โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"อนุทิน"คารวะประธานสภาฯ เวียดนาม

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวเวิร์คพอยท์

(8มิ.ย.69) เวลา 16.30 น. ที่ ห้องประชุม Hoa Sen สภาแห่งชาติสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าเยี่ยมคารวะ นายเจิ่น ทัญ เหมิน ประธานสภาแห่งชาติเวียดนาม

นายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณที่ได้ให้การต้อนรับ พร้อมถือโอกาสนี้เชิญประธานสภาฯ เวียดนามเยือนไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อร่วมฉลองโอกาสครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางทูตไทย-เวียดนามในปีนี้ โดยทั้งสองต่างเห็นว่า ความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม แท้จริงแล้วยาวนานกว่า 50 ปี และประเทศไทยยังเคยเป็นที่พำนักของประธานโฮจิมินห์ และมีอนุสรณ์สถานของประธานโฮจิมินห์ถึง 3 แห่ง รวมถึงมีคนเวียดนามมาตั้งรกรากในไทยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นสะพานเชื่อมสองประเทศให้ยิ่งใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น ซึ่งทั้งสองฝ่ายยินดีที่สองประเทศได้ยกระดับความสัมพันธ์ สู่หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์รอบด้าน โดยมีการจัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือในประเด็นความร่วมมือด้านนิติบัญญัติ ประธานสภาแห่งชาติยินดีที่รัฐสภาทั้งสองประเทศมีความใกล้ชิดและแลกเปลี่ยนการเยือนอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้เสนอแนวทางขับเคลื่อนความร่วมมือด้านนิติบัญญัติระหว่างกัน อาทิ การดำเนินการตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสภาผู้แทนราษฎรไทยกับสภาแห่งชาติเวียดนาม รวมถึงการใช้ประโยชน์จากกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไทย-เวียดนาม ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการเลือกตั้งเพิ่มในส่วนของตำแหน่งที่วางลง ซึ่งมีจำนวนสมาชิกครบแล้ว จะมาเยือนรัฐสภาเวียดนาม เพื่อกระชับความสัมพันธ์ต่อไป ซึ่งนอกจากในระดับทวิภาคีแล้ว ไทยและเวียดนามยังมีการหารือและประสานท่าทีในกรอบพหุภาคี เช่น สมัชชารัฐสภาอาเซียน (AIPA) และสมัชชาสหภาพรัฐสภา (IPU) ด้วย

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรียังได้เสนอให้ส่งเสริมปฏิสัมพันธ์ระหว่างพรรคคอมมิวนิสต์ และพรรคการเมืองต่าง ๆ ของไทย และยินดีที่ฝ่ายเวียดนามได้เชิญผู้แทนพรรคการเมืองต่าง ๆ ของไทยมาร่วมประชุม ASEAN Future Forum ในครั้งนี้ด้วย

ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ประชาชนไทยและเวียดนามต่างมีความมุ่งหวังและมีความกังวลคล้ายกัน คือ ต้องการความปลอดภัยและความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงการพัฒนาตัวเองให้มีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งฝ่ายนิติบัญญัติของสองประเทศสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ร่วมกันได้

#ข่าวเวิร์คพอยท์23

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...