โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รวบแล้ว 1 ในแก๊งรุมกระทืบเซียนพระดัง รับสารภาพอ้างแค้นปาดหน้ารถ ปัดเคลียร์ปมหนี้ “มาดามเก่ง”p

Manager Online

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

จากเหตุการณ์คนร้าย 2 คนบุกทำร้าย “หนุ่มนครปฐม” 1 ใน 9 เซียนพระ คาห้อง VIP ร้านอาหารย่านชัยพฤกษ์ หลังนัดเคลียร์ปมหนี้กับ “มาดามเก่ง” เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 68 จนได้รับบาดเจ็บสาหัสเลือดออกในสมองและต้องรักษาตัวนานนับเดือน โดยแม้ผู้เสียหายจะเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.ชัยพฤกษ์ แต่คดียังไม่สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ ล่าสุดตำรวจสืบสวนจังหวัดนนทบุรีนำภาพวงจรปิดมาตรวจสอบ พบภาพคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์มาจอดหน้าร้านก่อนเดินตรงเข้าห้อง VIP เพื่อก่อเหตุ จากนั้นหลบหนีไป ขณะนี้ได้เรียกพนักงานร้านเข้าให้ปากคำและชี้ตัวผู้ต้องสงสัย เพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ (6 มิ.ย.69) ที่ สภ.ชัยพฤกษ์ จ.นนทบุรี พ.ต.อ.พูนสุข เตชะประเสริฐพร ผกก.สส.1 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภาค 1 ร่วมกับ พ.ต.อ.วุฒิชัย สุคนธวิท ผกก.สภ.ชัยพฤกษ์, พ.ต.ท.อัครภัส จายะวานิช รอง ผกก.สส.สภ.ชัยพฤกษ์ และ พ.ต.ท.ฉัฐวัฒน์ สิริเบญจศักดิ์ สว.สส.สภ.ชัยพฤกษ์ ร่วมกันจับกุมตัว นายอัตฒ์พล อิสลาม อายุ 51 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ จ.672/2569 ลงวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ในข้อหา “ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำร้ายรับอันตรายสาหัส”

พร้อมตรวจยึดของกลาง 2 รายการ ได้แก่ รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นเอ็กซ์แมกซ์ สีดำ ทะเบียน 8ข-3763 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นยานพาหนะที่ใช้ก่อเหตุ และหมวกนิรภัยยี่ห้อ Index สีดำ ที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุ

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้รับข้อมูลจากสายลับว่าผู้ต้องหาหลบซ่อนตัวอยู่บริเวณหน้าบ้านพักในหมู่บ้านวิเศษสุขนคร เฟส 6 ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบ พบชายมีตำหนิรูปพรรณตรงกับบุคคลตามหมายจับ เมื่อแสดงตัวและตรวจสอบเอกสาร พบว่าเป็นนายอัตฒ์พลจริง เจ้าหน้าที่จึงแสดงหมายจับให้ตรวจสอบ ซึ่งผู้ต้องหารับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับและไม่เคยถูกจับกุมในคดีนี้มาก่อน

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมาย โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา พร้อมยอมรับว่ารถจักรยานยนต์และหมวกกันน็อกที่ตรวจยึดเป็นของตนเอง และใช้เป็นพาหนะรวมถึงสวมใส่ในวันก่อเหตุจริง เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไว้เป็นพยานหลักฐานก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ชัยพฤกษ์ ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ด้าน พ.ต.ท.ธีรพงศ์ ประจักษ์จิตร์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ชัยพฤกษ์ เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากกรณีเซียนพระชื่อดังถูกทำร้ายร่างกายภายในร้านอาหารแห่งหนึ่งในพื้นที่ สภ.ชัยพฤกษ์ โดยผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะจนเข้าข่ายอันตรายสาหัส ก่อนเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ 2 ราย ซึ่งขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาก่อเหตุ

ต่อมาฝ่ายสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถขออนุมัติศาลออกหมายจับได้ และเมื่อช่วงเวลาประมาณ 01.00 น. ของคืนที่ผ่านมา สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย พร้อมรถจักรยานยนต์และหมวกกันน็อกที่ใช้ในวันเกิดเหตุ

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือทำร้ายผู้เสียหายจริง โดยอ้างว่าสาเหตุมาจากปัญหาขับรถปาดหน้ากัน อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การดังกล่าว และอยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางการเงิน บัญชีธนาคาร รวมถึงบุคคลที่มีการติดต่อก่อนและหลังเกิดเหตุ เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงในประเด็นที่สังคมสงสัยว่าอาจมีการว่าจ้างให้ลงมือก่อเหตุหรือไม่

เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส” ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ โดยในวันนี้พนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งฝากขังต่อศาลจังหวัดนนทบุรี พร้อมคัดค้านการประกันตัว ส่วนการอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของผู้ต้องหา หลังจากผู้ต้องหาให้ข้อมูลว่าเคยก่อเหตุลักษณะเดียวกันมาแล้วมากกว่า 2 ครั้ง หากพบว่าเป็นการกระทำผิดซ้ำ อาจเข้าข่ายได้รับโทษหนักขึ้นตามกฎหมาย ขณะเดียวกันตำรวจยืนยันว่าจะเดินหน้าสอบสวนเชิงลึกต่อไป โดยเฉพาะประเด็นการว่าจ้าง ซึ่งขณะนี้ยังไม่ตัดความเป็นไปได้ทิ้ง และจะรวบรวมพยานหลักฐานทุกด้านก่อนสรุปสำนวนส่งฟ้องตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป.

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...