โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘อภิสิทธิ์’ ควง ‘อนุชา’ หาเสียงตลาดตรอกหม้อ ชูสตรีทฟู้ดเสน่ห์กรุงเทพฯ

เดลินิวส์

อัพเดต 30 พฤษภาคม 2569 เวลา 18.59 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
‘อภิสิทธิ์’ ควง ‘อนุชา’ พร้อมผู้สมัครสก. ลุยตลาดตรอกหม้อขอคะแนนเสียงคนกทม. พบแม่ค้า-พ่อค้าร้องเรียนปัญหาขายของบนทางเท้า-จุดจอดรถ หวั่นโดนยึดพื้นที่ เมินผลโพลคนเลือก ‘ชัชชาติ’ เชื่อคนเปลี่ยนใจเลือกจุดต่างอย่าง 'ประชาธิปัตย์'

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 30 พ.ค. นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค, นายสกลธี ภัททิยกุล, นางการดี เลียวไพโรจน์ และ นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค ลงพื้นที่ช่วย น.ส.นัชธนัญญ์ ทรัพย์ญาณกรณ์ ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร หรือ สก.เขตพระนคร หาเสียงที่ตลาดตรอกหม้อ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร โดยได้มีการใส่เสื้อสีดำหาเสียง ทำให้มีประชาชนแซว “เสื้อดำเด้าหน่อย” ซึ่งเป็นคลิปเพลงที่กำลังเป็นกระแสไวรัลในโลกออนไลน์ ซึ่งนายอภิสิทธิ์ และนายอนุชา ยังไม่เข้าใจในช่วงแรก เนื่องจากยังไม่รู้ถึงกระแสดังกล่าว ก่อนที่จะรู้หลังผู้สื่อข่าวบอก ทำให้นายอภิสิทธิ์ หัวเราะ ส่วนนายอนุชา กับนายสกลธี ได้ชวนกันออกสเต็ปเพียงเล็กน้อย ขณะที่นางการดี บอกว่า ขอไปซ้อมก่อน โดยบรรยากาศการหาเสียง มีประชาชนเข้ามาขอถ่ายรูป และสะท้อนถึงปัญหาในพื้นที่ที่อยากให้แก้ไขในเรื่องของการค้าขาย และจุดจอดรถยนต์ จากนั้น คณะดังกล่าวเดินทางไปโดยสารเรือไฟฟ้าที่ท่าเรือคลองผดุงกรุงเกษม (จุดลงเรือหัวลำโพง) เพื่อมุ่งหน้าไปยังท่าเรือเทเวศร์เพื่อขอคะแนนเสียงจากประชาชนบริเวณตลาดเทเวศร์

โดยนายอนุชา กล่าวหลังลงพื้นที่ว่า เสียงสะท้อนจากพ่อค้าแม่ค้าในตลาดในพื้นที่ต้องการให้การจัดระเบียบตลาด และทางเท้า ซึ่งเรื่องสตรีทฟู้ด ประชาชนมีความกังวลว่า กรุงเทพฯ จะไม่ให้ขายของบนทางเท้า ซึ่งความจริงตนคิดว่า เรื่องของสตรีทฟู้ดกับคนกรุงเทพฯ สามารถอยู่ด้วยกันได้ เพียงแต่ต้องจัดระเบียบในพื้นที่ต่างๆ โดยลักษณะในแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน บางพื้นที่ที่มีการเดินบนทางเท้าแคบๆ ก็ต้องเข้าใจ แต่ในขณะเดียวกันในตรอกซอกซอย เช่น ตลาดตรอกหม้อ ที่ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับการสัญจร และเป็นเสน่ห์ด้วยซ้ำ ซึ่งมาซื้อของเป็นประจำ โดยไม่ใช่แค่เฉพาะคนไทย

นายอนุชา กล่าวต่อว่า ระหว่างเดินตลาด ตนก็ได้เจอกับชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นชาวตะวันออกกลาง ชาวอาเซียน รวมถึงชาวยุโรป ซึ่งตรงนี้เป็นเสน่ห์อยู่แล้ว และสามารถอยู่ร่วมกันได้กับกรุงเทพฯ ระหว่างผู้ค้ากับผู้ซื้อ ไม่จำเป็นที่จะต้องจัดระเบียบให้เคร่งเกินไป เพราะสามารถตรวจสอบกันได้ว่า ใครเป็นเจ้าของแผงตัวจริง และอนาคตอาจจะนำเทคโนโลยีมาใช้ เช่น คิวอาร์โค้ด มาตรวจสอบว่า เป็นเจ้าของแผงตัวจริงหรือไม่ เพราะปัญหาคือ การเช่าช่วงกันต่อและไม่ใช่เฉพาะตลาดเล็ก ๆ แต่ตลาดใหญ่ ๆ ก็เห็นว่า มีการเช่าช่วงต่อกัน ซึ่งเราก็ต้องดำเนินการ ส่วนเรื่องการสัญจร ซึ่งวันนี้ตนและทีมงานพรรคประชาธิปัตย์ จะไปสำรวจเส้นทางของเรือไฟฟ้าในคลองผดุงกรุงเกษม ซึ่งจะใช้ระบบ Feeder หรือส่วนต่อขยาย เพื่อจะนำไปเชื่อมกับคลองต่าง ๆ เช่น คลองลาดพร้าว หรือคลองภาษีเจริญ ที่จะนำเรือไฟฟ้าเข้ามา เพื่อให้คนสัญจรไปเชื่อมกับระบบขนส่งสาธารณะหลัก ทั้งรถเมล์ หรือรถไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นบนดิน และใต้ดิน ซึ่งจะทำให้การเดินทางสะดวกมากขึ้น

นายอนุชา กล่าวว่า ขณะเดียวกัน เสียงสะท้อนจากชุมชนที่ลงพื้นที่ ก็อยากให้มีการประชาสัมพันธ์ แต่ละพื้นที่ที่มีอัตลักษณ์ของตัวเอง ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ ในลักษณะของเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชัน และเมื่อไปถึงจุดนั้น แล้วจุดต่อไปจะเดินทางไปที่ไหนต่อ มีอะไรอร่อย มีอะไรน่าไปสักการะ ไปเห็นอาคารบ้านเรือนเก่าแก่ เพราะสัญลักษณ์ที่เป็นเมืองเก่าในกรุงเทพฯ ยังมีอีกหลายพื้นที่ ซึ่งถือเป็นไฮไลต์ และทั้งหมดนี้ กทม. สามารถทำเองได้ ไม่ต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก

เมื่อถามว่า ภายหลังจับได้หมายเลข 5 และจากการลงพื้นที่ใน 2 วันที่ผ่านมากระแสดีขึ้นหรือไม่ นายอนุชา กล่าวว่า ถือว่าดี ตอนนี้ไม่ใช่ว่าทุกคนจำได้แต่หมายเลข แต่ยังจำชื่อได้แล้ว และอยากให้แต่ละพื้นที่จำชื่อผู้สมัคร สก. ของพรรคแต่ละเขตด้วย และนอกจากจำหมายเลข 5 ของผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ได้แล้ว ต้องจำหมายเลขของผู้สมัคร สก. ด้วย จึงอยากจะฝากให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ช่วยประชาสัมพันธ์ด้วย

ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จากที่ตนลงพื้นที่หาเสียงผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ และ สก. ตนได้การพูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าในตลาดถึงการเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส แต่พ่อค้าแม่ค้าก็ได้มีการพูดถึงปัญหาค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นหากจะแก้ไขปัญหาให้ถูกต้อง ก็จะต้องทำให้ราคาน้ำมันถูกลง ซึ่งจะเป็นการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนอย่างตรงจุด และกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้ แต่รัฐบาลก็ยังคงยืนยันไม่ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน และจากที่เคยนำเงินโรงกลั่นมาอุดหนุน ปัจจุบันก็ไม่มีความคืบหน้าการลดค่าการกลั่นแล้ว รวมถึงยังไม่มีความชัดเจนถึงสูตรในการคำนวณราคาน้ำมัน ที่ปัจจุบันยังคงยึดกลไกตลาดสิงคโปร์อยู่ ดังนั้นสิ่งที่ง่ายที่สุดในการจะแก้ปัญหาเรื่องนี้คือ การเก็บภาษีลาภลอยจากโรงกลั่นน้ำมัน ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ ได้นำเสนอมาโดยตลอด

เมื่อถามถึงผลโพลของสถาบันพระปกเกล้า ซึ่งพบว่า แฟนคลับของพรรคประชาธิปัตย์ จะหันไปเลือกนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. จะมีวิธีอย่างไรที่จะทำให้หันกลับมาเลือกผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรามีเวลาในการนำเสนอ และต้องยอมรับว่า ที่ผ่านมาการรับรู้ของผู้สมัครต่าง ๆ คนจะรับรู้เรื่องของนายชัชชาติมากที่สุด แต่ก็เป็นปกติ และคิดว่ามีหลายสิ่งหลายอย่างที่จะนำเสนอ ซึ่งเห็นว่าจะมีความแตกต่าง หากกลับมาเลือกพรรคประชาธิปัตย์ เช่น เรื่องกัญชา การที่จะเอาที่รกร้างว่างเปล่าที่คนใช้ในการหลีกเลี่ยงภาษีที่ดินมาทำประโยชน์ก็ดี หรือเรื่องการตรวจสอบการทุจริตที่เข้มข้น จะเป็นจุดต่างที่เราคิดว่า คนที่เคยสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ จะกลับมาสนใจแนวทางของเรา รวมไปถึงสิ่งที่นายอนุชาจะผลักดันต่อไป

เมื่อถามต่อว่า มีประชาชนอีกกลุ่มหนึ่งที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกใคร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จริง ๆ คนที่ตัดสินใจแล้ว เราก็ให้เปลี่ยนใจได้ ไม่มีข้อห้าม เราเดินหน้าในเวลาที่เหลือ รวมถึงนายอนุชา ทีม สก. และพรรคประชาธิปัตย์ ก็จะเดินหน้าเต็มที่.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...