โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

3 ทริคเด็ดระเบิดกลิ่นคาวติดกล่องพลาสติก หายเหม็นอับในคืนเดียว

sanook.com

เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
ล้าง 3 รอบก็ไม่หาย! วิธีแก้กลิ่นคาวติดกล่องพลาสติก ด้วยไอเทมลับในบ้าน หายเหม็นอับในคืนเดียว

ล้าง 3 รอบก็ไม่หาย! วิธีแก้กลิ่นคาวติดกล่องพลาสติก ด้วยไอเทมลับในบ้าน หายเหม็นอับในคืนเดียว

มนุษย์ออฟฟิศหรือสายทำอาหารกล่องไปกินเองต้องเคยเจอปัญหานี้แน่ๆ! เวลาเรานำกล่องพลาสติก หรือกล่องทัปเปอร์แวร์ (Tupperware) ไปใส่เมนูรสจัดจ้าน มีความมัน หรือกลิ่นแรง เช่น ผัดเผ็ด แกงไตปลา คั่วกลิ้ง หรืออาหารทะเล พอทานเสร็จแล้วนำไปล้าง ต่อให้บีบน้ำยาล้างจานคั้นจนหมดขวด หรือขัดล้างซัก 3-4 รอบ พอแห้งแล้วลองดมดู… กลิ่นคาวก็ยังฝังแน่น แถมมีกลิ่นอับชื้นชวนย่นจมูกตามมาอีก

เหตุผลที่เป็นแบบนี้เพราะ "พลาสติก" มีคุณสมบัติรูพรุนขนาดเล็กที่เรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ทำให้โมเลกุลของกลิ่นและคราบมันเข้าไปดักจับอยู่ข้างในได้ง่ายกว่าภาชนะแก้วค่ะ

แต่หยุดถอดใจแล้วทิ้งกล่องนะคะ! วันนี้เรามี Life Hack เด็ดๆ ที่จะช่วยดูดกลิ่นคาวฝังลึกให้หายวับไปกับตา คืนความสะอาดสดชื่นให้กล่องพลาสติกใบโปรดกลับมาเหมือนใหม่ ด้วยของใช้ใกล้ตัวในบ้านที่คุณคาดไม่ถึง!

3 ทริคเด็ดระเบิดกลิ่นคาวติดกล่องพลาสติก

สะดวกสูตรไหน เลือกใช้สูตรนั้นได้เลยค่ะ รับรองว่ากลิ่นหายเกลี้ยงแน่นอน

สูตรที่ 1: กระดาษหนังสือพิมพ์ (ไอเทมลับดูดกลิ่นชั้นยอด)

สูตรนี้ง่ายและประหยัดที่สุด เหมาะสำหรับกล่องที่มีกลิ่นคาวจัดๆ หรือกลิ่นเครื่องแกงฝังลึก

  • เหมาะสำหรับ: กล่องที่มีกลิ่นคาวสะสมรุนแรง หรือกลิ่นเครื่องแกงฝังลึกข้ามสัปดาห์

  • วิธีทำ: นำกล่องพลาสติกที่ล้างสะอาดแล้วมาเตรียมไว้ จากนั้นขยำ กระดาษหนังสือพิมพ์ เป็นก้อนๆ พรมน้ำใส่กระดาษหนังสือพิมพ์ให้พอชื้นนิดหน่อย (ไม่ต้องถึงกับเปียกโชก) แล้วอัดใส่ลงไปในกล่องพลาสติกให้เต็ม ปิดฝากล่องให้สนิท ทิ้งไว้ 1 คืน พอรุ่งเช้าให้ดึงกระดาษออกแล้วนำกล่องไปล้างทำความสะอาดด้วยน้ำยาล้างจานตามปกติอีกรอบ

  • ทำไมถึงได้ผล: หมึกพิมพ์และใยของกระดาษหนังสือพิมพ์มีคุณสมบัติในการดูดซับกลิ่นอับ กลิ่นคาว และความชื้นได้อย่างดีเยี่ยม มันจะทำหน้าที่เหมือนเครื่องดูดกลิ่นลากโมเลกุลความเหม็นออกจากรูพรุนของพลาสติกค่ะ

สูตรที่ 2: เบกกิ้งโซดา (ผงสารพัดประโยชน์ตัดวงจรคราบมันและกลิ่น)

สูตรนี้เหมาะกับกล่องที่นอกจากจะมีกลิ่นคาวแล้ว ยังมีคราบมันหรือคราบสีเหลืองของเครื่องแกงติดอยู่ด้วย

  • เหมาะสำหรับ: กล่องพลาสติกที่มีคราบไขมัน คราบสีจากพริกแกง และมีกลิ่นคาวผสม

  • วิธีทำ: ตัก เบกกิ้งโซดา (Baking Soda) 1-2 ช้อนโต๊ะ ใส่ลงไปในกล่อง จากนั้นเติมน้ำอุ่นลงไปให้พอดี ละลายให้เข้ากัน ปิดฝาแล้วเขย่าเบาๆ จากนั้นตั้งทิ้งไว้ประมาณ 30-60 นาที (หากกลิ่นแรงมากสามารถแช่ทิ้งไว้ข้ามคืนได้เลย) เสร็จแล้วเทน้ำออกแล้วล้างตามปกติ

  • ทำไมถึงได้ผล: เบกกิ้งโซดามีฤทธิ์เป็นด่างอ่อนๆ ซึ่งช่วยในการทำลายและสลายโครงสร้างของกรดไขมันและคราบคาวอาหาร ทำให้กลิ่นหลุดลอยออกมากับน้ำได้อย่างง่ายดาย

สูตรที่ 3: มะนาวฝาน (หอมสดชื่น ดับคาวทันใจ)

สูตรนี้เหมาะมากสำหรับกล่องที่เพิ่งล้างเสร็จใหม่ๆ แต่ยังมีกลิ่นคาวเนื้อสัตว์หรืออาหารทะเลจางๆ หลงเหลืออยู่

  • เหมาะสำหรับ: กล่องที่เพิ่งล้างทำความสะอาดเสร็จ แต่ต้องการดับกลิ่นคาวตกค้างทันที

  • วิธีทำ: นำ มะนาว มาฝานเป็นแผ่นบางๆ จากนั้นนำไปถูให้ทั่วภายในกล่องพลาสติก เน้นตามซอกมุมและขอบยางฝากล่องที่มีกลิ่นสะสม หรือจะบีบน้ำมะนาวผสมน้ำเปล่าเล็กน้อยแล้วแช่ทิ้งไว้ 15-30 นาที แล้วล้างออก

  • ทำไมถึงได้ผล: กรดซิตริก (Citric Acid) ในน้ำมะนาวมีฤทธิ์เป็นกรดธรรมชาติที่ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียและสลายโมเลกุลกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์หรืออาหารทะเล แถมยังทิ้งกลิ่นหอมสดชื่นของน้ำมันผิวมะนาวเอาไว้ในกล่องอีกด้วย

ทริคเพิ่มเติม: ล้างกล่องพลาสติกอย่างไรไม่ให้สะสมกลิ่นในระยะยาว

  • อย่าปล่อยทิ้งไว้ข้ามคืน: ทานเสร็จแล้วควรเคลียร์เศษอาหารและเปิดน้ำล้างผ่านทันที อย่าแช่กล่องทิ้งไว้ทั้งคืน เพราะพลาสติกจะดูดกลิ่นเข้าไปลึกเรื่อยๆ จนแก้ยาก

  • อย่าลืมแกะ "ขอบยาง" มาล้าง: จุดที่คนมักมองข้ามคือ ซิลิโคนหรือขอบยางใต้ฝากล่องพลาสติก แหล่งรวมน้ำแกงและคราบคาวชั้นดี ให้ใช้ปลายช้อนหรือไม้จิ้มฟันสะกิดออกมาล้างแยกทุกครั้งนะคะ

  • ตากในที่แดดส่องถึงหรือลมโกรก: หลังจากล้างเสร็จ ควรคว่ำกล่องตากในที่ที่อากาศถ่ายเทสะดวก หรือโดนแสงแดดรำไร เพราะรังสี UV จากแสงแดดคือตัวช่วยฆ่าเชื้อราและกำจัดกลิ่นอับตามธรรมชาติที่ดีที่สุดค่ะ

รู้เคล็ดลับง่ายๆ แบบนี้แล้ว ต่อไปนี้จะใส่เมนูแซ่บ เมนูคาวขนาดไหน ก็สลับกล่องมาใส่ผลไม้หรือขนมหวานต่อได้สนิทใจ ไม่มีกลิ่นคาวมาผสมให้เสียอารมณ์แน่นอน ลองนำไปทำตามกันดูนะคะ!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...