โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Tintingallery ผู้ชุบงานวิถีไทยผสมกลิ่นอายตะวันตกให้โลดแล่นผ่านศิลปะดิจิทัลคอลลาจ

ONCE

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ความรู้สึกแรกที่เห็นผลงานของ Tintingallery เรารู้สึกทึ่งกับความขัดแย้งในภาพที่จัดวางอย่างกลมกลืน องค์เทพฝั่งตะวันออกสวมฉลองพระองค์จากจักรพรรดิตะวันตก สถาปัตยกรรมในลายเส้นตะวันตกขยับเข้ามาเคียงคู่กับวิถีชีวิตพื้นบ้าน นับเป็นรายละเอียดระดับยิบย่อยถ่ายทอดมวลอารมณ์ทั้งแปลกแยกแต่กลับคุ้นเคย

หากลองนึกย้อนดู หลายคนน่าจะคุ้นเคยหรือเคยผ่านมือกับศิลปะคอลลาจมาบ้าง ไม่ว่าจะเป็นการตัดเศษกระดาษสีแปะลงสมุดส่งครูในตอนเด็ก หรือในยุคนี้ที่ใครหลายคนชอบตัดต่อแต่งรูปคุมโทนในอินสตาแกรม ก็ล้วนมีรากฐานมาจากศิลปะคอลลาจทั้งสิ้น

พอหันมามองผลงานของ Tintingallery ที่หยิบจับความต่างสุดขั้วในหน้าประวัติศาสตร์มาร้อยเรียงเข้ากันแบบเนียนตา กลับปลุกความสงสัยทำให้เราอยากรู้ว่า อะไรคือแนวคิดเบื้องหลังการเลือกรูป วิธีคิดหาไอเดียเชื่อมโยงเรื่องราวมีที่มาที่ไปยังไง และเขาซ่อนรหัสลับอะไรไว้ในผลงานตัวเองบ้าง

เดินตามรอยเราไปคุยกับ ตินติน-ชวัลวิทย์ โกศัย เพื่อไขปริศนาและสำรวจห้องภาพตินตินกันเลย

คอลลาจ

“ตินชื่นชอบทำคอลลาจมาตั้งแต่เด็ก เมื่อก่อนตินก็ตัดแปะลงบนกระดาษ พอผ่านมาสักพักตินก็ทำดิจิทัลคอลลาจ บางชิ้นตินทำตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัย”

ตินเล่าย้อนเวลากลับไปในช่วงปี 2563 - 2564 ช่วงเวลาวิกฤตโควิด-19 ทำให้เข็มนาฬิกาโลกขยับช้าลงจนแทบหยุดนิ่ง พอความว่างจากการกักตัวช่วงล็อกดาวน์เดินทางมาถึง ผสมกับแรงยุยงแกมขอร้องจากกลุ่มเพื่อนสนิทที่อยากให้เปิดแฟนเพจเฟซบุ๊กเพื่อแสดงผลงาน นั่นจึงกลายมาเป็นจุดกำเนิดของห้องภาพตินติน หรือ Tintingallery

ผลงานของตินมุ่งนำเสนอภาพชีวิตประจำวันของคนในวังหรือวิถีชีวิตคนไทยในอดีต เขาหยิบภาพถ่ายในสมัยรัชกาลที่ 5 ยามสยามเริ่มรับเทคโนโลยีการถ่ายภาพมาใช้ โดยนำพระรูปหม่อมเจ้าสองพระองค์กำลังทรงจัดดอกไม้ด้วยกัน มาปัดฝุ่น ตัดแต่ง และมาร้อยเรียงในรูปแบบดิจิทัลคอลลาจ

แล้วศิลปินดิจิทัลคอลลาจเขารับแรงบันดาลใจมาจากไหนกันนะ เราถาม

ตอนแรกแอบตั้งธงไว้ในใจว่า ตินต้องใช้เวลาจมอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อสืบค้นคลังรูปภาพจำนวนมหาศาลตลอดทั้งวันแน่นอน ความจริงแล้วคลังวัตถุดิบและไอเดียของตินเกือบทั้งหมดเกิดจากความชื่นชอบในวัยเด็ก ผ่านการอ่านและการลงพื้นที่เดินเท้าสำรวจ

“สมัยเด็กๆ ตินชอบอ่านวรรณคดี วรรณกรรม บางวันถึงกับปั่นจักรยานกว่า 10 กิโลเมตรจากบ้านไปโบราณสถาน เพื่อไปมองภาพด้วยตาตัวเองจริงๆ บางวันก็ไปนั่งซึมซับบรรยากาศ” ตินเล่าถึงความทรงจำของวันวานด้วยรอยยิ้ม

จนกระทั่งตินมาเห็นผลงานของ นักรบ มูลมานัส ศิลปินรุ่นพี่ผู้บุกเบิกวงการดิจิทัลคอลลาจ ตินประทับใจในวิธีการเลือกหยิบองค์ประกอบไทยมาผสมผสานเข้ากับกลิ่นอายตะวันตก จากนั้นเขาจึงเริ่มศึกษาวิธีจัดวางองค์ประกอบ และนำมาปรับใช้ในรูปแบบเฉพาะของตัวเอง

“ความสนุกคือการถอดกระบวนการคิดนี่แหละ บางทีภาพโบราณหรือสถาปัตยกรรมเก่าแก่มักซ่อนไว้ว่า ในยุคสมัยนั้นให้คุณค่ากับอะไร หรือสังคมกำลังมีวิธีคิดแบบไหนอยู่”

ตินเล่าเกร็ดสนุกเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับวัดเทพธิดารามวรวิหาร สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยตามปกติภาพจิตรกรรมรอบพระประธานในโบสถ์ต้องรายล้อมไปด้วยพระอัครสาวกที่เป็นภิกษุสงฆ์ แต่ในวัดนี้กลับสอดแทรกสัญญะเชิงสตรีนิยม เพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมเกล้าฯ อุทิศถวายแด่พระองค์เจ้าวิลาส

หนึ่งในสถานที่โปรดปรานของตินคือวัดบวรนิเวศวิหาร เขาชอบไปนั่งสำรวจรายละเอียดของตาลปัตรที่ออกแบบขึ้นใหม่ในแต่ละพระราชพิธี

รูปเทพ

หากพูดถึงผลงานทำให้ Tintingallery เป็นที่รู้จักในวงกว้างคงต้องยกให้ภาพพระพิฆเนศในช่วงเทศกาลคเณศจตุรถี

“ช่างสมัยก่อนวาดพระพุทธเจ้าสวมชุดกษัตริย์ไทย เพราะไม่เคยไปอินเดีย เครื่องทรงเทพจึงเกิดขึ้นจากการจำลองฉลองพระองค์ที่สูงที่สุดของกษัตริย์ แล้วถ้าตินจะหยิบชุดจักรพรรดิตะวันตกมาให้องค์พระพิฆเนศสวมใส่บ้าง มันคงไม่แปลกอะไร เพราะนี่ก็ถือเป็นสิ่งสูงส่งในวัฒนธรรมของเขาเช่นกัน”

จุดเริ่มต้นจากการตั้งคำถามคิดนอกกรอบนำไปสู่การทดลองทำ นำองค์พระพิฆเนศมาสวมฉลองพระองค์ในสไตล์กษัตริย์ฝรั่งเศสยุคพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ประทับอยู่ในวิมานตามสถาปัตยกรรมตะวันตก แต่รายละเอียดรอบข้างกลับโอบล้อมด้วยขนบแบบไทย ทั้งภาพเทวดานางฟ้าขับประโคมกล่อม อาวุธตรีศูล ดอกบัว สังวาลเกี้ยวเงือก ไปจนถึงเครื่องถวายลูกหมากรากไม้กล้วยน้ำว้า

ความลุ่มลึกในการร้อยเรียงเรื่องราวมอบเกียรติครั้งใหญ่ให้ติน ในฐานะศิลปินผู้ออกแบบภาพเคลื่อนไหวประกอบการแสดงรับเสด็จเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระพันปีหลวง และแสดงถึงการสืบทอดพระปณิธานงานผ้าศิลปาชีพของเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ในวาระเสด็จไปทอดพระเนตรนิทรรศการ และการจัดแสดงผลงานภูมิปัญญาผ้าไทย และงานหัตถกรรมชุมชน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ตินเลือกหยิบนำคติชนวิทยามาเล่าเรื่องผสมผสาน โดยนำความเชื่อภาคเหนือและภาคอีสาน มาแสดงผ่านนกหัสดีลิงค์ที่มีตัวเป็นนกส่วนหัวเป็นช้าง บินร่อนอยู่เหนือวงโปงลางและการเป่าแคนถือเป็นภาพแทนของชาวอีสานที่มาร่วมส่งเสด็จ

ทั้งยังใส่ใจในการออกแบบเครื่องประกอบพระอิสริยยศให้ถูกต้องตามธรรมเนียม รวมถึงเลือกใช้สัญญะผ่านพิธีทูลพระขวัญ หรือการบายศรีสู่ขวัญผูกข้อไม้ข้อมือเพื่อรับเสด็จตามประเพณีดั้งเดิมของชาวบ้าน ก่อนจะทิ้งท้ายด้วยภาพเคลื่อนไหวคู่ระหว่างสมเด็จพระพันปีหลวงกับเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ที่ทั้งสองพระองค์ทรงฉลองพระองค์ชุดไทยเรือนต้นเหมือนกัน เพื่อส่งผ่านสัญญะการสืบทอดพระปณิธานด้านผ้าพระราชนิยมจากรุ่นพระอัยยิกา (ย่า) สู่รุ่นพระนัดดา (หลาน)

คำประพันธ์

บางครั้งบางคราวเราก็เห็นตินสวมหมวกอีกใบ โดยแต่งบทคำประพันธ์ประกอบผลงานด้วย สารภาพตามตรงว่า อาจมีบางคำที่เราเข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง แต่ก็ประทับใจกับความตั้งใจในการส่งสารของติน เห็นความละเมียดละไมในขั้นตอนการวางไอเดียและการกลั่นกรองผลงานจากหัวใจ

ตินเป็นที่รู้จักในฐานะศิลปินดิจิทัลคอลลาจ แต่สิ่งที่ทำให้ผู้คนตกหลุมรัก Tintingallery คือการเป็นนักเล่าเรื่องที่มองเห็นความเป็นมนุษย์ในหน้าประวัติศาสตร์เสมอ

เขาเลือกสืบค้นประวัติศาสตร์ของบุคคลในอดีต ลงลึกไปถึงเหตุการณ์สำคัญเล็กๆ น้อยๆ กระทั่งสิ่งของที่ชื่นชอบ สีประจำตัว กิจกรรมที่ชอบทำพิเศษ สะท้อนให้เห็นว่า ในสายตาของเขา คนโบราณมีหลากหลายมิติให้เล่าสรร มีตัวตน มีอุดมการณ์ มีความรัก มีศักดิ์ศรี และมีความคิดอ่านไม่ต่างจากพวกเราในยุคปัจจุบันเลย

ติดตามศิลปินต่อได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/tintingallery
Instagram : https://www.instagram.com/tintingallery/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...