โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

อสังหาฯ ภูเก็ตคึกคัก ทุนอาหรับแซงจีนดันยอดขาย Off-Plan พุ่งทะลุ 10%

Thaiger

อัพเดต 19 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thaiger ข่าวไทย

เปิด 3 เหตุผลหลักดึงดูดเศรษฐีตะวันออกกลางกว้านซื้อพูลวิลล่า-คอนโดหรูภูเก็ต หลังเที่ยวบินตรงและวีซ่าระยะยาวตอบโจทย์ ขณะที่นักท่องเที่ยวซาอุฯ แห่เข้าไทยเพิ่มขึ้นเกือบ 30%

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต กำลังเป็นบ้านแห่งที่สองของชาวตะวันออกกลาง ด้วยเสน่ห์ของทะเลและวัฒนธรรมใต้ บริษัทที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ MORE Group เปิดเผยรายงานประเมินยอดขายโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง (Off-plan) ในปี 2567 พบว่านักลงทุนจากภูมิภาคตะวันออกกลางถือครองสัดส่วนยอดขายถึง 10% โดยมีนักลงทุนจากซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และคูเวต เป็นกลุ่มที่เติบโตเร็วที่สุด แทนที่กลุ่มผู้ซื้อชาวจีนที่เคยครองตลาดหลัก

อาหรับแซงจีน ขึ้นแท่นกลุ่มผู้ซื้อใหม่ภูเก็ต

ก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ผู้ซื้อชาวจีนเคยครองตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตในสัดส่วนสูงถึง 60–70% แต่ปัจจุบันสถานการณ์เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน กลุ่มผู้ซื้อชาวต่างชาติที่นำโดยชาวรัสเซีย ยุโรป และตะวันออกกลาง รวมกันครองสัดส่วนมากกว่า 60% ของการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ระดับไฮเอนด์บนเกาะ

ข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ยืนยันทิศทางที่สอดคล้องกัน ในปี 2567 มีนักท่องเที่ยวชาวซาอุดีอาระเบียเดินทางมาประเทศไทยจำนวน 209,929 คน เพิ่มขึ้น 28.42% จากปีก่อนหน้า และที่น่าสนใจคือกว่า 77% ของกลุ่มนี้เป็นการเดินทางมาไทยครั้งแรก ขณะที่จำนวนผู้โดยสารรวมที่สนามบินนานาชาติภูเก็ตแตะ 8.65 ล้านคน เพิ่มขึ้น 23% เมื่อเทียบกับปี 2566

3 เหตุผลที่ดึงนักลงทุนอาหรับสู่ตลาดอสังหาฯ ภูเก็ต

1. เที่ยวบินตรงจากซาอุดีอาระเบีย

การเดินทางมาภูเก็ตสะดวกสบายขึ้นมาก ก่อนเดือนธันวาคม 2567 ผู้โดยสารจากซาอุดีอาระเบียต้องแวะเปลี่ยนเครื่องก่อนเสมอ แต่ปัจจุบันสายการบิน Saudia ได้เปิดเส้นทางบินตรงจากกรุงริยาดและเจดดาห์สู่สนามบินนานาชาติภูเก็ต เมืองละ 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ทำให้นักลงทุนเดินทางมาดูทรัพย์สินได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังมีเที่ยวบินเชื่อมต่อจาก Emirates, Etihad, Qatar Airways, Air Arabia และ Oman Air ที่ให้บริการอยู่แล้ว

2. วีซ่าระยะยาวผูกกับการซื้ออสังหาฯ

นโยบายด้านวีซ่าเป็นอีกหนึ่งแรงดึงดูดสำคัญ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองอนุญาตให้ชาวต่างชาติที่ซื้ออสังหาริมทรัพย์มูลค่า 3 ล้านบาทขึ้นไป สามารถขอต่ออายุวีซ่าพำนักในไทยได้ 1 ปีและสามารถต่ออายุได้ต่อเนื่อง ผู้ยื่นขอต้องได้รับหนังสือรับรองจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาผ่านบริการ Thailand Longstay Service ซึ่งใช้เวลาดำเนินการเพียง 7–10 วันทำการ

สำหรับผู้ที่ต้องการพำนักระยะยาว สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) มีวีซ่า LTR (Long-Term Resident) ที่ให้สิทธิพำนักนาน 10 ปี โดยมีเงื่อนไขว่าต้องมีทรัพย์สินสุทธิขั้นต่ำ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และต้องลงทุนในไทยอย่างน้อย 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ

3. สถานการณ์ไม่สงบในตะวันออกกลาง

ความขัดแย้งและความไม่แน่นอนในภูมิภาคทำให้นักลงทุนชาวอาหรับส่วนหนึ่งเริ่มมองหาอสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศเพื่อเป็นแผนสำรอง ภูเก็ตสามารถตอบโจทย์ด้านความมั่นคงทางสังคม มีโครงสร้างพื้นฐานที่ดี เช่น โรงพยาบาลและโรงเรียนนานาชาติระดับโลก รวมถึงมีค่าครองชีพที่ต่ำกว่าแหล่งท่องเที่ยวระดับเดียวกันอย่างเกาะบาหลีหรือเกาะอิบิซาในสเปน

คุณโชติวิทย์ สกุลทรงบุญศิริ (Chotiwit Sakulsongboonsiri) ตัวแทนอสังหาริมทรัพย์จาก Fazwaz Phuket

ทำไมภูเก็ต ไม่ใช่กรุงเทพฯ

คุณโชติวิทย์ สกุลทรงบุญศิริ Chotiwit Sakulsongboonsiri) ตัวแทนอสังหาริมทรัพย์จาก Fazwaz Phuket อธิบายว่า ภูเก็ตมีชุมชนมุสลิมที่เข้มแข็ง โดยเฉพาะในย่านบางเทา พื้นที่นี้มีทั้งร้านอาหารฮาลาลและมัสยิดกระจายอยู่ทั่วเกาะ บรรยากาศริมชายหาดสไตล์รีสอร์ตยังเข้ากับรูปแบบการเดินทางแบบครอบครัวของชาวอาหรับได้ดีกว่าการใช้ชีวิตในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานคร

ราคาอสังหาฯ ภูเก็ต และผลตอบแทนการเช่า

ปัจจุบันราคาคอนโดมิเนียมในภูเก็ตเริ่มต้นที่ประมาณ 120,000–160,000 บาทต่อตารางเมตร ส่วนพูลวิลล่าในโซนบางเทา-เชิงทะเลมีการปรับราคาขึ้น 12–18% ในปี 2567 สำหรับนักลงทุนที่ปล่อยเช่าทรัพย์สินและบริหารงานโดยมืออาชีพ จะได้รับผลตอบแทนเฉลี่ย 5–8% ต่อปี ซึ่งราคานี้ยังถือว่าคุ้มค่าและต่ำกว่าแหล่งท่องเที่ยวคู่แข่งอย่างบาหลีและอิบิซา

บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ในไทยหลายแห่งเริ่มออกแคมเปญเจาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติโดยตรง เช่น อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ ที่เน้นนำเสนอแพ็กเกจช่วยเหลือเรื่องการย้ายถิ่นฐานแบบครบวงจร แสนสิริชูจุดขายด้านการดูแลสุขภาพ การมีโรงเรียนนานาชาติ และค่าครองชีพที่เหมาะสมควบคู่กับตัวโครงการ ส่วน SC Asset ได้ร่วมมือกับ Thai Longstay Management เปิดแคมเปญมอบสิทธิพำนักระยะยาวสำหรับผู้ที่ซื้อและโอนคอนโดมูลค่า 3 ล้านบาทขึ้นไป

การปรับกลยุทธ์ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์เกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดในประเทศกำลังชะลอตัว ข้อมูลจาก Cushman & Wakefield Thailand ระบุว่าในไตรมาสแรกของปี 2568 มีคอนโดมิเนียมเปิดใหม่เพียง 7,170 ยูนิต ผู้พัฒนาหลายรายเลือกที่จะชะลอการเปิดโครงการใหม่ เนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคในประเทศลดลงอย่างเห็นได้ชัด

สำหรับภูเก็ตแล้ว จังหวะเวลานี้ถือเป็นประโยชน์อย่างมาก ขณะที่ความต้องการซื้อภายในประเทศเริ่มลดลง ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต่างเร่งมองหาผู้ซื้อกลุ่มใหม่ ผู้ซื้อจากภูมิภาคอ่าวอาหรับมีทั้งกำลังซื้อสูง ความตั้งใจที่จะพำนักระยะยาว และยังชื่นชอบอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม แนวโน้มนี้จะดำเนินต่อไปหรือไม่นั้น ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับการพัฒนากฎระเบียบด้านวีซ่าและการขยายเส้นทางบินตรงให้ครอบคลุมนอกเหนือจากช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว แต่ในปัจจุบัน ชื่อเสียงของเกาะภูเก็ตในสายตานักลงทุนอ่าวอาหรับกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์

*หมายเหตุจากบรรณาธิการ : ข้อมูลสัดส่วนผู้ซื้อจากตะวันออกกลางในบทความนี้อ้างอิงจากการประเมินของบริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์เอกชน กรมที่ดินยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลทางสถิติที่แยกตามสัญชาติสำหรับผู้ซื้อจากตะวันออกกลางอย่างเป็นทางการ*

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...