ซํ้ารอย‘ประชามติ’ ชี้คำปรึกษาไม่ใช่คำวินิจฉัย/จับตาลงมตินิรโทษฯ
ปธ.วิปรัฐบาลดักทางฝ่ายค้าน ขอพบประธานศาล รธน. หวั่นความเห็นไม่ใช่คำวินิจฉัยซ้ำรอยปมประชามติจะแพ้ฟาวล์ทั้งกระบวนการ “พท.” เสียงแตกหวั่นเลือก ส.ส.ร.ทางตรงแล้วมีปัญหา "เท้ง" ย้อน "นิกร" อ้างความเห็นตุลาการก็คือเจตนารมณ์ของคำวินิจฉัย ชงชะลอแก้ รธน.ทบทวนที่มา ส.ส.ร.ให้ยึดโยง ปชช. "นครินทร์" ลุ้นหนักอังคารนี้ได้นั่งยาวหรือเก็บของ สว.โหวตตุลาการศาล รธน. "แกนนำม็อบ" ทุกขั้วรอเฮ สภาสูงนัดลงมติร่าง กม.นิรโทษกรรม 30 มิ.ย.นี้ คาดไม่ติดใจ จบฉลุยก่อนปิดสภา "คนดัง-บิ๊กเนม" รอดคุก-คัมแบ็กการเมือง
เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภา และฝ่ายค้าน เข้าพบประธานศาลรัฐธรรมนูญ และได้ความเห็นว่าการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) จากประชาชนโดยตรงสามารถทำได้ 100% แต่ไม่สามารถเลือกคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญได้ว่า จริงๆ แล้วฝ่ายการเมืองทุกคนอยากเห็นการเลือก ส.ส.ร.โดยตรงจากประชาชน ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทย ก่อนหน้านี้ก็อยากให้ประชาชนเลือก ส.ส.ร. แต่การที่ สว.และฝ่ายค้านไปที่ศาลรัฐธรรมนูญแล้วได้แนวความเห็นมานั้น ก่อนหน้านี้เราเคยมีบทเรียนเกี่ยวกับการทำประชามติที่ไปขอความเห็นจากศาลรัฐธรรมนูญมาบอกว่าทำ 2 ครั้ง แต่พอศาลมีคำวินิจฉัยออกมาให้ทำประชามติ 3 ครั้ง ซึ่งเรื่องนี้หากประชาชนเลือก ส.ส.ร.ได้โดยตรง ตนก็เห็นว่าเป็นเรื่องดี
"แต่เมื่อมันเป็นเพียงความเห็นไม่ใช่คำวินิจฉัย หากทุกคนเดินตามแนวทางนี้แล้ว พอถึงเวลามีคนไปร้องศาลรัฐธรรมนูญ แล้วศาลมีคำวินิจฉัยออกมาอีกอย่างว่ากระบวนการไม่ใช่เป็นอย่างที่เข้าใจกันนี้ กลายเป็นการแพ้ฟาวล์ กระบวนการทั้งหมดจะเสียหายไป แล้วจะเกิดอะไรขึ้น ผมไม่อยากเห็นความพยายามที่เดินหน้ากันแล้วแพ้ฟาวล์ เรามีบทเรียนเรื่องประชามติแล้ว ดังนั้นมองว่าสุดท้ายต้องไปดูคำวินิจฉัยล่าสุดของศาลรัฐธรรมนูญในเรื่องนี้ ที่ทุกคนเห็นกันอยู่แล้ว ที่บอกว่าการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ และรัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรงได้ แล้วนำมาปรับใช้เป็นแนวทางที่เหมาะสมน่าจะดีกว่า" นายกรวีร์กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทย (พท.) ว่า กรณีที่คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภา และฝ่ายค้าน เข้าพบประธานศาลรัฐธรรมนูญ และได้ความเห็นว่า ส.ส.ร.จากประชาชนโดยตรงสามารถทำได้ 100% แต่ไม่สามารถเลือกคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรงว่า ทาง พท.มีความเห็นต่อเรื่องดังกล่าวแตกเป็น 2 ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งมีความเห็นคล้อยตามกับความเห็นของประธานศาลรัฐธรรมนูญ แต่อีกฝ่ายมองว่าความเห็นดังกล่าวเป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของตุลาการเพียงไม่กี่คน ซึ่งไม่ใช่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่จะมีผลผูกพันทุกองค์กร หากจะยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ประชาชนเลือก ส.ส.ร.ได้โดยตรง ก็สุ่มเสี่ยงจะถูกร้อง และถ้ามีคำวินิจฉัยออกมาในทางตรงข้าม การเดินหน้าเรื่องนี้ก็จะเสียเปล่า
ดังนั้นเช้าวันที่ 23 มิ.ย. ทางแกนนำและคณะผู้บริหารพรรคจะนำเรื่องนี้มาหารือกำหนดแนวทางก่อนการประชุม สส. ที่จะมีขึ้นในช่วงบ่าย แล้วกำหนดเป็นทิศทางการปรับแก้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย ซึ่งทางคณะผู้ร่างก็ยืนยันว่าขอแนวทางการร่างให้ชัด เมื่อได้แนวทางแล้วจะไปดำเนินการให้แล้วเสร็จ และสามารถยื่นต่อประธานสภาฯ ได้ก่อนที่จะมีการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ต้นเดือน ก.ค.แน่นอน
ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร สส.แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการตั้งข้อสังเกตเรื่องสถานการณ์การเมืองในปัจจุบันว่าเป็นการทำสงครามระหว่างค่ายสีน้ำเงินกับค่ายสีส้มว่า พรรคประชาชนคงไม่ได้พุ่งเป้าการทำสงครามไปที่พรรคการเมืองใด แต่สิ่งที่เราทำสงครามคือการเมืองในระบอบสีน้ำเงิน ที่ตนเคยพูดไปว่าใหญ่กว่า ภท. ซึ่งครอบคลุมไปถึงองค์กรอิสระและหน่วยงานของรัฐอื่นๆ ที่เป็นเสาค้ำจุนระบอบสีน้ำเงินนี้อยู่ ซึ่งเรื่องนี้สุดท้ายก็โยงมาที่เรื่องกติกาสูงสุดคือรัฐธรรมนูญ โดยจากกรณีที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกมาให้ความเห็นว่าตกลงแล้วผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญในคำวินิจฉัยที่ผ่านมาถึงคนที่เขียนเลยหรือกรรมการยกร่าง
นายณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า ดังนั้น ส.ส.ร.ก็สามารถมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนได้ ซึ่งขณะนี้แม้ว่า ปชน.จะยังไม่มีมติในที่ประชุม สส.นั้น แต่ตนสามารถให้ความเห็นได้เลยว่าเราพร้อมจะกลับมาปรับปรุงและทบทวนร่างใหม่ เพื่อให้ที่มาของ ส.ส.ร.ยึดโยงกับประชาชนโดยตรงมากขึ้น ขอเรียกร้องไปยังพรรคการเมืองทุกพรรคว่า ในเมื่อทุกพรรคพยายามบอกว่าอยากมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ยึดโยงกับประชาชน และเมื่อตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกมาให้ความเห็นเช่นนี้แล้ว ก็อยากให้ทุกพรรคทบทวนที่มาของ ส.ส.ร.ที่มีความยึดโยงกับประชาชนและมาจากคูหาเลือกตั้งโดยตรงไปเลย วันนัดประชุมร่วมรัฐสภาที่จะมีการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังจะเกิดขึ้นแล้วนั้น คิดว่าสามารถชะลอออกไปได้ ประชาชนสามารถรอได้หากเราได้ร่างรัฐธรรมนูญที่ดีขึ้น
พรรคส้มชงชะลอจัดทำร่าง รธน.
เมื่อถามถึงกรณีที่นายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ระบุว่าความเห็นของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไม่ใช่คำวินิจฉัย ไม่สามารถใช้ได้ มองว่า ภท.อยากได้ ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกของรัฐสภาโดยตรงเลยหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ต้องถามกลับไปยังนายนิกรว่า คนที่เขียนคำวินิจฉัยใช่ตุลาการหรือไม่ ดังนั้น ข้อคิดเห็นของตุลาการก็คือเจตนารมณ์ของคำวินิจฉัย หากเป็นเช่นนั้นก็ไม่อยากให้นายนิกรหรือพรรคการเมืองอื่นๆ พยายามออกมาบิดคำตรงนี้ คิดว่าข้อคิดเห็นของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญค่อนข้างชัดเจน
เมื่อถามว่า เรื่องชะลอการพิจารณาร่างแก้ไข รธน.ออกไป ปชน.จะมีการส่งคนไปพูดคุยทำความเข้าใจกับฝั่ง สว.หรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า หาก สว.ใช้อำนาจของตัวเองที่จะเป็นตัวแทนของประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่มีอิทธิพลของกลุ่มการเมืองใดครอบงำ แต่ละคนก็เห็นได้ว่าเราสามารถชะลอกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญออกไปได้ จนกว่าเราจะได้ร่างใหม่เข้ามาตามที่ตุลาการให้ความเห็นไว้ แต่หากทุกอย่างเดินหน้าก็เห็นได้ค่อนข้างชัด การให้ความเห็นของพรรคการเมือง การขยับเขยื้อนของสมาชิกวุฒิสภา บังเอิญออกมาในทิศทางเดียวกัน และยังยืนยันที่จะเดินหน้าร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่ใช่ร่างที่ประชาชนต้องการมากที่สุด
มีรายงานว่า ในการประชุมวุฒิสภา วันอังคารที่ 23 มิ.ย.นี้ จะมีการประชุมเพื่อลงมติลับ โหวตให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ ตามที่คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาล รธน. ที่มีนายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน ที่คัดเลือกส่งชื่อ ศ.จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช อดีตศาสตราจารย์จากคณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ที่ผ่านการคัดเลือกให้ถูกเสนอชื่อเป็นตุลาการศาล รธน. สาขาผู้ทรงคุณวุฒิด้านรัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ มาให้วุฒิสภาลงมติให้ความเห็นชอบเป็นตุลาการศาล รธน.คนใหม่ เพื่อมาแทน ศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาล รธน. ที่อยู่ในตำแหน่งตุลาการศาล รธน.และประธานมาเกินวาระเกือบจะสองปีไปแล้ว
โดยที่ประชุมลับวุฒิสภาจะเริ่มจากการพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่มี พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร เป็นประธาน ที่จะมีทั้งรายงานในส่วนที่เปิดเผยและรายงานลับ จากนั้นจะมีการอภิปรายในที่ประชุมลับ และตามด้วยการลงมติว่าจะให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบให้ ศ.จักรพงศ์ เข้าไปเป็นตุลาการศาล รธน.
ด้านแหล่งข่าวสมาชิกวุฒิสภา ที่เป็นมือประสานของกลุ่ม สว.สีน้ำเงิน ซึ่งคุมเสียงข้างมากในวุฒิสภา ให้ข้อมูลว่า จากที่ สว.มีการคุยกันนอกรอบถึงการโหวตตุลาการศาล รธน.คนใหม่ ในวันอังคารที่ 30 มิ.ย.นี้ ทาง สว.หลายคนเห็นว่า จากการอ่านรายงานของคณะกรรมาธิการตรวจสอบประวัติฯ ฉบับเปิดเผยที่มีการตรวจสอบคุณสมบัติ ศ.จักรพงศ์ พบว่า สว.ส่วนใหญ่ไม่มีอะไรติดใจเรื่องคุณสมบัติ แม้จะพบว่าเคยมีการร้องเรียนว่า ศ.จักรพงศ์อาจขาดคุณสมบัติในการได้ตำแหน่งทางวิชาการเป็นศาสตราจารย์ แต่ก็พบว่าคำชี้แจงของ ศ.จักรพงศ์ ฟังขึ้นและมีเหตุผล จึงทำให้จนถึงตอนนี้ยังไม่มีสัญญาณอะไรว่าจะโหวตคว่ำไม่ให้ ศ.จักรพงศ์เข้าไปเป็นตุลาการ ยกเว้นแต่มีสัญญาณพิเศษหรือมีข้อมูลใหม่ส่งมาถึง สว.ในช่วงเช้าวันที่ 23 มิ.ย. ก็อาจทำให้โผพลิกได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากที่ประชุมวุฒิสภาวันที่ 23 มิ.ย.นี้ลงมติให้ความเห็นชอบ ศ.จักรพงศ์เข้าไปเป็นตุลาการศาล รธน. แทน ศ.ดร.นครินทร์ ก็จะทำให้นอกจาก ศ.ดร.นครินทร์ต้องพ้นจากการเป็นประธานศาล รธน.แล้ว ก็จะต้องมีการประชุมตุลาการศาล รธน.เพื่อโหวตเลือกประธานศาล รธน.คนใหม่แทน ศ.ดร.นครินทร์ด้วย โดยมีกระแสข่าวว่าตัวประธานศาล รธน.คนใหม่รอบนี้อาจจะมาจากสายศาลฎีกา
แกนนำม็อบเฮ นิรโทษฯ ฉลุย
นายสมบูรณ์ หนูนวล ประธานคณะกรรมาธิการการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ….. วุฒิสภา หรือที่เรียกันว่า ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ เปิดเผยว่า คณะกรรมาธิการฯ ได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ เสร็จสิ้นจบหมดแล้ว โดยมีการประชุมตรวจร่างนัดสุดท้ายไปเมื่อ 18 มิ.ย. ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานเพื่อส่งร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวไปให้ประธานวุฒิสภา เบื้องต้นได้รับการประสานว่า จะนำร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ เข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมวุฒิสภาในวาระสองและวาระสาม ในวันอังคารที่ 30 มิ.ย.ที่จะถึงนี้
นายสมบูรณ์กล่าวว่า คณะกรรมาธิการฯ ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขสาระสำคัญอะไรมากนัก จากร่างเดิมที่สภาเห็นชอบและส่งมาให้ สว. มีแค่ปรับแก้ไขเพิ่มเติมถ้อยคำในบางมาตราให้มีความเหมาะสมมากขึ้นเท่านั้น รวมถึงการปรับแก้ไขรายละเอียดบางส่วนในรายชื่อพระราชบัญญัติตามบัญชีท้ายร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว แต่เนื้อหาหลักๆ ที่เป็นสาระสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้ รวมถึงเรื่องการยกเว้นไม่ให้มีการนิรโทษกรรมกับผู้กระทำความผิดบางคดี ที่่มีการเขียนไว้ตามร่างที่ส่งมาจากสภา เช่น จะไม่ครอบคลุม คดีทุจริตคอร์รัปชัน หรือการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ก็ยังคงไว้ตามร่างที่ผ่านสภา เพราะเรื่อง 112 มีกฎหมายรองรับอยู่แล้ว กรรมาธิการจะไปทำผิดรัฐธรรมนูญไม่ได้
"มั่นใจว่าที่ประชุมวุฒิสภาจะให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ ในวันที่ 30 มิ.ย.นี้แน่นอน เพราะมีแค่ไม่กี่มาตรา พิจารณาลงมติวันเดียวก็จบผ่านได้ ซึ่งเมื่อร่างผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภา ก็จะส่งไปยังสภาเลย ที่คาดว่าทางสภาจะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ทันก่อนที่จะมีการปิดสมัยประชุมในวันที่ 11 ก.ค. หากทางสภาไม่ติดใจอะไรกับร่างที่ผ่านจากวุฒิสภา ก็คงไม่มีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมสองสภา ก็ทำให้คงเสร็จหมดก่อนปิดสภา" นายสมบูรณ์กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ หรือร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ มีผลบังคับใช้ จะทำให้นักการเมือง-นักเคลื่อนไหวการเมือง ที่มีคดีซึ่งเกิดจากการชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ช่วงปี 2548-2568 จะได้รับการนิรโทษกรรมกันจำนวนมาก ทั้งยุคเสื้อเหลือง พันธมิตรฯ-เสื้อแดง นปช.-กปปส. รวมถึงม็อบสามนิ้วบางส่วนที่เคยออกมาเคลื่อนไหวช่วงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในส่วนที่ไม่ได้โดนคดี 112
นอกจากนี้ ก็จะได้รับการนิรโทษกรรมคดีแพ่งด้วย และจะทำให้อดีตแกนนำการเคลื่อนไหวทางการเมืองแต่ละช่วงคาดว่าจะกลับเข้าสู่การเมืองหลายคน เช่น นายชุมพล จุลใส หรือลูกหมี อดีต สส.ชุมพร อดีตแกนนำ กปปส. ที่เป็นหัวหน้าทีมชุมพร พรรคภูมิใจไทย ในปัจจุบัน ที่ล่าสุดพาลูกทีมชุมพรชนะเลือกตั้งยกจังหวัดที่ชุมพร 2 สมัยซ้อน ทำให้อาจมีการโอกาสได้ลุ้นเป็นรัฐมนตรีหากมีการปรับ ครม.ในอนาคต, นายถาวร เสนเนียม อดีตแกนนำ กปปส. ซึ่งการเลือกตั้งครั้งล่าสุด สนับสนุนหลานชายลงสมัคร สส.เขต สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ แต่สอบตก, นางทยา ทีปสุวรรณ อดีตแกนนำ กปปส. นักธุรกิจพันล้าน ที่ล่าสุดไปปรากฏตัวที่พรรคประชาธิปัตย์ ตอนพรรคเปิดตัวนายอนุชา บูรพชัยศรี ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ก็คาดว่านางทยาและนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ สามี และอดีต รมว.ศึกษาธิการ อาจจะกลับเข้าพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้ง เป็นต้น
นอกจากนี้ก็ต้องจับตานักเคลื่อนไหวการเมืองบางกลุ่ม ที่จะได้รับการปลดล็อกจากการออกกฎหมายนิรโทษกรรม หลังเริ่มมีข่าวบางกระแสลือว่าอาจมีความเคลื่อนไหวจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ที่รวมทุกขั้วสีทางการเมือง เพื่อเป็นพรรคทางเลือกใหม่ให้กับประชาชน.