โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

'เอกนิติ' เผย 'เจ้าสัว-CEO' แนะ 4 กลยุทธ์ ดันไทยคืนบัลลังก์อาเซียน-ฮับการเงินโลก

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวภายหลังการหารือร่วมระหว่างรัฐบาลกับภาคเอกชน ในงาน “ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง” เพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ ว่า ภาคเอกชนแสดงความเป็นห่วงถึงวิกฤตการณ์ในปัจจุบันอาจไม่ใช่เพียงวิกฤตด้านตัวเลข GDP เท่านั้น แต่เป็นวิกฤตเรื่องค่าครองชีพและปัญหาเงินเฟ้อที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนระดับฐานรากและผู้ประกอบการ SME

“ภาคเอกชนแสดงความเป็นห่วงว่าภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้นจะกระทบต่อคนตัวเล็กที่ไม่มีเกราะป้องกันความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน สมาพันธ์ SME ได้เสนอให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เนื่องจากเป็นกลไกสำคัญของระบบเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบหนักจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น”

นายกฯ นำครม. ถ่ายภาพหมู่กับ เจ้าสัว-CEO ภาคเอกชน หลังรับฟังข้อเสนอนานกว่า 2 ชั่วโมงที่ทำเนียบรัฐบาล

ชงควบรวมกิจการ หนุนไทยสู่ศูนย์กลางการเงิน

นอกจากนี้ สมาคมธนาคารไทยได้เสนอแนวคิดในที่ประชุมว่า สถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางกำลังส่งผลกระทบต่อศูนย์กลางทางการเงินในพื้นที่ดังกล่าว ทำให้มีกลุ่มทุนและนักลงทุนจำนวนมากเริ่มมองหาการย้ายฐานและโอกาสใหม่ๆ ในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพสูงที่จะก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางรองรับความต้องการเหล่านี้

ทั้งนี้ ได้เสนอแนวทางเชิงรุกเพื่อให้ภาคธุรกิจไทยมีความแข็งแกร่งพอที่จะแข่งขันในระดับสากล โดยสนับสนุนการควบรวมกิจการ ไม่เพียงเฉพาะในภาคการเงินเท่านั้น แต่รวมถึงภาคธุรกิจอื่นๆ เพื่อสร้างกิจการที่ "ใหญ่และแข็งแกร่งพอ" ในการก้าวออกไปแข่งขันและเป็นผู้นำในระดับภูมิภาค

4 กลยุทธ์หลักเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

เพื่อให้ประเทศไทยก้าวข้ามวิกฤตและกลับมาเป็นผู้นำในอาเซียน ภาคเอกชนได้เสนอ 4 เสาหลักที่ต้องเร่งดำเนินการควบคู่ไปกับการดูแลค่าครองชีพ

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงผลการประชุมหารือกับกลุ่มเจ้าสัว-CEO ภาคเอกชน

1. การลงทุนในทรัพยากรพื้นฐาน โดยเร่งบริหารจัดการน้ำเพื่อรับมือเอลนีโญ ที่อาจทำให้ขาดแคลนน้ำในช่วงปลายปี ซึ่งจะกระทบต่อภาคการเกษตรที่เป็นฐานผลิตอาหารโลก รวมถึงการลงทุนในพลังงานสะอาดและระบบสายส่งไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) เพื่อลดผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน

2. การพัฒนาทุนมนุษย์และ AI มุ่งยกระดับทักษะคนไทย (Reskill/Upskill) โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาเป็นเครื่องมือ เพื่อต่อยอดจากฐาน Data Center ไปสู่ Cloud Service และการผลิตเซมิคอนดักเตอร์

3. เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ (New Growth Engine) ส่งเสริมอุตสาหกรรมจุดแข็งอย่าง Wellness Tourism เกษตรสมัยใหม่ และการผลักดันไทยให้เป็นศูนย์กลางทางการเงินของภูมิภาค (Regional Hub) โดยสนับสนุนการควบรวมกิจการเพื่อให้ธุรกิจไทยแข็งแกร่งพอที่จะแข่งขันในระดับสากล

4. การปลดล็อกกฎระเบียบ เร่งแก้ไขอุปสรรคการขอใบอนุญาตที่ดินและลำรางสาธารณะที่ล่าช้า พร้อมเสนอให้ตั้งศูนย์ปราบปรามคอร์รัปชันอย่างเป็นรูปธรรม

กลไกขับเคลื่อนผ่าน กรอ. และยุทธศาสตร์ 4T

รัฐบาลเตรียมขับเคลื่อนข้อเสนอเหล่านี้ผ่านแนวคิด 4Tได้แก่ Target (เป้าหมายชัดเจน), Transition (การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด), Transform (การปฏิรูปคน) และ Together (การทำงานร่วมกัน) โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้จัดตั้งคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน (กรอ.) เพื่อเป็นเวทีกลางในการนำเนื้อหาจากการหารือครั้งนี้ไปปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ ภาคเอกชนยังเสนอให้เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ เช่น ท่าเรือระนอง และเส้นทางรถไฟ “Missing Link” (ชุมพร-ระนอง) เพื่อเชื่อมต่อการค้าจากภาคเหนือลงสู่ฝั่งอันดามัน ซึ่งจะเป็นการเปิดประตูโอกาสใหม่ให้กับเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

“ภาคเอกชนเชื่อมั่นว่าหากไทยสามารถคว้าโอกาสนี้ไว้ได้ จะเป็นการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน และทำให้ประเทศไทยกลับมาเป็นจุดแข็งที่สำคัญที่สุดของอาเซียนอีกครั้ง”

หอการค้า เร่งกู้วิกฤตเกษตร ดันปราบคอร์รัปชัน

ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยหลังมีประชุมหารือระหว่างภาครัฐและเอกชน ผู้ประกอบการ ว่า สำหรับหอการค้าฯ ได้มีการเสนอการผลักดันเรื่องเกษตรเป็นหลัก หากไม่สามารถขับเคลื่อนเรื่องเกษตรได้ดี มีผลอันตรายมาก ฉะนั้นต้องเร่งแและเร็ว ทั้งเรื่องสินค้าต้นทุนต่ำ และราคาตลาดที่เกษตรกรสามารถอยู่ได้ เนื่องจากมีประชากนกว่า 30 ล้านคน แรงงาน 11 ล้านคน

นอกจากเรื่องเกษตร ยังมีเรื่องการต่อต้านคอร์รัปชัน ซึ่งสำคัญมากเพราะมันเป็นวาระแห่งชาติ

"ท่านนายกฯ มีการรับฟังความคิดเห็นทั่วถึง ทั้งองค์กรธุรกิจ สภาหอฯ ธนาคาร แล้วก็บริษัทใหญ่ๆ ซึ่งเราได้คำแนะนำไปและ ข้อเสนอไปหลายอย่างที่ดี บรรยากาศวันนี้ทุกอย่างดีหมดต้องขอชื่นชม ท่านนายกฯ"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...