โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เซ็นทรัล ดึงที่ดินในมือ พัฒนา 2 โครงการใหม่ รับท่องเที่ยวภูเก็ต–พัทยา ชี้ตลาด ‘คอนวีเนียนมอลล์’ แข่งเดือด ยุคนี้ถ้าไม่ต่างอยู่ยาก

THE STANDARD

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
เซ็นทรัล ดึงที่ดินในมือ พัฒนา 2 โครงการใหม่ รับท่องเที่ยวภูเก็ต–พัทยา ชี้ตลาด ‘คอนวีเนียนมอลล์’ แข่งเดือด ยุคนี้ถ้าไม่ต่างอยู่ยาก

เซ็นทรัล กรุ๊ป เดินหน้าขยายพอร์ตคอมมิวนิตีมอลล์ผ่าน Central Land & Development เตรียมเปิด 2 โครงการใหม่ในทำเลท่องเที่ยวศักยภาพ ได้แก่ POP Phuket และ Tops Wongamat พัทยา จ. ชลบุรี ภายใต้งบลงทุนรวมกว่า 730 ล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นของกลุ่มเซ็นทรัลต่อแนวโน้มการเติบโตของภาคท่องเที่ยวไทยในระยะยาว

ณพงศ์ ศกุนตนาค กรรมการผู้จัดการใหญ่ เซ็นทรัล แลนด์ แอนด์ ดีเวลลอปเมนท์ กล่าวว่า บทบาทหลักของบริษัทคือการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับที่ดินของเครือเซ็นทรัลในหัวเมืองท่องเที่ยวสำคัญ โดยทุกโครงการต้องสามารถต่อยอดโอกาสทางธุรกิจและใช้ศักยภาพของที่ดินให้เกิดมูลค่าสูงสุด

ขณะเดียวกัน ทุกโปรเจกต์ต้องมีความแตกต่างจากผู้เล่นรายอื่นในตลาด และในปีนี้เตรียมเปิด 2 โครงการใหม่ เริ่มจาก POP Phuket อยู่ระหว่างการพัฒนา โดยมีมูลค่าลงทุน 300 ล้านบาท บนพื้นที่รวม 5,490 ตารางเมตร ในย่านเชิงทะเล จ. ภูเก็ต

โดยกว่า 60% ของพื้นที่จะเป็นโซนอาหารและเครื่องดื่ม ครอบคลุมทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ และซูเปอร์มาร์เก็ตทั้งไทยและต่างประเทศ ส่วนอีก 40% ถูกออกแบบเป็น Vibrant Tenant Mix รวมร้านค้าพรีเมียมและบริการด้านไลฟ์สไตล์ เช่น สเปเชียลตีสโตร์ สปา และความงาม เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติและผู้บริโภคกำลังซื้อสูง

ทั้งนี้ POP Phuket ถือเป็นคอมมิวนิตีมอลล์แห่งที่ 2 ของกลุ่มเซ็นทรัลในย่านเชิงทะเล ต่อจาก Porto de Phuket ที่เปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2562 และยังมีผลประกอบการเติบโตต่อเนื่อง โดยในระยะถัดไป กลุ่มเซ็นทรัลยังมีแผนพัฒนา Porto de Phuket เฟส 2 เพื่อขยายพื้นที่และเพิ่มองค์ประกอบด้าน Family & Lifestyle รองรับกลุ่มครอบครัวและลูกค้าระดับบนมากขึ้น

ณพงศ์มองว่า ภูเก็ตยังเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพสูงในการลงทุน โดยเฉพาะย่านเชิงทะเลที่กลายเป็นทำเลทองของโครงการที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี และมีอัตราการเติบโตสูงถึง 18.8% อีกทั้งสถานการณ์ความผันผวนทางเศรษฐกิจและความขัดแย้งในต่างประเทศที่ผ่านมา ยังสะท้อนว่า ‘ภูเก็ต’ เป็นหนึ่งในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด และยังคงเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวกว่า 14.1 ล้านคนต่อปี สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวราว 5.4-5.5 แสนล้านบาทต่อปี

อีกหนึ่งโครงการสำคัญที่กำลังอยู่คือ Tops Wongamat พัทยา จ.ชลบุรี โครงการนี้มีมูลค่าลงทุน 430 ล้านบาท บนพื้นที่รวม 4,711 ตารางเมตร ตั้งอยู่ในย่านวงศ์อมาตย์ พัฒนาในรูปแบบชอปปิงมอลล์ขนาดเล็ก ภายในโครงการกว่า 80% จะเปิดเป็นโซนร้านอาหารและซูเปอร์มาร์เกต เพื่อสร้างประสบการณ์ด้านอาหารซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการดึงดูดผู้ใช้บริการ เพิ่มทั้งความถี่และระยะเวลาในการใช้บริการศูนย์การค้า ส่วนอีก 20% จะเป็น Curated Mix ของร้านค้าพรีเมียมและบริการด้านไลฟ์สไตล์

โครงการดังกล่าว มุ่งเน้นทั้งลูกค้าคนไทยและต่างชาติที่พักอาศัยในพื้นที่ โดยย่านวงศ์อมาตย์ยังถือเป็น Prime Area สำคัญของพัทยา สะท้อนจากจำนวนนักท่องเที่ยวราว 19-22 ล้านคนต่อปี และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวกว่า 2.2 แสนล้านบาทต่อปี

ณพงศ์ ยอมรับว่าธุรกิจคอนวีเนียนซ์ มอลล์ เป็นตลาดที่แข่งขันสูง เพราะใช้พื้นที่ไม่มากและต้นทุนการพัฒนาไม่สูง ทำให้ใครก็สามารถเข้ามาแข่งขันได้ แต่หากผู้ประกอบการเดินเกมไปในทิศทางเดียวกันและใช้กลยุทธ์ตัดราคาสู้กัน สุดท้ายอาจเข้าสู่ภาวะ ‘ตายหมู่’ จนไม่มีใครสามารถทำกำไรได้จริง ดังนั้น ผู้ที่จะอยู่รอดได้ต้องสร้างความแตกต่างและมีศักยภาพในการดึงร้านค้าเข้ามาเติมเต็มโครงการ

ทั้งนี้ ทิศทางการพัฒนาโครงการของบริษัทถือเป็นการปรับตัวตามพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการความรวดเร็ว ทันสมัย และประสบการณ์เฉพาะตัว ทำให้รูปแบบร้านค้ามีขนาดเล็กลง และให้ความสำคัญกับดีไซน์และประสบการณ์มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มร้านอาหารในช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมา หลายแบรนด์ได้ปรับตัวจากร้านทั่วไปสู่ร้านที่เน้นบรรยากาศและการบริการที่แตกต่าง ขณะที่กลุ่มสินค้าแบรนด์หรูยังเป็นอีกหนึ่งแม่เหล็กสำคัญในการดึงทราฟฟิกเข้าสู่โครงการ

ณพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวทางการดำเนินงานของเซ็นทรัล แลนด์ แอนด์ ดีเวลลอปเมนท์ มีความยืดหยุ่นสูง โดยจะพิจารณาศักยภาพของแต่ละทำเลเป็นหลัก หากพื้นที่ใดสามารถพัฒนาเองได้ก็จะเดินหน้าด้วยตัวเอง แต่หากเหมาะกับการดึงธุรกิจอื่นในเครือเซ็นทรัลเข้ามาร่วม ก็พร้อมเปิดให้เกิดการทำงานร่วมกัน รวมถึงเปิดรับพันธมิตรภายนอกเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ในจังหวะที่เหมาะสม

ยกตัวอย่างสำคัญคือโครงการ อย่าง เซ็นทรัล ภูเก็ต ซึ่งจากเดิมเริ่มต้นการพัฒนาโดยเซ็นทรัล แลนด์ แอนด์ ดีเวลลอปเมนท์ ก่อนจะส่งต่อให้ เซ็นทรัล พัฒนา เข้ามาบริหารในเวลาต่อมา

และอีกหนึ่งความได้เปรียบสำคัญของการไม่ได้เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ คือความคล่องตัวในการตัดสินใจลงทุน บริษัทไม่ต้องเผชิญแรงกดดันในการกำหนดงบลงทุนรายปี แต่สามารถพิจารณาความเหมาะสมและโอกาสทางธุรกิจเป็นหลัก ทำให้หลายโครงการใช้เวลาตั้งแต่ศึกษาไปจนถึงเปิดตัวไม่ถึง 2 ปีเท่านั้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...