอดรูปทิพย์อาหารไทยในสนามการเมืองวัฒนธรรม” (สำนักพิมพ์มติชน) ว่า

“ข้าวหุง” ในสำรับไทยโบราณ แท้จริงแล้วคืออาหารแขก ด้วยเป็นข้าวที่ปรุงจนสวย ใส่เนย ใส่ถั่ว บางคราวก็ใส่หญ้าฝรั่น บ้างเรียกอย่างสามัญว่า “ข้าวบุหรี่” บ้างว่าคำคำนี้เพี้ยนมาจาก “บริยานี” หรือ “บุริยานี” ในภาษาเปอร์เซีย

ข้าวบุหรี่ อาหารแขกนี้นับเป็นต้นทางของอาหารประเภท “ข้าวหมก” ทั้งหลาย กล่าวกันว่าข้าวบุหรี่เป็นของเสวยที่รัชกาลที่ 5 โปรด และเจ้าจอมในตระกูลบุนนาค หรือ “เจ้าจอมก๊กออ” ซึ่งมีเชื้อสายเปอร์เซียได้พยายามพลิกแพลงปรับปรุงสูตรให้เข้ากับพระราชนิยมยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ในกลุ่มเจ้านายสมัยรัชกาลที่ 5 ข้าวบุหรี่ก็ดูจะเป็นที่นิยม ปรากฏหลักฐานใน “บันทึกความทรงจำ” ของ หม่อมเจ้าหญิงจงจิตรถนอม ดิศกุล พระธิดาในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ที่ระบุว่า “(เสด็จพ่อ)…ภายหลังทรงหัดหุงข้าวต่างๆ เช่น ข้าวมัน ข้าวบุหรี่…” เพื่อร่วมกิจกรรมทรงพระสำราญของรัชกาลที่ 5 ที่ทรงเชื้อเชิญ “เจ้าพี่เจ้าน้อง” ตลอดจนเจ้านายฝ่ายใน ให้มาร่วมกันปรุงกระยาหารในงานขึ้นเรือนต้นที่พระราชวังดุสิต เมื่อ พ.ศ. 2447

อาสาเล่าด้วยว่า อย่างไรก็ตาม แม้รัชกาลที่ 5 จะโปรดอาหารแขก เช่น ข้าวบุหรี่ ทว่าคนไทยในอดีตส่วนมากกลับไม่คุ้นเคยกับอาหารแขก เพราะมัก “ทนกลิ่นนมกลิ่นเนยไม่ไหว” ดังที่ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรี และผู้เขียนนวนิยาย “สี่แผ่นดิน” เคยเล่าถึงบิดา คือ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าคำรบ ว่า

“พ่อผมท่านเป็นคนไทยรุ่นเก่า ได้กลิ่นนมกลิ่นเนยไม่ได้…พอได้กลิ่นเนยแล้วท่านจะต้องโวยว่าเหม็นแล้วอาละวาดต่อไปอีกมาก…”

เป็นเหตุให้คราใดที่ญาติพี่น้องฝ่ายหญิงข้างมารดา (หม่อมแดง ปราโมช) ของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์มาเยี่ยมที่บ้าน บรรดาป้าและมารดาของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ซึ่งเป็นคนในสกุลบุนนาค และมีเชื้อสายแขกสืบมาเป็นร้อยปี จึงชอบกินนมกินเนย ถึงกับต้องแอบล้อมวงกินกับข้าวแขกจำพวกโรตี มะตะบะ ข้าวบุหรี่ แกงกะหรี่ แกงกูรหม่า ขนมไส้ ไก่ทอดเนย กันอย่างมิดชิดปิดลับ

“…พอกับข้าวแขกมาถึงท่านก็ชวนกันเข้าห้องปิดประตูกินกันเฉพาะพี่น้อง เหน็บเอาผมเข้าไปด้วยไม่ให้ใครเห็นและซุบซิบกันมาก เหมือนกับแอบชุมนุมกันสูบเฮโรอีนกันอย่างนั้นแหละ

กินเสร็จก็รีบขนเอาถ้วยชามเอาไปล้างให้สะอาดไกลเรือน ไม่ให้ส่งกลิ่นมาได้ ในห้องที่กินก็ต้องรีบเปิดประตูหน้าต่าง จุดธูปดับกลิ่น ตัวท่านเอง (หม่อมแดง ปราโมช) ก็ต้องบ้วนปาก ล้างปากกันหนักหนาเป็นพิเศษ ล้างปากแล้วก็กินหมากเติมกานพลูกันเอาเพื่อสะกดกลิ่นเนย”

คำบอกเล่าข้างต้นของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ จึงพออนุมานได้ว่า แม้รัชกาลที่ 5 จะโปรดเสวยข้าวบุหรี่ อาหารแขกที่มีมานานในวัฒนธรรมอาหารการกินของไทย แต่ด้วยกลิ่นที่คนไทยอาจไม่คุ้นนัก เจ้านายบางองค์จึงไม่ทรงชอบ

ขณะที่ปัจจุบัน อาหารแขกได้รับความนิยมมากขึ้นในสังคมไทย หารับประทานได้ง่ายขึ้นกว่าแต่ก่อน ทั้งยังมีให้เลือกตั้งแต่ร้านทั่วไปราคาจับต้องได้ ไปจนถึงร้านอาหารแขกระดับไฟน์ ไดนิง

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

อาสา คำภา. รสไทย(ไม่)แท้: ถอดรูปทิพย์อาหารไทยในสนามการเมืองวัฒนธรรม. กรุงเทพฯ: มติชน. พิมพ์ครั้งที่ 4, 2567.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 10 มีนาคม 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ข้าวบุหรี่” อาหารแขกที่รัชกาลที่ 5 โปรดเสวย แต่เจ้านายบางองค์ไม่ชอบเพราะเหตุใด?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...