โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

กางภารกิจ ‘กรมทรัพย์สินทางปัญญา’ ดัน AI-Sandbox สกัดทุจริต รับโจทย์ OECD

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กรมทรัพย์สินทางปัญญา อยู่ภายใต้สังกัดกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งหน่วยที่สำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ อาทิ การจดสิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ ขึ้นทะเบียนสินค้า GI ขณะเดียวกัน ความโปร่งใสในการให้บริการภาครัฐก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศไทยกำลังเดินหน้าสู่การเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา OECD

“ฐานเศรษฐกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา โดยเริ่มต้นการสนทนาว่า ปัจจุบันทรัพย์สินทางปัญญาได้เร่งยกระดับนโยบายการต่อต้านการทุจริตอย่างจริงจัง ล่าสุดได้เชิญภาคเอกชน ผู้ใช้บริการ และคณะทำงานด้าน Zero Corruption เข้าหารือร่วมกัน เพื่อสะท้อนปัญหาและข้อเสนอแนะในการป้องกันการเรียกรับผลประโยชน์

ทั้งนี้ ได้เน้นยํ้าความตั้งใจและนโยบายของรัฐบาลที่ให้หน่วยงานทำงานด้วยความสุจริต โปร่งใส ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการรับสินบนทุกรูปแบบ และพร้อมรับฟังเบาะแสการเรียกรับผลประโยชน์ผ่านช่องทางต่างๆ เช่น อีเมล กล่องรับความเห็นถึงอธิบดีโดยตรง และเว็บไซต์ร้องเรียนการทุจริต

นอกจากนี้ได้มีข้อเสนอแนะคือต้องเร่งประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจให้ประชาชนและ SME ในภูมิภาคเข้าใจภารกิจของกรมเพื่อป้องกันการถูกหลอกลวงหรือแอบอ้าง

ดัน Sandbox รับเรื่องร้องเรียน

นางอรมนเผยด้วยว่ากรมทรัพย์สินทางปัญญา มีแผนจัดจัดทำ Sandbox ร่วมกับภาคเอกชน เพื่อเป็นช่องทางกลางสำหรับรับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตและติดตามผลอย่างเป็นระบบ เพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้บริการ

ขณะเดียวกัน ยังเตรียมผลักดันการฟื้นฟูคณะกรรมการนโยบายทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อขับเคลื่อนนโยบายทรัพย์สินทางปัญญาในระดับประเทศอย่างบูรณาการ รองรับเป้าหมายการยกระดับดัชนีนวัตกรรมโลก และการยกระดับมาตรฐานทรัพย์สินทางปัญญาของไทยให้สอดคล้องกับแนวทาง OECD

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา

ใช้ AI ลดดุลยพินิจ

หนึ่งในแนวทางสำคัญที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาเร่งดำเนินการ คือการลดการติดต่อแบบเผชิญหน้า (Face-to-Face) ระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้รับบริการ ผ่านการพัฒนาระบบดิจิทัล อาทิ Tele-consulting การให้คำปรึกษาออนไลน์ ระบบยื่นคำขออิเล็กทรอนิกส์ และ e-Payment เพื่อให้ทุกขั้นตอนสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้

ที่สำคัญยังนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยเฉพาะระบบ AI Image Search สำหรับการตรวจสอบเครื่องหมายการค้าเบื้องต้น ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถค้นหาความเหมือนหรือคล้ายของเครื่องหมายการค้าก่อนยื่นคำขอ ลดความเสี่ยงในการถูกปฏิเสธและลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

“AI จะช่วยลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ในบางขั้นตอน และช่วยให้การพิจารณามีมาตรฐานมากขึ้น แต่กระบวนการสุดท้ายยังอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายและผู้เชี่ยวชาญที่มีหน้าที่ตรวจสอบอย่างรอบคอบ” นางอรมน ระบุ

สำหรับการจดสิทธิบัตร กรมฯ ยังนำเทคโนโลยี AI มาช่วยสืบค้นข้อมูลและสรุปผลเบื้องต้นจากฐานข้อมูลทั่วโลก เพื่อสนับสนุนการตรวจสอบความใหม่ของสิ่งประดิษฐ์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการพิจารณาสิทธิบัตร

นางอรมน ยอมรับว่า แม้กรมจะพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง แต่ปัญหาสำคัญที่ยังพบคือคุณภาพของคำขอที่ยื่นเข้ามา โดยเฉพาะคำขอสิทธิบัตรจากนักวิจัยหรือผู้ประกอบการรายใหม่ที่ยังขาดความรู้ด้านการเขียนข้อถือสิทธิ์ ทำให้ต้องแก้ไขหลายรอบและส่งผลต่อระยะเวลาการพิจารณา

ดังนั้นกรมฯ จึงจัดอบรมและส่งเสริมการใช้ที่ปรึกษาด้านทรัพย์สินทางปัญญา รวมถึงประสานงานกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ที่มีโครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจ้างผู้เชี่ยวชาญ เพื่อยกระดับคุณภาพคำขอตั้งแต่ต้นทาง เพื่อให้คำขอมีคุณภาพดีตั้งแต่แรก ซึ่งจะทำกระบวนการพิจารณารวดเร็วขึ้น และเป็นประโยชน์ต่อทั้งผู้ยื่นและเจ้าหน้าที่

กรมทรัพย์สินทางปัญญาประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

AI กับงานลิขสิทธิ์

อีกประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือการใช้ AI กับงานลิขสิทธิ์ ซึ่งปัจจุบันกฎหมายลิขสิทธิ์ไทยยังคุ้มครองเฉพาะผลงานที่สร้างสรรค์โดยมนุษย์เท่านั้น ทั้งนี้ การนำผลงานที่มีลิขสิทธิ์ไปใช้ฝึก AI ควรได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ และต้องคำนึงถึงความสมดุลระหว่างการส่งเสริมเทคโนโลยีกับการคุ้มครองผู้สร้างสรรค์ผลงาน

ปัจจุบันกรมทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มดิจิทัลรายใหญ่ เช่น TikTok, Shopee และ Lazada เพื่ออำนวยความสะดวกในการแจ้งลบ เนื้อหาหรือสินค้าที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างรวดเร็ว

“ไทยยังไม่มีแผนแก้กฎหมายเพื่อเพิ่มข้อยกเว้นการใช้ข้อมูลฝึก AI เพราะต้องการรักษาความสมดุล ระหว่างการพัฒนาเทคโนโลยีกับการปกป้องผู้สร้างสรรค์งาน หากยกเว้นมากเกินไป คนจะหมดกำลังใจในการสร้างผลงาน แต่กรมมีคณะทำงาน AI ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด”

GI เครื่องยนต์เศรษฐกิจฐานราก

นอกจากการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาในเชิงธุรกิจและนวัตกรรมแล้ว กรมยังเดินหน้าผลักดันสินค้า GI หรือสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ซึ่งถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจชุมชน

ปัจจุบันประเทศไทยมีสินค้า GI แล้ว 260 รายการ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 116,253 ล้านบาท โดยสินค้าหลายชนิดสามารถสร้างชื่อเสียงและเพิ่มมูลค่าได้อย่างก้าวกระโดดผ่านการเล่าเรื่อง และการเชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ของพื้นที่

ตัวอย่างเช่น ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ และส้มโอทับทิมสยาม ซึ่งได้รับการยอมรับในตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดจีนที่ให้ความสำคัญกับแหล่งกำเนิดสินค้าและคุณภาพ

ส้มโอทับทิมสยาม สินค้า GI

กรมตั้งเป้าหมายเพิ่มสินค้า GI ใหม่ปีละประมาณ 26 รายการ พร้อมนำระบบ Traceability ผ่าน QR Code มาใช้กับสินค้ามูลค่าสูง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลก

คดีละเมิดทรัพย์สินออนไลน์พุ่ง 286%

ด้านการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดตัวเลขสถิติว่า ในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ มีการจับกุมคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา 170 คดี ยึดของกลางได้กว่า 1.3 ล้านชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 700 ล้านบาท

แม้จำนวนคดีรวมจะลดลงจากปีก่อน แต่การกระทำผิดผ่านช่องทางออนไลน์กลับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยจำนวนคดีออนไลน์เพิ่มขึ้นถึง 286% สะท้อนถึงพฤติกรรมการค้าสินค้าละเมิดที่ย้ายเข้าสู่แพลตฟอร์มดิจิทัลมากขึ้น กรมฯ จึงเร่งร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เพื่อขยายผลจับกุมผู้กระทำผิดรายใหญ่และสกัดกั้นการจำหน่ายสินค้าละเมิดในโลกออนไลน์

อย่างไรก็ตามกรมฯ ยังเตรียมจัดงานนิทรรศการ “ของจริง-ของปลอม” ระหว่างวันที่ 9-12 กรกฎาคม 2569 ณ สยามพารากอน เพื่อให้ความรู้ประชาชนในการแยกแยะสินค้า โดยภายในงานวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 จะเซ็น MOU กับ บก.ปอศ. และแพลตฟอร์ม Shopee เพื่อขยายผลการจับกุมรายใหญ่บนออนไลน์ด้วย

การจับกุมานค้าละเมิดลิขสิทธิ์
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...