เมียนมาบูรณะ‘เมืองเก่า-วัดดัง’ ดึงนทท.1.8 ล้านคน
บลูมเบิร์กรายงานว่า รัฐบาลเมียนมาที่หนุนโดยกองทัพ กำลังเร่งผลักดันให้ “ภาคการท่องเที่ยว” กลับมาเป็นเครื่องยนต์หลักในการกู้ชีพเศรษฐกิจ หลังจากการเลือกตั้งทั่วไปเสร็จสิ้นลง โดยใช้ความสวยงามของวัดวาอารามโบราณ โรงแรมหรู และจุดแสวงบุญทางศาสนา เป็นตัวดึงดูดเม็ดเงินและนักลงทุนต่างชาติให้กลับเข้ามาในประเทศอีกครั้ง
ทางการเมียนมาตั้งเป้าหมายเร่งด่วน ในการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ได้เกือบเท่าตัวเป็น 1.8 ล้านคนในปีนี้ เพื่อเยียวยาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ซบเซา นับตั้งแต่เหตุการณ์ทำรัฐประหารเมื่อปี 2564 ที่ส่งผลให้ประเทศตกอยู่ในภาวะสงครามกลางเมืองและโดดเดี่ยวจากประชาคมโลก
หม่อง หม่อง จอ (Maung Maung Kyaw) ปลัดกระทรวงโรงแรม การท่องเที่ยว และวัฒนธรรมของเมียนมา เปิดเผยว่า "เราคาดหวังหลัก ๆ ว่าจะเห็นจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนและชาวไทยพุ่งสูงขึ้น ดังนั้นพวกเขาจึงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเติบโตของการท่องเที่ยวของเรา"
ทั้งนี้ ในปี 2568 เมียนมาต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวน 973,263 คน ตามข้อมูลอย่างเป็นทางการที่ Bloomberg News ได้รับมา ส่วนในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ จนถึงเดือนพ.ค. จำนวนผู้มาเยือนอยู่ที่ 448,205 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นประมาณ 5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า หมายความว่ารัฐบาลจำเป็นต้องพึ่งพาช่วงครึ่งปีหลังที่แข็งแกร่งกว่านี้มาก หากต้องการบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้
เทศ ลวิน โต (Thet Lwin Toh) จากบริษัท Myanmar Voyages International Tourism Co. ผู้ประกอบการท่องเที่ยวระบุว่า ความสนใจเริ่มกลับมาแล้ว โดยมีการสอบถามข้อมูลจากยุโรป สหรัฐอเมริกา และอินเดียเพิ่มมากขึ้น แม้ว่าตัวเลือกเที่ยวบินระหว่างประเทศจะยังมีจำกัด ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความสนใจในเมียนมานั้นขยายวงกว้างไปไกลกว่าแค่ประเทศเพื่อนบ้าน
อย่างไรก็ตาม บลูมเบิร์กระบุทิ้งท้ายว่า ต่อให้เมียนมาทำได้ตามเป้าหมาย 1.8 ล้านคนในปีนี้จริง ตัวเลขนี้ก็ยังไม่สามารถเทียบเท่ากับช่วงปี 2558 ที่เคยต้อนรับนักท่องเที่ยวสูงถึง 4.7 ล้านคนในช่วงเปิดประเทศใหม่ ๆ และยังห่างไกลกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างไทยที่ปีที่แล้วดึงดูดไปได้ถึงราว 33 ล้านคน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง