“มหิดล” ช่วยไม่ได้! "ประพันธ์" ลั่น หลักฐานแน่น มัด “หมอสรณ” ท้า “อว.-มหิดล” โชว์ผลสอบถ้ามีจริง
“มหิดล” ช่วยไม่ได้! "ประพันธ์" ลั่น หลักฐานแน่น มัด “หมอสรณ” ท้า “อว.-มหิดล” โชว์ผลสอบถ้ามีจริง หวัง กก.สรรหาฟัน หากช่วยอุ้ม เจอฟ้องแน่
นายประพันธ์ คูณมี อดีตสมาชิกวุฒิสภา และอดีต กมธ.ไอซีที วุฒิสภา กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่ากรรมการสรรหา กสทช. ชะลอการลงมติ ชี้ขาดประเด็นตรวจสอบคุณสมบัติของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ว่าขาดคุณสมบัติ ว่า เท่าที่ทราบกรรมการสรรหา กสทช. กำลังพิจารณาที่จะกำหนดประเด็นคำวิจนิจฉัย ซึ่งคาดว่าในการประชุมอีกครั้ง วันศุกร์ที่ 17 ก.ค.69 นี้ น่าจะมีมติเพราะอดีตกมธ.ไอซีที วุฒิสภา ชุด พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ เป็นประธานกมธ. เคยมีมติ ครั้งที่ 17/257 เมื่อวันที่ 28 พ.ค.67 แล้วว่า แม้ นพ.สรณ ได้ยื่นหนังสือรับรองตนเองลงวันที่ 8 ม.ค.65 ต่อวุฒิสภา เพื่อรับรองว่าได้ลาออกและเลิกประกอบอาชีพหรือวิชาชีพที่กฎหมายกำหนดแล้ว แต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏ พบว่า นพ.สรณ ยังมีสถานะ “เป็นพนักงานมหาวิทยาลัย” ตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค.64 จนถึงวันที่ 12 เม.ย.65 และยัง “ทำหน้าที่ตรวจและรักษาคนไข้ผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี” ตลอดมา จนกระทั่งถึงปี 2567 และยังมีสถานะเป็น “แพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมง” ของโรงพยาบาลรามาธิบดี ตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค.65 จนถึงวันที่ 12 เม.ย.65 โดยมิได้ลาออกหรือเลิกประกอบอาชีพหรือวิชาชีพดังกล่าว จึงอาจทำให้ นพ.สรณ เป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 (2) และ (3) ด้วยเหตุยังมีสถานะเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ และประกอบอาชีพหรือวิชาชีพอิสระอื่นที่มีส่วนได้เสียหรือมีผลประโยชน์ขัดแย้ง ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมกับการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งกรรมการ จึงทำให้การกระทำของนพ.สรณ “เป็นผู้สละสิทธิ” ตามความในมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ พ.ศ. 2553
“ที่ผ่านมา ผมและ พล.อ.อนันตพร ได้ยื่นเอกสารหลักฐานทั้งหมดต่อ กรรมการสรรหากสทช. ไม่ว่าจะเป็นเอกสารหนังสือจากมหาวิทยาลัยมหิดล เลขที่ อว 78/00149 ลงวันที่ 17 พ.ค.2567 ที่ลงนามโดย ศ.นพ.บรรจง มไหสวริยะ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลับมหิดล ที่ได้ระบุชัดเจนว่า ในช่วงระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค. 2564 จนถึงวันที่ 12 เม.ย. 2565 นพ.สรณ มีสถานะเป็น “พนักงานมหาวิทยาลัย” และปฏิบัติหน้าที่ตรวจรักษาผู้ป่วยของคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี และเอกสารข้อมูลจากกรมสรรพากรตามแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90) ปีภาษี 2564–2566 ที่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า นพ.สรณ ยังคงมีรายได้จากคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และยังมีรายได้จากบริษัท เมอร์ค จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนด้านยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ทั้งที่ดำรงตำแหน่งประธาน กสทช. ซึ่งเป็นตำแหน่งที่กฎหมายมุ่งหมายให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างอิสระและเต็มเวลา”
นายประพันธ์ กล่าวด้วยว่า ส่วนการที่กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ออกมาระว่า นพ.สรณ นั้นมีแบ๊คใหญ่หนุนหลัง ตนมองว่า นพ.สรณ มีพฤติกรรมเช่นนี้นานแล้ว มีความดื้อรั้นที่จะอยู่ในอำนาจ พยายามประวิงเวลา วิ่งเต้น เพื่อให้ตัวเองอยู่ในตำแหน่งให้ยาวนาน ไม่สำนึก ไม่ชอบด้วยกฎหมาย พยายามขอให้คนนั้นคนนี้ช่วย เพื่อดึงเวลา แม้กระทั้งนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะกี่คนที่ผ่านมา กี่รัฐบาล ก็มักถูกกล่าวว่า ทุกคนพยายามดึงเรื่องนี้ ดึงให้ นพ.สรณ อยู่ในตำแหน่งให้นานที่สุด จนครบวาระในอีกเกือบ 2 ปีซึ่งตนมองว่า เรื่องนี้ควรจะจบได้แล้ว ไม่ใช่ว่าดึงเวลา ประวิงเวลา เพื่อให้ นพ.สรณ อยู่ครบ 6 ปี เพราะ ประชาชนรับไม่ได้ เรื่องนี้คงเป็นเรื่องที่สังคมและสื่อคงจับตามอง นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลจะดำเนินการอย่างไร เพราะการที่รัฐบาลปล่อยปะละเลย ทั้งที่เป็นผู้ขอหารือกับคณะกรรมการกฤษฎีกาเอง เรื่องกรรมการสรรหา มีอำนาจวินิจฉัยคุณสมบัติ ประธาน กสทช. แต่กลับล่าช้าเสียเอง
การที่ กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ออกมาตั้งคำถามว่า นพ.สรณ คือใคร ทำไมองคพยพ หน่วยงานที่เรียกมาชี้แจง กลับปกป้องไปเสียหมดนั้น ตนมองว่า
มหิดลคอนเนคชั่น อะไรก็ช่วย นพ.สรณ ไม่ได้ เพราะหนังสือเอกสารหลักฐาน ที่อธิการมหิดลคนเก่า ที่นำมายื่นต่อ กมธ.ไอซีที วุฒิสภา ชุดตน ก็ระบุชัดเจร ว่า นพ.สรณ ไม่ได้ลาออกจากการเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย ยังรักษาคนไข้ จนถึงวันที่ 12 เม.ย.65 หลักฐานนี้ ไม่วามารถแก้ไขได้
“เอาคอนเนคชั่นมดิดล นพ.สรณ ก็ไปไม่รอด ยังจะหน้าด้าตอยู่อีก เพราะไม่มีใครกล้ารับรองสถานะ ให้ผิดไปจากเอกสารแน่นอน ถ้ามีเอกสารสวนกับข้อเท็จจริง ก็เป็นเอกสารเท็จ ถ้าไปมาทำเอกสารใหม่ ว่าไม่เป็นพนักงานมหาลัย ประวัติ นพ.สรณ ก็เป็นพนักงานอาชีพรักษาคนไข้ รายได้ แสดงภาษี ก็มีครบ ใครก็ตามที่ไปช่วย นพ.สรณ ทั้งเจ้าหน้าที่ที่ให้ข้อมูลเท็จ ไม่ตรงกับความเป็นจริงหรือปิดบังข้อมูล ระวังเจอคดีอาญา จะติดคุกติดตารางแน่”
ส่วนผลสอบของมหิดล ล่าสุด ที่กระทรวง อว.สั่งให้สอบ และสวนทางกับหลักฐานข้อเท็จจริงนั้น ตนมองว่า อว.กล้าเปิดเผยไหม ทำไมไม่ส่งผลสอบนี้ให้กรรมการสรรหา กสทช. ทำไมไม่กล้าเอามาแสดง ไม่มีใครเคยเห็น ผลสอบนี้มีจริงไหม อว.กล้าแสดงหลักฐานไหม ถ้ามีหลักฐานว่า นพ.สรณ ไม่เป็นพนักงาน จริงก็เปิดออกมา อย่าดีแต่พูด ต้องถามว่า อว. ให้มหิดลสอบจริงไหม ใครเป็นคนให้สอบ ผลสอบอยู่ไหน นพ.สรณ ถึงหลบ ไม่กล้าแสดง ถ้ามีความจริงกับตัว ทำไมไม่กล้ามาแสดงตัว หลบหนีหายทุกที
อย่างไรก็ตาม นายประพันธ์ ระบุว่า วันที่ 17 ก.ค.69 นี้ ก็หวังว่า กรรมการสรรหา กสทช.จะใช้ดุลพินิจในการวินิจฉัย บนข้อเท็จจริง ตามหลักฐานทั้งหมดที่มี เพราะตนเชื่อว่า กรรมการสรรหาก กสทช. ต่างมีหน้าที่ ที่ต้องพิจารณวินิจฉัยอย่างโปร่งใส ตามข้อกฎหมาย หากกรรมการสรรหา กสทช. จะช่วย นพ.สรณ ให้พ้นผิด ก็ต้องออกมาชี้แจงให้ได้ว่า คำวินิจฉัยที่ทำให้พ้นผิด มีข้อเท็จจริงอย่างไร หากชี้แจงไม่ได้ กรรมการสรรหา กสทช. ก็จะถูกฟ้องร้องฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือฟ้องคดีอาญาทุจริตได้