โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

คาดเงินบาทสัปดาห์หน้าแกว่งกรอบ 33.00-34.00 บาท/ดอลลาร์ จับตาตัวเลขส่งออก

The Bangkok Insight

อัพเดต 19 เม.ย. 2568 เวลา 09.41 น. • เผยแพร่ 19 เม.ย. 2568 เวลา 09.41 น. • The Bangkok Insight

KBANK คาดเงินบาทสัปดาห์หน้าแกว่งกรอบ 33.00-34.00 บาท/ดอลลาร์ จับตาตัวเลขส่งออกไทย-สงครามการค้า-ราคาทอง

ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) มองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์หน้า (21-25 เม.ย.) ที่ระดับ 33.00-34.00 บาท/ดอลลาร์ จากปิดตลาวันศุกร์ที่ 18 เมษายนที่ 33.43 บาท/ดอลลาร์ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทยังคงแข็งค่าต่อเนื่อง (หลังตลาดในประเทศกลับมาเปิดทำการหลังจากหยุดยาวช่วงเทศกาลสงกรานต์) สอดคล้องกับการแข็งค่าของเงินหยวนและเงินเอเชียอีกหลายสกุล สวนทางเงินดอลลาร์ที่เผชิญแรงเทขายท่ามกลางความกังวลต่อผลกระทบจากสงครามการค้าที่มีต่อเศรษฐกิจสหรัฐ

เงินบาทสัปดาห์หน้า

นอกจากนี้ เงินบาทยังมีแรงหนุนเพิ่มเติมจากการทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ของราคาทองคำในตลาดโลก และสัญญาณฟันด์โฟลว์ของนักลงทุนต่างชาติเข้าสู่ตลาดพันธบัตรไทย โดยเงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบเกือบ 6 เดือนที่ 33.08 บาท/ดอลลาร์ แต่ลดช่วงบวกและอ่อนค่ากลับมาบางส่วนตามแรงขายเพื่อปรับโพสิชันและจังหวะการย่อตัวลงของราคาทองคำในตลาดโลก ขณะที่เงินดอลลาร์ฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วน โดยมีแรงหนุนจากตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานของสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด และจากถ้อยแถลงของประธานเฟดและเจ้าหน้าที่เฟดที่ส่งสัญญาณไม่รีบปรับดอกเบี้ย เพราะต้องการรอดูผลกระทบจากภาษีการค้าต่อสถานการณ์เงินเฟ้อของสหรัฐฯ ให้ชัดเจน

สำหรับในสัปดาห์หน้าปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขการส่งออกเดือนมีนาคมของไทย การเจรจาการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐ สถานการณ์ของสงครามการค้าสหรัฐ-จีน ราคาทองคำในตลาดโลก สัญญาณฟันด์โฟลว์ของต่างชาติและถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

เงินบาทสัปดาห์หน้า

ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี PMI (เบื้องต้น) ดัชนีความเชื่อมั่นและการคาดการณ์เงินเฟ้อในมุมมองของผู้บริโภคเดือนเมษายน ยอดขายบ้านใหม่ ยอดขายบ้านมือสอง ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนมีนาคม รายงาน Beige Book ของเฟด และตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามการกำหนดอัตราดอกเบี้ย LPR ของธนาคารกลางจีน (PBOC) ผลการประชุมธนาคารกลางอินโดนีเซีย และดัชนี PMI เบื้องต้นสำหรับเดือนเมษายนของญี่ปุ่น ยูโรโซนและอังกฤษด้วยเช่นกัน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...