ปลัดมท. ชี้ “โรงเบียร์ลาดพร้าว” ผิดกม.กิจการ-จ่อถอนบรรจุขรก. 5 พันคน
ปลัด มท. ชี้ "โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว" ผิดกฎหมาย ประกอบกิจการผิดประเภท ไม่ใช่ร้านอาหาร แต่เข้าข่ายเป็นสถานบริการ เหตุมีดนตรี-สุรา-เต้น ยัน ล้างบางทุจริตสอบท้องถิ่น พบใครผัวพัน ดำเนินคดีหมด จ่อส่ง 5 พันรายชื่อให้คณะกรรมการกลางเพิกถอน ไม่หวั่นโดนฟ้องกลับ ยกคำพระพุทธทาส “ถ้าวันนี้ถูกต้อง ก็ไม่ต้องกลัวพรุ่งนี้”
นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงการตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ซึ่งพบว่าขอจดทะเบียนเป็นร้านอาหาร แต่จัดกิจกรรมคล้ายสถานบริการว่าสถานบริการองค์ประกอบนั้นมีองค์ประกอบอยู่ เช่น ต้องมีดนตรี มีการจำหน่ายสุรา และมีการเต้นรำ หากร้านดังกล่าวไม่ได้จดให้เป็นสถานบริการแต่มีองค์ประกอบนี้ ก็ถือว่าผิด ซึ่งการประกอบการของโรงเบียร์แห่งนี้ถือว่าเข้าข่ายมีความผิด
ส่วนจะต้องมีการปูพรหมในการตรวจร้านอาหารที่ดำเนินกิจการในลักษณะคล้ายกันแบบนี้หรือไม่ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานครได้แจ้งแล้วว่า ร้านใดที่มีลักษณะแบบนี้จะต้องเข้มข้นขึ้นในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่น ซึ่งในกรุงเทพมหานครก็จะมีตำรวจนครบาล เป็นผู้กำกับดูแลเรื่องสถานบริการเหล่านี้ ส่วนต่างจังหวัดก็จะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด
ทั้งนี้ ต้องมีการแก้กฎหมายให้เข้มข้นมากกว่าเดิมหรือไม่ เนื่องจากร้านอาหารใช้ช่องโหว่ทางกฎหมาย มาประกอบกิจการ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ช่องโหว่เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการเลี่ยงกฎหมายเพราะฉะนั้นหน้าที่ของเรา ถ้าหากพบความผิดปกติ รวมถึงประชาชนก็มีส่วนสำคัญ หากพบคนกระทำผิดกฏหมาย ก็สามารถแจ้งมาที่กระทรวงมหาดไทยได้ ภาครัฐก็จะได้เข้าไปดำเนินการผู้ที่ฝ่าฝืนและทำผิดกฎหมาย
ทั้งนี้ นายอรรษิษฐ์ กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นว่า วันที่ 15 ก.ค.ทางคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) มีการนัดประชุมและเมื่อมีผลอย่างไร ก็จะส่งไปยังกองกลาง ซึ่งเป็นคนตัดสินสุดท้าย อำนาจอยู่ที่กองกลาง ซึ่งหากกองกลางมองว่า เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง หรือมีการทุจริตต้องมีมติเพิกถอนการบรรจุ
เมื่อถามว่า จะไม่มีปัญหาการถูกฟ้องกลับใช่หรือไม่ หากผู้ที่ถูกเพิกถอนบริสุทธิ์ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า เรื่องนี้มีหลักฐานเชิงประจักษ์อยู่แล้ว เป็นหน้าที่ของเรา การทำหน้าที่ก็ต้องมีปัญหาตลอด แต่เราเชื่อมั่นว่าสิ่งที่เราทำถูกต้อง อย่างที่ท่านพระพุทธทาสภิกขุบอกว่า “ถ้าวันนี้ถูกต้อง ก็ไม่ต้องกลัวพรุ่งนี้”
เมื่อถามว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่นได้ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ใครที่อยู่ในกระบวนการกระทำความผิด กระทรวงมหาดไทยได้สอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นแล้ว 7 วัน และตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง เส้นทางตำรวจก็ดูในเรื่องเส้นทางการเงิน การให้ปากคำและการสอบสวน ซึ่งบุคคลที่ถูกจับกุมก็มีอยู่ในรายชื่อของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ทุกคนล้วนทำหน้าที่ของตัวเอง คนที่ทำผิดทั้งหมดต้องถูกนำมาดำเนินคดี
เมื่อถามว่า จะมีการเปิดเผยรายชื่อข้าราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติมหรือไม่ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า การสอบวินัยร้ายแรงไม่ได้ทำเฉพาะคนที่ถูกตั้งคณะกรรมการสอบเบื้องต้นเท่านั้น แต่ต้องดูพยานแวดล้อมทั้งหมดด้วย ใครที่เกี่ยวข้องพัวพันต้องดำเนินการทั้งหมด ส่วนมีการเชื่อมโยงไปยังบุคคลอื่นอีกหรือไม่นั้น อยู่ที่คณะกรรมการสอบสวน ซึ่งเขามีการกำหนดกรอบตามข้อมูลหมดแล้ว
เมื่อถามว่า ขณะนี้มีการโยงไปยังการเมืองในพื้นที่ภาคใต้ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า เราทำหน้าที่ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย หากนอกเหนือจากนี้มีเรื่องของบุคคลภายนอกทางป.ป.ช.ก็จะดำเนินการ ทางตำรวจก็จะออกหมายจับไปเรื่อยๆ หากมีข้อมูลพยานหลักฐาน
เมื่อถามว่า จำนวนข้าราชการที่บรรจุไปแล้วและพบความผิดปกติเรื่องของคะแนน ที่จะส่งให้คณะกรรมการกลางเพิกถอนมีจำนวนเท่าไหร่ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ก็อย่างที่บอก 5,000 กว่าคน
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews