"อนุทิน"คารวะประธานสภาฯ เวียดนาม
(8มิ.ย.69) เวลา 16.30 น. ที่ ห้องประชุม Hoa Sen สภาแห่งชาติสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าเยี่ยมคารวะ นายเจิ่น ทัญ เหมิน ประธานสภาแห่งชาติเวียดนาม
นายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณที่ได้ให้การต้อนรับ พร้อมถือโอกาสนี้เชิญประธานสภาฯ เวียดนามเยือนไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อร่วมฉลองโอกาสครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางทูตไทย-เวียดนามในปีนี้ โดยทั้งสองต่างเห็นว่า ความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม แท้จริงแล้วยาวนานกว่า 50 ปี และประเทศไทยยังเคยเป็นที่พำนักของประธานโฮจิมินห์ และมีอนุสรณ์สถานของประธานโฮจิมินห์ถึง 3 แห่ง รวมถึงมีคนเวียดนามมาตั้งรกรากในไทยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นสะพานเชื่อมสองประเทศให้ยิ่งใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น ซึ่งทั้งสองฝ่ายยินดีที่สองประเทศได้ยกระดับความสัมพันธ์ สู่หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์รอบด้าน โดยมีการจัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือในประเด็นความร่วมมือด้านนิติบัญญัติ ประธานสภาแห่งชาติยินดีที่รัฐสภาทั้งสองประเทศมีความใกล้ชิดและแลกเปลี่ยนการเยือนอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้เสนอแนวทางขับเคลื่อนความร่วมมือด้านนิติบัญญัติระหว่างกัน อาทิ การดำเนินการตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสภาผู้แทนราษฎรไทยกับสภาแห่งชาติเวียดนาม รวมถึงการใช้ประโยชน์จากกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไทย-เวียดนาม ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการเลือกตั้งเพิ่มในส่วนของตำแหน่งที่วางลง ซึ่งมีจำนวนสมาชิกครบแล้ว จะมาเยือนรัฐสภาเวียดนาม เพื่อกระชับความสัมพันธ์ต่อไป ซึ่งนอกจากในระดับทวิภาคีแล้ว ไทยและเวียดนามยังมีการหารือและประสานท่าทีในกรอบพหุภาคี เช่น สมัชชารัฐสภาอาเซียน (AIPA) และสมัชชาสหภาพรัฐสภา (IPU) ด้วย
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรียังได้เสนอให้ส่งเสริมปฏิสัมพันธ์ระหว่างพรรคคอมมิวนิสต์ และพรรคการเมืองต่าง ๆ ของไทย และยินดีที่ฝ่ายเวียดนามได้เชิญผู้แทนพรรคการเมืองต่าง ๆ ของไทยมาร่วมประชุม ASEAN Future Forum ในครั้งนี้ด้วย
ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ประชาชนไทยและเวียดนามต่างมีความมุ่งหวังและมีความกังวลคล้ายกัน คือ ต้องการความปลอดภัยและความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงการพัฒนาตัวเองให้มีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งฝ่ายนิติบัญญัติของสองประเทศสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ร่วมกันได้
#ข่าวเวิร์คพอยท์23