โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

8 ทริคทำให้แอร์รถยนต์เย็นฉ่ำ แถมยืดอายุการใช้งาน

สยามคาร์ - Siamcar

เผยแพร่ 23 ก.พ. 2568 เวลา 12.20 น. • ทีมข่าวสยามคาร์
8 ทริคทำให้แอร์รถยนต์เย็นฉ่ำ แถมยืดอายุการใช้งาน

8 ทริคทำให้แอร์รถยนต์เย็นฉ่ำ แถมยืดอายุการใช้งาน

อย่างที่ทุกคนรู้ดีกว่า หน้าร้อนของประเทศไทยมีอุณหภูมิที่ค่อนข้างสูง บางช่วงร้อนในระดับ 45 องศา เรียกร้อนตับแล้บกันเลยทีเดียว ด้วยสภาพอากาศเช่นนี้จึงทำให้ผู้ใช้รถส่วนใหญ่พบปัญหาแอร์รถยนต์สู้ร้อนไม่ไหว เร่งแอร์อย่างไรก็เหมือนจะไม่ช่วยอะไร แน่นอนปุ่มแอร์รถยนต์มีมากมาย แต่การใช้งานแอร์รถยนต์นั้นหลายคนคิดเพียงแค่ เปิด-ปิด เร่ง-ลด ความแรง และอุณหภูมิของระบบแอร์ เท่านั้น โดยไม่สนใจว่าเราจะใช้ระบบแอร์รถยนต์อย่างถูกวิธีหรือไม่ ขอบอกเลยว่าแอร์รถยนต์นั้นยังมีรายละเอียดการใช้งานเล็กๆ น้อยๆ อยู่ด้วยเช่นกัน ก็ต้องขอแนะนำให้นำวิธีที่ถูกต้องเหล่านี้ไปลองปฏิบัติตามกันดู เพราะจะเป็นการยืดอายุการใช้งานของระบบแอร์รถยนต์ด้วยเช่นกัน

8 เคล็ดลับใช้แอร์รถยนต์ในช่วงหน้าร้อน

1. สตาร์ตรถแล้วค่อยเปิดแอร์
การสตาร์ตเป็นขั้นตอนแรกที่ทำให้ระบบไฟฟ้าภายในรถยนต์ทั้งหมดทำงาน โดยก่อนที่จะสตาร์ตเครื่องขอแนะนำให้ปิดสวิตช์แอร์ (A/C) ก่อน เพราะคอมเพรสเซอร์แอร์เป็นส่วนที่ฉุดกำลังไฟฟ้ามากที่สุด ดังนั้นควรปล่อยให้เครื่องยนต์ทำความร้อนได้คงที่ และมีรอบต่ำก่อนแล้วค่อยเริ่มเปิดแอร์ ช่วยถนอมทั้งเครื่องยนต์ และคอมเพรสเซอร์แอร์รถยนต์

2. ปิดแอร์ก่อนถึงที่หมาย
ก่อนจะถึงที่หมาย ควรปิดแอร์รถยนต์ก่อนจอดประมาณ 5-10 นาที เพื่อช่วยไล่ความชื้นออกจากคอยล์เย็น และลดภาระของคอมเพรสเซอร์แอร์อีกด้วย ช่วยลดการสะสมของครอบสกปรกที่มาจากฝุ่น และไอน้ำที่เกาะอยู่บนแผงคอยล์เย็นตลอดเวลา ทำให้รถไม่เหม็นอับ และยืดอายุการใช้งานของคอยล์เย็น

3. ปรับความเร็วพัดลมสูงก่อนเร่งอุณหภูมิ
ในช่วงที่เพิ่งเปิดแอร์รถยนต์ใหม่ ๆ แนะนำให้เร่งความเร็วพัดลมก่อนเพื่อเป็นการไล่ความร้อนในระบบแอร์จากนั้นจึงค่อยปรับอุณหภูมิตาม เมื่อแอร์เย็นได้ที่แล้วก็สามารถปรับความเร็วพัดลม และอุณหภูมิให้เหมาะสมได้เลย วิธีนี้จะช่วยให้แอร์รถยนต์เย็นเร็วชื่นใจ โดยไม่กินแรงของคอมเพรสเซอร์มากเกินไปในช่วงที่อากาศร้อนตัด

4. ไม่เปิดกระจกรถบ่อย
การเปิดกระจกรถแต่ละครั้งจะทำให้ไอร้อนจากนอกตัวรถเข้ามาเต็ม ๆ ความเย็นของแอร์ไหลออกข้างนอก จนทำให้ภายในห้องโดยสารมีความร้อนมากกว่าความเย็นฉ่ำ แถมยังมีโอกาสที่ฝุ่นผง และสิ่งสกปรกจะเข้ามาในรถ จึงทำให้ระบบแอร์รถยนต์ต้องทำงานหนักมากขึ้น ดังนั้นเลี่ยงได้เลี่ยงเปิดเฉพาะยามจำเป็นดีกว่า

5. เปลี่ยนไส้กรองอากาศ
แผ่นกรองอากาศ หรือไส้กรองอากาศ เป็นฟิลเตอร์ที่สำคัญต่อระบบแอร์รถยนต์เป็นอย่างมาก เพราะช่วยดักจับฝุ่นละอองไม่ให้เข้าสู่ห้องโดยสาร แต่ไส้กรอกอากาศนั้นสามารถเกิดการอุดตันได้หากใช้งานเป็นระยะเวลานอน ควรถอดออกมาทำความสะอาดบ้างเพื่อให้ความเย็นจากแอร์ไหลผ่านได้ หากไส้กรอกใช้มานานเกินไปจนสกปรก ควรเปลี่ยนชิ้นใหม่ไปเลยเพื่อสุขอนามัยที่ดีกว่า

6. จอดรถในที่ร่ม
การจอดรถในที่ร่ม นอกจากจะช่วยถนอมสีตัวถัง และส่วนประกอบต่าง ๆ ของรถแล้ว ยังทำให้แอร์รถยนต์เย็นเร็วอีกด้วยเพราะไม่ได้มีการสะสมรังสี UV เหมือนกับการจอดกลางแดด หากเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ ให้ใช้ผ้าคลุมรถคุณภาพดีที่สามารถป้องกันรังสี UV มาใช้งาน สามารถช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่ถ้าให้ดีจอดในร่มชัวร์ที่สุด

7. ใช้ที่บังแดดทุกครั้งที่จอดรถ
หากต้องจอดรถกลางแดดแบบชั่วคราว ควรมีที่บังแดดหน้ารถชนิดป้องกันรังสี UV ติดรถไว้ จะสามารถช่วยป้องกันความร้อนเช่นกัน วิธีนี้จะช่วยถนอมส่วนประกอบต่าง ๆ ภายในห้องโดยสารได้ดี โดยเฉพาะส่วนที่เป็นพลาสติก หากตากแดดเป็นประจำจะทำให้กรอบ และแตกได้ ใครยังไม่มีรีบซื้อมาใช้ด่วน

8. เช็กระบบการทำงานของแอร์
สุดท้าย แนะนำให้เช็กระบบการทำงานของแอร์เป็นประจำ เพื่อดูว่ามีอุปกรณ์ไหนชำรุดบ้าง ระดับน้ำยาแอร์ขาด หรือไม่ ถ้าให้ดีควรล้างแอร์พร้อมเปลี่ยนไส้กรองทุก ๆ 20,000 กิโลเมตร สามารถช่วยถนอมระบบแอร์รถยนต์ได้เป็นอย่างดี และให้ความเย็นฉ่ำได้ตามที่คุณต้องการ

ระบบแอร์รถยนต์ เรื่องเล็ก ๆ ที่ต้องใส่ใจ หากอยากให้แอร์รถยนต์เย็นฉ่ำอยู่ตลอดเวลาต้องมีการตรวจเช็ค ซ่อมบำรุงอยู่เสมอ รวมไปถึงรู้จักขั้นตอนการใช้งานแอร์อย่างถูกต้อง ก็จะทำให้ใช้งานระบบแอร์ได้เต็มประสิทธิภาพ รวมถึงยืดอายุการใช้งานได้อีกด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...