โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คมนาคมเดินหน้าตั๋วร่วมรถไฟฟ้า 17-45 บาท ตั้งเป้าได้ใช้ปี 2570

The Better

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • THE BETTER
“สิริพงศ์” เผย รอฟังความเห็น ก่อน ชง ครม. กำหนดราคาตั๋วรถไฟฟ้า 17-45 บาท หวังทันใช้ปี 70 ชี้ราคาน้ำมันโลกเริ่มคลี่คลาย “ค่าโดยสาร-ขนส่ง” ต้องทยอยปรับลดตามต้นทุน ย้ำรัฐติดตามใกล้ชิด 

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงความคืบหน้าการทำตั๋วร่วมรถไฟฟ้า ว่ากระทรวงคมนาคม ได้มีการนำเรื่องนี้เข้าเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับการลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน โดยการใช้ตั๋วร่วม ซึ่งมีอัตราค่าโดยสาร 17 บาท ถึง 45 บาท ขณะนี้มีการเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี แล้วอยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานราชการ ว่ามีความคิดเห็นต่อร่างที่กระทรวงคมนาคมเสนอไปอย่างไร

โดยใจความสำคัญของร่างดังกล่าวนี้ คือ การกำหนดอัตราค่าโดยสาร เริ่มต้นที่ 17 บาท และไม่เกิน 45 บาท เป็นการเสียค่าแลกเข้าเพียงครั้งเดียว

พร้อมให้กรุงเทพมหานคร ต้องโอนภาระหนี้สิน และทรัพย์สินของกทม. เพราะขณะนี้มีรถไฟฟ้าสองสีที่ยังไม่เข้าระบบเดียวกัน คือ รถไฟฟ้าสายสีเขียวและสีทอง ให้มาเป็นกรรมสิทธิ์การบริหารจัดการของ รฟม.

นอกจากนี้ระบบหลังบ้าน ต้องให้กระทรวงการคลัง ทำการจัดหา ว่าจะใช้ใครเป็นระบบดังกล่าวนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้มีมติคณะรัฐมนตรี ให้ตั้งเป็นบริษัทหรือหน่วยงานใหม่ขึ้นมา มาทำระบบนี้ แต่มองว่าอาจจะเกินความจำเป็น และเป็นภาระของงบประมาณ ซึ่งอาจจะมีคนให้บริการในลักษณะนี้อยู่แล้ว อย่างไรก็ตามต้องรอรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานต่าง ๆ ว่าจะมีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง

เมื่อถามถึงกรอบระยะเวลาในการดำเนินการ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ธงที่ตั้งเป้าไว้สำหรับกระทรวงคมนาคม ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม อยากทำให้ทันภายในปี 2570

ส่วนต้องมีการเจรจากับเอกชนในเรื่องของสัมปทานที่มีสัญญาอยู่ รัฐบาลจะดำเนินการอย่างไรได้บ้างนั้น นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ในเรื่องการรวมสัญญาต้องแบ่งเป็นสองลักษณะ คือ สัญญาที่จะหมดในเร็ว ๆ นี้ คงไม่ต้องเจรจาว่าจะต้องไปขอซื้อคืนหรือไม่ เพียงแต่รอเวลาให้สัญญาหมดไป และอีกส่วน คือ สัญญาที่ยังคงมีอายุอีกหลายปี คงต้องมีการทบทวนการออกตั๋วในลักษณะ ไทยแลนด์ ฟิวเจอร์ฟันด์ (กองทุนรวมพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย) หรือการจัดหาเงินทุนจากข้างนอก หรือ รฟม. อาจจะออกพันธบัตรมาสักก้อน เพื่อไม่ให้กระทบต่อหนี้สาธารณะในภาพรวม

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ยังกล่าวถึงการลดราคาค่าโดยสารและค่าขนส่ง หลังสถานการณ์น้ำมันโลกดีขึ้นว่าโดยปกติรัฐมีการตรึงราคาอยู่แล้ว ซึ่งช่วงสงกรานต์เราก็มีการปล่อยลอยตัว คือขึ้นได้ลงได้ มีการกำหนดเพดานว่าขึ้นและลงได้เท่าไหร่ต่อราคาน้ำมัน

ขณะเดียวกันก็ต้องดูราคาน้ำมันดีเซลเพราะมีการปรับตลอดเวลา เช่น ถ้าน้ำมันราคาปรับขึ้น 4 บาท ก็อนุญาตให้ขึ้นได้ 5-10 สตางค์ แต่ขณะนี้เมื่อราคาน้ำมันทยอยปรับลด ราคาขนส่งและค่าโดยสารก็ต้องไหลลงเรื่อย ๆ

ส่วนจะมีการเรียกผู้ประกอบการรถโดยสารมาพูดคุยหรือไม่นั้น นายสิริพงศ์ กล่าวว่ามีการสื่อสารกันตลอด แม้ขณะนี้ราคาน้ำมันจะปรับลดลงแต่ยังไม่เท่าตอนปรับราคาขึ้น ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำคือต้องพยุงราคาให้มีความแปรผันน้อยที่สุด ซึ่งอาจจะมี DLT รอบ 2 คือเข้าไปช่วยผู้ประกอบการขนส่งในการตรึงราคาค่าโดยสาร แต่จะมีสมการคิดราคาน้ำมันว่าขึ้นเท่าไหร่ เพราะราคาน้ำมันเป็นต้นทุน 70 % ของราคาค่าโดยสาร ซึ่งหากราคาน้ำมันขึ้นมา 30 % ดัชนีราคาค่าโดยสารที่จะขึ้นจะต้องถึง 20 % แต่ที่ผ่านมาดัชนีค่าโดยสารขึ้นได้แค่ 10 % ซึ่งต่ำกว่าราคาต้นทุน ดังนั้น เมื่อราคาน้ำมันทยอยลง ราคาค่าโดยสารก็จะค่อย ๆ ไหลลง แต่รัฐยังจำเป็นต้องตรึงราคาเพื่อคุมราคาในส่วนที่ควบคุมลำบาก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...