สหรัฐฯ สอบมาตรา 301 เวียดนามปมทรัพย์สินทางปัญญา จ่อรีดภาษีเพิ่มหลังดุลการค้าพุ่ง
สหรัฐฯ เปิดฉากสอบสวนเวียดนามตามมาตรา 301 เจาะลึกระบบคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา หวั่นกระทบการค้าอเมริกัน ชนวนเหตุจากตัวเลขเกินดุลการค้าของเวียดนามกับสหรัฐฯ พุ่งทะยานแตะ 1.782 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2568 ท่ามกลางการเจรจาที่ยืดเยื้อไร้ข้อสรุป ฉุดเวียดนามอ่วม เจอสอบสวนค้างเก่าอีก 2 คดี ทั้งปมกำลังการผลิตส่วนเกินและแรงงานบังคับ คาดรู้ผลภายในเดือนกรกฎาคมนี้
30 พฤษภาคม 2569สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า สหรัฐอเมริกาได้เปิดการสอบสวนทางการค้าครั้งใหม่ต่อเวียดนาม โดยมุ่งเป้าไปที่ประเด็นการคุ้มครองและการบังคับใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งมาตรการนี้อาจนำไปสู่การปรับเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าจากเวียดนามในอนาคต
การสอบสวนในครั้งนี้ดำเนินการโดยสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ภายใต้กฎหมายการค้ามาตรา 301 (Section 301) ซึ่งจะเน้นตรวจสอบนโยบายและแนวปฏิบัติของรัฐบาลเวียดนามว่าส่งผลกระทบเชิงลบต่อภาคการค้าของสหรัฐฯ มากน้อยเพียงใด
เจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ กล่าวถึงความจำเป็นในการยกระดับมาตรการครั้งนี้ว่า "การดำเนินการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อแก้ไขข้อกังวลที่สหรัฐฯ มีต่อการบังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาของเวียดนามมาเป็นเวลานาน หากเห็นว่ามีความจำเป็น ก็อาจมีมาตรการเพิ่มเติมตามมาในอนาคต โดยสหรัฐฯ ต้องการเห็นการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังและยั่งยืน เพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาในระยะยาว"
ความเคลื่อนไหวล่าสุดของสหรัฐฯ เกิดขึ้นท่ามกลางภาวะชะงักงันของการเจรจาการค้าระหว่างทั้งสองประเทศที่ดำเนินมาหลายเดือนแต่ยังไม่มีข้อสรุป เนื่องจากทั้งสองฝ่ายยังคงมีความเห็นขัดแย้งกันใน 3 ประเด็นหลัก คือ
- การส่งผ่านสินค้า (Transshipment)
- การเข้าถึงตลาด
- ตัวเลขการเกินดุลการค้าของเวียดนามที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
สถิติจากบลูมเบิร์กระบุว่า เวียดนามเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยในปี 2568 ยอดเกินดุลพุ่งขึ้นไปแตะที่ 1.782 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าปี 2567 ถึงราว 5.47 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
เวียดนามเจอศึกหนัก สอบสวนพ่วง 3 คดี
การสอบสวนเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาในครั้งนี้ นับเป็นคดีภายใต้มาตรา 301 คดีที่ 3 แล้วที่สหรัฐฯ นำมาใช้จัดการกับเวียดนาม โดยก่อนหน้านี้เวียดนามกำลังอยู่ระหว่างการถูกสอบสวนอีก 2 คดีสำคัญ ได้แก่
- ข้อกล่าวหาเรื่องกำลังการผลิตส่วนเกินในภาคอุตสาหกรรม
- ข้อกล่าวหาเรื่องการใช้แรงงานบังคับ
ซึ่งทั้ง 2 คดีข้างต้นได้รับการคาดหมายว่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนภายในเดือนกรกฎาคมนี้
ทั้งนี้ กฎหมายการค้ามาตรา 301 ถือเป็นเครื่องมือทางกฎหมายที่สำคัญของสหรัฐฯ เนื่องจากเปิดทางให้ประธานาธิบดีสามารถอนุมัติมาตรการลงโทษทางการค้า เช่น การตั้งกำแพงภาษีนำเข้า ต่อประเทศคู่ค้าที่ถูกประเมินว่ามีพฤติกรรมทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม
ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยในรอบ 13 ปี
ความเข้มงวดของสหรัฐฯ ในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา เมื่อ USTR ได้จัดให้เวียดนามอยู่ในกลุ่ม "ประเทศต่างชาติที่มีความสำคัญเป็นพิเศษ" (Priority Foreign Country) ในรายงานด้านทรัพย์สินทางปัญญาประจำปี ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 13 ปีที่มีประเทศคู่ค้าถูกจัดให้อยู่ในประเภทร้ายแรงดังกล่าว
ทางด้านท่าทีของเวียดนาม เล มินห์ ฮุง นายกรัฐมนตรีเวียดนาม ได้ออกมาระบุภายหลังการเข้าพบกับ ริก สวิตเซอร์ รองผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ที่กรุงฮานอยเมื่อต้นเดือนพฤษภาคม โดยพยายามยืนยันถึงความตั้งใจของฝั่งเวียดนามว่า "เวียดนามยังคงเดินหน้าปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างต่อเนื่อง"
สถานการณ์หลังจากนี้จึงเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิดว่า มาตรการตรวจสอบที่เข้มงวดของสหรัฐฯ จะกดดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างกฎหมายและการค้าของเวียดนามได้มากน้อยเพียงใด หรือจะบานปลายไปสู่สงครามภาษีระลอกใหม่ในภูมิภาคอาเซียน