โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Whoscall เผย SMS phishing ยังระบาดหนักในไทยพราะค่าใช้จ่ายหลักสตางค์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 24 ก.พ. 2568 เวลา 16.49 น. • เผยแพร่ 24 ก.พ. 2568 เวลา 09.49 น.

Whoscall เผยปี 67 คนไทยถูกมิจฉาชีพโทรฯ-ส่ง SMS หลอกถึง 168 ล้านครั้ง สูงสุดในรอบ 5 ปี ใช้มุกหลอกกู้เงิน ขายสินค้าปลอม แอบอ้างหน่วยงานมากสุด ชี้แนวโน้มไทยยังเสี่ยงโดนหลอกเพิ่มขึ้น SMS phishing ยังระบาดหนัก เพราะค่าใช้จ่ายสำหรับส่ง SMS ถูกลง ข้อมูลคนรั่วไหลมากขึ้น และ มิจฉาชีพใช้ AI มาช่วยให้หลอกเหยื่อได้เร็วขึ้น เฉลี่ยใช้ไม่ถึง 1 ชั่วโมงหลอกเหยื่อสำเร็จ

24 ก.พ. 2568 นายแมนวู จู ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โกโกลุก ประเทศไทย ผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน Whoscall เปิดเผยว่า ตั้งแต่ที่บริษัทเริ่มเผยแพร่รายงานประจำปีตั้งแต่ปี 2563 บริษัทได้ติดตามสถานการณ์การหลอกลวงของมิจฉาชีพที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในเกือบทุกๆ ตลาดหลักที่ Whoscall ให้บริการอย่างใกล้ชิด

สำหรับประเทศไทย ในปี 2567 สามารถระบุสายโทรศัพท์และข้อความหลอกลวงได้สูงสุดในรอบ 5 ปี ถึง 168 ล้านครั้ง โดยในปี 2567 ประเทศไทยมีจำนวนการตรวจพบสายโทรศัพท์และข้อความ SMS หลอกลวงเพิ่มขึ้นประมาณ 168 ล้านครั้ง สูงสุดในรอบ 5 ปี จากปี 2566 ซึ่งอยู่ที่ 79.2 ล้านครั้ง หรือสูงขึ้น 112%

โดยแบ่งเป็นการโทรหลอกลวงเพิ่มขึ้นเป็น 38 ล้านครั้ง จาก 20.8 ล้านครั้งในปี 2566 ขณะที่จำนวนข้อความ SMS หลอกลวงพุ่งสูงถึงเกือบ 130 ล้านครั้ง จาก 58.3 ล้านครั้งในปี 2566

กลโกงที่พบมากที่สุด ได้แก่ การหลอกขายบริการและสินค้าปลอม การแอบอ้างตัวเป็นหน่วยงาน และ หลอกว่ามีเงินกู้อนุมัติง่าย การหลอกทวงเงิน การหลอกว่าเป็นหนี้

“จำนวนข้อความ SMS หลอกลวงพุ่งสูงถึงเกือบ 130 ล้านครั้ง เป็นตัวบ่งชี้สำคัญว่ากลุ่มมิจฉาชีพยังคงใช้การส่งข้อความเป็นช่องทางหลักในการหลอกลวง โดยข้อความ SMS หลอกลวงที่แนบลิงก์ฟิชชิง เช่น ข้อความ SMS ที่หลอกให้กู้เงิน และโฆษณาการพนันยังคงพบมากที่สุด

นอกจากนี้กลุ่มมิจฉาชีพยังเปลี่ยนกลยุทธ์มาแอบอ้างหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนมากขึ้น เช่น แอบอ้างเป็นบริการจัดส่งสินค้า รวมไปถึงการปลอมเป็นหน่วยงานสาธารณูปโภค เพื่อส่งข้อความชวนเชื่อที่สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐเกี่ยวกับมาตรการลดค่าไฟฟ้า คืนค่าประกันมิเตอร์ไฟฟ้า มาตรการคนละครึ่ง และดิจิทัลวอลเล็ต”

นายแมนวู เปิดเผยว่า นอกจากนี้ จากข้อมูลของฟีเจอร์ Web Checker ของ whoscall ที่ผู้ใช้สามารถตรวจสอบลิงก์ที่น่าสงสัยและอันตรายบนเว็บบราวเซอร์ในระหว่างการใช้งานโทรศัพท์มือถือ ในปี 2567 ฟีเจอร์นี้ช่วยปกป้องผู้ใช้งานจากการคลิกลิงก์อันตราย แปลกปลอมหลากหลายประเภท โดยประเภทลิงก์อันตรายที่พบมากที่สุด เป็นลิงก์ฟิชชิงที่มีวัตถุประสงค์เพื่อดูดเงิน หรือล้วงข้อมูลส่วนบุคคล 40% ส่วนลิงก์อันตรายที่เหลือเป็นลิงก์ที่เชื่อมโยงกับการพนันออนไลน์ผิดกฎหมาย 30% และลิงก์อันตรายที่หลอกให้เหยื่อดาวน์โหลดแอปพลิเคชันที่มีมัลแวร์เพื่อขโมยข้อมูลสำคัญจากอุปกรณ์อีก 30%

ขณะที่ฟีเจอร์ ID Security ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยให้ผู้ใช้สามารถตรวจสอบความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของตนเองได้ ในปีที่ 2567 ฟีเจอร์ ID Security เป็นตัวช่วยสำคัญที่ช่วยเพิ่มความระมัดระวังความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล โดยผลการวิเคราะห์พบว่าข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ 41% รั่วไหลไปยังที่ต่าง ๆ เช่น ดาร์กเว็บ และดีพเว็บ ในบรรดาข้อมูลส่วนตัวที่รั่วไหลพบว่า 97% เป็น อีเมล และ 88% เป็นเบอร์โทรศัพท์ ซึ่งอาจมีข้อมูลเช่น วันเดือนปีเกิด ชื่อนามสกุล พาสเวิร์ด รวมถึงข้อมูลอื่น ๆ หลุดร่วมไปด้วย

ทั้งนี้ปัจจุบันการหลอกลวงเกิดขึ้นในทุกภูมิภาคและเป็นตัวเลขที่สูงในทุกภูมิภาค แต่จะมีรูปแบบที่แตกต่างกัน เช่นบางประเทศมิจฉาชีพใช้การโทรมากว่า ส่ง SMS แต่บางประเทศส่ง SMS เป็นหลัก ขณะที่ปัจจุบันแนวโน้มการหลอกลวงใน เกาหลี ไต้หวัน และ ญี่ปุ่น มีการเติบโตที่ชะลอลง ขณะที่ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ไทย และ มาเลเซีย ยังมีการหลอกลวงที่เติบโตในระดับสูง อย่างไรก็ตาม พบว่าสาเหตุที่มิจฉาชีพนำมาใช้แอบอ้างหลอกลวงเหมือนกัน คือ หลอกลงทุน หลอกให้ซื้อสินค้าและบริการ และ แอบอ้างเป็นหน่วยงาน

“การหลอกลวงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อยู่ในเทรนด์ที่กำลังเติบโต สำหรับประเทศไทยที่ตัวเลขเติบโตสูง มาจากปัจจัยด้าน ค่าใช้จ่ายที่มิจฉาชีพใช้หลอกคนที่ถูกลงเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการส่ง SMS ที่มีค่าใช้จ่ายต่อครั้งอยู่ในหลักสตางค์เมื่อเทียบกับการโทรที่แพงกว่า และการที่ข้อมูลของคนรั่วไหลมากขึ้นทุกวันประกอบกับมิจฉาชีพใช้ AI มาใช้ให้หลอกลวงได้ง่ายขึ้น ทำให้กลโกงซับซ้อนมากขึ้น

ขณะที่ยังพบว่าปัจจุบันคนโดนหลอกในเวลาที่เร็วมากขึ้นโดยเฉลี่ยภายใน1 ชั่วโมง เพราะมิจฉาชีพรู้ข้อมูลมากขึ้น ไม่ต้องใช้เวลาเก็บข้อมูลเหมือนเมื่อก่อน”

ด้าน นายกชศร ใจแจ่ม กรรมการผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท โกโกลุก ประเทศไทย เปิดเผยว่า สำหรับแนวโน้มการหลอกลวงผ่านโทรศัพท์ของประเทศไทย หากรัฐบาลให้ความสำคัญคาดว่าจะทำให้ตัวเลขลดลง

“หลังจากรัฐบาลได้ออกมาตรการอย่างเข้มข้นในช่วงกลางปี 2567 เรายังไม่เห็นตัวเลขที่ชัดเจนว่าเป็นอย่างไร ตอนนี้ภาครัฐเน้นไปที่คอลเซนเตอร์ คิดว่าตัวเลขการหลอกลวงก็น่าจะลดเยอะไปพอสมควร เพราะที่ผ่านมาไม่ได้มีการทำที่จริงจังขนาดนี้มาก่อน เราคาดหวังว่าจะดีขึ้น”

ทั้งนี้จากรายงานประจำปี 2567 ของ whoscall พบว่าใน 1 วัน Whoscallช่วยปกป้องคนไทยจากมิจฉาชีพได้มากกว่า 460,000 ครั้ง Ffpประชาชนควรตื่นตัวและใช้มาตรการเชิงรุกเพื่อปกป้องตนเอง โดยแอป Whoscall มีฟีเจอร์ที่ช่วยป้องกันมิจฉาชีพได้ เช่น

  • ฟีเจอร์ Caller ID จะยังเป็นแนวป้องกันแรกที่สามารถระบุตัวตนของหมายเลขที่ไม่รู้จักแบบเรียลไทม์ ช่วยเตือนภัยสายเรียกเข้าหลอกลวง และสายสแปมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ฟีเจอร์ ID Security ประชาชนควรใช้ความระมัดระวังเมื่อแชร์ข้อมูลส่วนตัวทางออนไลน์ และระวังลิงก์ หรือคำขอที่น่าสงสัย โดยสามารถทดลองใช้ฟีเจอร์ ID Security เพื่อตรวจสอบว่าข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลไปที่ไหนแล้วหรือไม่ เพื่อเพิ่มความระมัดระวังในการติดต่อผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น อีเมล เบอร์โทรศัพท์ และข้อความ SMS ตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งทางการ
  • ฟีเจอร์ Auto Web Checker บนแอปพลิเคชัน Whoscall สำหรับผู้บริโภคจะช่วยแจ้งเตือน เมื่อผู้ใช้งานคลิกลิงก์จากข้อความ SMS หรือเว็บบราวเซอร์ เข้าไปยังเว็บไซต์ที่อาจเป็นอันตราย
  • ฟีเจอร์ Whoscall Verified Business Number หรือ VBN สำหรับธุรกิจ จะช่วยยืนยันเบอร์โทรศัพท์ของธุรกิจ เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจในความถูกต้องของสายโทรเข้า ธุรกิจสามารถใช้โซลูชันนี้เพื่อเสริมสร้างการสื่อสารกับลูกค้า ปกป้องภาพลักษณ์ของแบรนด์ และป้องกันความเสียหายต่อชื่อเสียงจากการถูกแอบอ้าง

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...