โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ฟาดกลับ! ‘ทนายตั้ม’ หอบหลักฐานแจ้งเอาผิด 2 พยานคดี ‘71 ล้าน พี่อ้อย’

เดลินิวส์

อัพเดต 23 มิถุนายน 2569 เวลา 23.56 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
“ทนายตั้ม” งัดหลักฐาน บุกโรงพักบางเสาธง ฟาดกลับ 2 พยานคดีเงิน 71 ล้าน พี่อ้อย เชื่อมีเจตนาหลอกลวงเงินตั้งแต่ต้น แนะเตรียมทนายรอไว้เลย

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ที่ สน.บางเสาธง นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม นำหลักฐานการสนทนากับคู่กรณี เข้าพบ พ.ต.ท.สืบศักดิ์ ภาราศรี รอง ผกก.(สอบสวน) สน.บางเสาธง เพื่อแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกงกับ นายปีเตอร์และ น.ส.พจมาน พยานในคดีเงิน 71 ล้านบาท ของ น.ส.จตุพร เลิศอุบล หรือเจ๊อ้อย โดยระบุว่า ประเด็นดังกล่าวมาจากนายปีเตอร์และ น.ส.พจมาน หลอกลวงตนเรื่องการโอนเหรียญดิจิทัล โดยอ้างว่าสามารถทำเหรียญดิจิทัลให้ขึ้นไปในแพลตฟอร์มสาธารณะได้ จึงเอาเงินจากตนไป 1.5 ล้านบาท เมื่อปี 66 และบอกว่าภายใน 2 ปี จะสามารถนำเหรียญเข้าไปในกระดานซื้อขายได้ ความจริงของเรื่องนี้ปรากฏขึ้น หลังจากที่น้องสาวของตนนำหลักฐานซึ่งเป็นแชตสนทนาระหว่างนายปีเตอร์และ น.ส.พจมาน คุยกันเองมาให้ดู ทำให้ทราบว่าทั้ง 2 คน ไม่มีเจตนาจะทำเหรียญดิจิทัลจริงมาตั้งแต่ต้น และมีการพูดคุยกันในแชตตั้งแต่ปี 66 แล้วว่าอาจถูกฟ้องข้อหาฉ้อโกงได้

‘ทนายตั้ม’ เปิดใจถึง ‘เจ๊อ้อย’ คดี 71 ล้าน รู้เรื่องจริงแค่ 3 คน ลั่น ต้องการพิสูจน์ความจริงว่าไม่ได้หลอกเงิน

นอกจากนี้ในช่วงหนึ่งยังมีความพยายามชวนให้ภรรยาของตนเข้าไปมีชื่อจดทะเบียนในบริษัทด้วยแต่ตนปฏิเสธ โดยขอเพียงเหรียญตามสัดส่วนที่ตกลงกันไว้ ประมาณ 25% หรือ 27% จนกระทั่งปัจจุบันยังไม่มีการนำเหรียญเข้ากระดานซื้อขาย วันนี้จึงนำหลักฐานแชตดังกล่าวมาส่งมอบให้ตำรวจ เพื่อพิสูจน์วันและเวลาที่ตนเริ่มรู้ตัวว่าถูกหลอก ส่วนประเด็นที่ฝั่งบ้านพระอาทิตย์ตั้งโต๊ะแถลงข่าวเมื่อวานนี้เกี่ยวกับคดีความ 3 คดี คือคดีเงิน 71 ล้านบาท คดีเรื่องแอปพลิเคชัน และคดีเงิน 39 ล้านบาท ของนายนุ และ น.ส.สา และมีการอ้างว่ามีหลักฐานเด็ด ตนได้ตั้งคำถามกลับว่าเด็ดจริงหรือไม่ พร้อมโต้แย้งเรื่องเงิน 20 ล้านบาท โดยระบุว่าไม่มีคำว่า 20 ล้านบาท ในแชต ส่วนเรื่องเงิน 1 ล้านบาท และ 2.79 ล้านบาท ตนได้จำแนกเงิน 2 ส่วนนี้ โดยระบุว่าพยานทั้ง 2 คน ได้รับเงินส่วนนี้จากเจ๊อ้อย โดยชี้ให้เห็นพฤติกรรมที่ส่อไปในทางหลอกลวงซ้ำซ้อน ซึ่งเงิน 1 ล้านบาท ตนยืนยันว่าทั้ง 2 คน ไปเบิกความในศาลว่าขอเงินจำนวนนี้จากเจ๊อ้อย เพื่อนำมาเคลียร์หรือชำระหนี้ในคดีเหรียญดิจิทัล 1.5 ล้าน โดยอ้างว่าตนจะฟ้องร้องพวกเขา แต่ในความเป็นจริง ตนยืนยันว่าตอนนั้นตนอยู่ในเรือนจำและไม่เคยได้รับเงินจำนวนนี้เลย นั่นหมายความว่าทั้ง 2 คน หลอกลวงเงินเจ๊อ้อยอีกทอดหนึ่ง

ส่วนเงิน 2.79 ล้านบาท ฝั่งคู่กรณีอ้างว่าเป็นค่าเสาเข็ม ตอนแรกคู่กรณีจะให้ตนฟ้องเจ๊อ้อยเรื่องทำเสาเข็มเสียหาย แต่ตนมองว่าเพิ่งกลับจากต่างประเทศได้ไม่เกิน 5 วัน จะไปสั่งเสาเข็มจนเสียหายได้อย่างไร เมื่อขอดูบิลใบเสร็จ คู่กรณีกลับบอกว่าไม่มีใบเสร็จ

ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีที่ทนายความฝั่งคู่กรณีขู่ว่าจะยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอถอนประกันตัวทนายตั้ม โดยอ้างว่ามีพฤติกรรมข่มขู่พยาน ตนยืนยันว่าให้รับผิดชอบคำพูดตัวเองด้วย ทนายความรู้ดีว่าคดีนี้เสร็จการพิจารณาแล้วและพิจารณาว่าหลักฐานซ้ำ ไม่มีการสืบพยานใหม่ และได้ให้ทีมงานบันทึกวิดีโอคำให้สัมภาษณ์ที่กล่าวหาว่าตนข่มขู่พยานไว้เรียบร้อยแล้วเพื่อเตรียมดำเนินคดีกลับ โดยอ้างตามหลักกฎหมายและคำพิพากษาฎีกาว่า การใช้สิทธิตามกฎหมาย ไม่ถือเป็นการข่มขู่ พร้อมตั้งคำถามกลับไปยังสื่อบางสำนักว่าทำไมต้องรีบปิดปากและต้องรีบไปถอนประกันตน กลัวว่าจะพูดเรื่องฮั้วประมูลมากกว่านี้หรือไม่ และยืนยันว่าตนไม่ได้ทำผิดเงื่อนไขศาลเพราะไม่ได้หลบหนีออกนอกประเทศ

โดยทนายตั้ม ได้เปิดใจถึงกรณีที่โพสต์ข้อความถึงเจ๊อ้อยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ยืนยันว่าโพสต์ดังกล่าวเขียนขึ้นจากความรู้สึกจริงและไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปใช้ในทางคดี และไม่ได้โกรธแค้นเจ๊อ้อย เพราะเจ๊อ้อยเคยมีบุญคุณกับตนและครอบครัว แต่ยอมรับว่าพยาน 2 คนนี้คือเป้าหมายหลัก

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าใครคือคนเริ่มต้นที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างทนายตั้มกับเจ๊อ้อยบานปลายจนถึงทุกวันนี้ ทนายตั้มระบุว่าอย่างที่รู้กันอยู่ ซึ่งตนเคยบอกไปแล้วว่าต้องถามพี่น้อย เลขาฯ เจ๊อ้อย แต่วันนี้พี่น้อยและเจ๊อ้อย เดินกันคนละเส้นทางกันแล้ว จึงไม่อยากไปยุ่งตรงนั้น และเมื่อก่อนทั้ง 2 คน เคยทะเลาะกัน ตนก็เคยเป็นกาวใจให้ครั้งหนึ่งแล้ว และคำแถลงปิดคดีของตนก็ระบุชัดเจนว่าเพราะพี่น้อย

พ.ต.ท.สืบศักดิ์ กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับการแจ้งความและหลักฐานไว้แล้ว และจะต้องตรวจสอบหลักฐานและสอบผู้เสีบหายอย่างละเอียด ดูว่าจะเข้าข่าวร่วมกันฉ้อโกงหรือไม่ ซึ่งจะต้องเรียกคู่กรณีมาสอบสวนเสียก่อน หากพบว่าเข้าข่ายจะแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...