โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรุปเบื้องลึก นิสิต มมส. ติดเชื้อ หลังมีคำถามชุดตรวจอาจเกิดผลลวง

TNews

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กลายเป็นประเด็นร้อนในสังคมออนไลน์ เมื่อจ.มหาสารคาม ตรวจพบผู้ติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับสูงถึมากกว่า 4,000 ราย จากการตรวจกลุ่มเสี่ยง 1 หมื่นราย นำมาสู่ข้อสงสัยว่าเป็นการระบาดหนักหรือเป็นเพียงผลจากการใช้นวัตกรรมชุดตรวจรูปแบบใหม่ที่แม่นยำกว่าเดิม สสจ.มหาสารคามออกโรงแจงรายละเอียดชัดเจน พร้อมเผยเป้าหมายการตรวจครั้งนี้เพื่อตัดวงจรมะเร็งท่อน้ำดี

ล่าสุด นพ.หัสชา เนือยทอง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม (สสจ.มหาสารคาม) ได้ออกมาเปิดเผยถึงกรณีการตรวจคัดกรองพยาธิใบไม้ตับในพื้นที่ จ.มหาสารคาม ซึ่งพบผลตรวจเป็นบวกจำนวนมากจนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่า ชุดตรวจอาจมีความจำเพาะต่ำจนทำให้เกิดผลบวกลวงหรือไม่ โดย นพ.หัสชา ชี้แจงว่าโครงการดังกล่าวเป็นการคัดกรองประชากรกลุ่มเสี่ยงโดยใช้หน่วยนวัตกรรมที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ซึ่งเป็นการตรวจหาแอนติเจนในปัสสาวะ (Urine ATK) ไม่ใช่การตรวจหาไข่พยาธิในอุจจาระแบบที่คุ้นเคยกันในอดีต

สำหรับการเปลี่ยนแปลงวิธีการตรวจในครั้งนี้ นพ.หัสชา อธิบายว่า ในอดีตการส่องกล้องหาไข่พยาธิในอุจจาระได้ผลดีเพราะคนไทยมีจำนวนพยาธิในร่างกายสูง แต่ปัจจุบันเมื่อพฤติกรรมการกินยาถ่ายพยาธิเปลี่ยนไป จำนวนไข่พยาธิที่ถูกขับออกมาจึงน้อยลง ทำให้การตรวจวิธีเดิมเสี่ยงต่อการเกิดผลลบลวง (False Negative) ดังนั้น นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นจึงได้พัฒนาเทคนิคการตรวจหาแอนติเจนในปัสสาวะขึ้นมา ซึ่งเป็นการตรวจพบชิ้นส่วนหรือของเสียที่พยาธิปล่อยออกมา ทำให้มีความไวในการตรวจพบเชื้อได้ดีกว่าการรอหาไข่พยาธิเพียงอย่างเดียว

นพ.หัสชา ยอมรับว่าตัวเลขผู้พบเชื้อกว่า 4,000 ราย จากกลุ่มตัวอย่าง 10,000 ราย ถือเป็นสถานการณ์ที่น่ากังวล เพราะสะท้อนให้เห็นว่าปัญหาพยาธิใบไม้ตับอาจไม่ได้ลดลงอย่างที่เคยเข้าใจจากการตรวจวิธีเก่า ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขและกรมควบคุมโรคเตรียมลงพื้นที่เพื่อยืนยันข้อมูลและศึกษาเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม เป้าหมายหลักของการตรวจครั้งนี้คือการค้นหาผู้ติดเชื้อให้ได้มากที่สุด เพื่อเข้าสู่กระบวนการรักษาด้วยยา Praziquantel ก่อนที่โรคจะพัฒนาไปสู่ภาวะเรื้อรังและกลายเป็นโรคมะเร็งท่อน้ำดี ซึ่งเป็นภัยเงียบที่องค์การอนามัยโลกให้ความสำคัญอย่างยิ่ง

ในส่วนของการจัดการผู้ที่ตรวจพบผลบวกทั้ง 4,000 รายนั้น นพ.หัสชา ยืนยันว่าทุกคนจะได้รับยาฆ่าพยาธิและเข้าสู่ระบบการติดตามผลอย่างใกล้ชิด โดยจะมีการนัดตรวจซ้ำตามแนวทางวิชาการเพื่อประเมินผลการรักษา แม้การตรวจด้วยวิธี Urine ATK จะมีต้นทุนที่สูงกว่าการตรวจอุจจาระ แต่ถือเป็นความคุ้มค่าในการวางแผนควบคุมโรคในระยะยาว เพราะช่วยให้สามารถเข้าถึงประชากรจำนวนมากได้รวดเร็วและแม่นยำกว่า ทั้งนี้ จ.มหาสารคาม และหลายจังหวัดในภาคอีสานยังคงเดินหน้าโครงการนี้ต่อไป เพื่อสร้างฐานข้อมูลความชุกที่แท้จริงของโรคและวางกลยุทธ์ป้องกันไม่ให้คนไทยต้องเสี่ยงกับโรคร้ายจากพยาธิใบไม้ตับอีกต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...