‘สมุดพกผู้รับเหมา’ เริ่มใช้แล้ว คุมเข้มงานก่อสร้างรัฐ หักคะแนนผู้รับเหมาทำงานต่ำกว่ามาตรฐาน แบนประมูลสูงสุด 2 ปี
กรมบัญชีกลางเริ่มใช้มาตรการประเมินผลงานผู้รับเหมางานก่อสร้างภาครัฐกับโครงการตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป หวังคัดกรองผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ ลดปัญหาเสนอราคาต่ำแต่ทิ้งงาน พร้อมกำหนดบทลงโทษตั้งแต่พักสิทธิประมูล ลดระดับชั้น ไปจนถึงเพิกถอนทะเบียนในกรณีร้ายแรง
ประเด็นสำคัญ
- ใช้ระบบสะสมคะแนน คัดกรองผู้รับเหมางานรัฐ
- ทำผิดซ้ำ เสี่ยงลดระดับชั้น-เพิกถอนทะเบียน
วันนี้ (13 กรกฎาคม) แพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลัง โดยกรมบัญชีกลาง ได้เริ่มบังคับใช้ มาตรการ ‘สมุดพกผู้รับเหมา’ ภายใต้ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2569 ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อยกระดับมาตรฐานผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่รับงานภาครัฐ และสร้างกลไกติดตามผลการปฏิบัติงานผ่านระบบสะสมคะแนนความเสียหาย
มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายแก้ปัญหาผู้รับเหมาที่เสนอราคาต่ำเพื่อชนะการประมูล แต่ไม่สามารถดำเนินงานได้ตามมาตรฐาน จนก่อให้เกิดความล่าช้า ทิ้งงาน หรือสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน โดยกำหนดบทลงโทษที่เข้มข้นขึ้นสำหรับผู้ประกอบการที่ปฏิบัติผิดสัญญา ไม่เป็นไปตามหลักวิชาช่าง หรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง
ระเบียบฉบับใหม่ครอบคลุมงานก่อสร้าง ดังนี้
- โครงการที่มีมูลค่าสัญญาตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป ของ 6 หน่วยงาน ได้แก่ กรมชลประทาน กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรมเจ้าท่า กรมทรัพยากรน้ำ และกรมโยธาธิการและผังเมือง
- งานอาคารสูง อาคารขนาดใหญ่พิเศษ อาคารชุมนุมคน
- โครงการก่อสร้างทุกประเภทที่มีมูลค่าสัญญาตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป
ที่ประกาศจัดซื้อจัดจ้างและลงนามสัญญาตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป
ใช้ระบบสะสมคะแนน คัดกรองผู้รับเหมางานรัฐ
หัวใจของมาตรการคือการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้รับเหมาตลอดอายุสัญญาและช่วงรับประกันผลงาน ผ่านระบบ ‘คะแนนความเสียหาย’ (Performance Score)
ตัวอย่างเกณฑ์การให้คะแนน ได้แก่ กรณีถูกบอกเลิกสัญญา หรือปฏิบัติงานต่ำกว่ามาตรฐานวิชาช่างจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต จะได้รับคะแนนความเสียหาย 60 คะแนน ขณะที่กรณีก่อให้เกิดอันตรายสาหัส จะได้รับ 30 คะแนน
คะแนนดังกล่าวจะถูกนำมาสะสมเพื่อใช้ประเมินผู้ประกอบการ หากถึงเกณฑ์ที่กำหนด จะถูกระงับสิทธิยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ โดยกำหนดระยะเวลาสูงสุด 720 วัน
ผู้ประกอบการยังสามารถอุทธรณ์ผลการประเมินได้ภายใน 7 วันทำการหลังได้รับแจ้งผลผ่านระบบ e-GP และคะแนนความเสียหายจะถูกลบเมื่อครบ 2 ปี หรือหากศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าไม่ใช่ความผิดของผู้ประกอบการ หน่วยงานของรัฐจะต้องลบคะแนนดังกล่าวทันที
ทำผิดซ้ำ เสี่ยงลดระดับชั้น-เพิกถอนทะเบียน
นอกจากการพักสิทธิรับงานแล้ว ระเบียบใหม่ยังกำหนดให้ผู้ประกอบการที่มีคะแนนความเสียหายสะสมตั้งแต่ 120 คะแนนขึ้นไป ถูกปรับลดระดับชั้นผู้ประกอบการครั้งละ 1 ระดับ ตามระยะเวลาที่กำหนด โดยกำหนดโทษสูงสุด 1,440 วัน
ส่วนกรณีที่ถูกปรับลดระดับจนอยู่ในระดับต่ำสุด หรือกระทำผิดร้ายแรงจากการปฏิบัติงานต่ำกว่ามาตรฐานวิชาช่างหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงจนทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต จะถูกเพิกถอนรายชื่อออกจากทะเบียนผู้ประกอบการ แต่สามารถยื่นขอขึ้นทะเบียนใหม่ได้เมื่อพ้นระยะเวลา 2 ปี
แพตริเซียกล่าวว่า มาตรการดังกล่าวจะช่วยให้หน่วยงานของรัฐสามารถคัดเลือกผู้รับเหมาที่มีศักยภาพและมีประวัติการทำงานที่ดีมากขึ้น ลดปัญหาการเสนอราคาต่ำเพื่อชนะการประมูลแต่ไม่สามารถปฏิบัติงานได้ตามสัญญา รวมถึงลดความเสี่ยงการทิ้งงานและยกระดับมาตรฐานงานก่อสร้างของภาครัฐในระยะยาว