ปราศรัยโค้งสุดท้าย ‘อนุชา’ ขอโอกาสคนกรุงเทพฯทำงานแรกรื้อทุจริต
เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พรรคประชาธิปัตย์ จัดเวทีปราศรัยใหญ่ เมือง ฟ้า อมร ทอล์ก แอนด์ เฟส ไปให้สุดหยุดที่เจมส์ อนุชา เพื่อสู้ศึกเลือกตั้ง ผู้ว่าฯกทม. และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) โดยนายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. พร้อมผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพ (ส.ก.) 50 เขต พร้อมด้วยแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรค นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค นายสกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค ดูแลกทม. และสมาชิกพรรค อาทิ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าฯกทม. รวมถึงผู้สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นางทยา ทีปสุวรรณ นางอัญชะลี ไพรีรัก และนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ร่วมเวทีด้วย
โดยนายอนุชา ปราศรัยตอนหนึ่งว่า ตนไม่ได้คิดว่าจะได้ตำแหน่ง เพื่อสร้างโปร์ไฟล์ในตำแหน่งผู้ว่าฯกทม. แต่สิ่งที่คิดคือ ตนทำอะไรได้ดีกว่านี้ ทำให้กทม.เป็นได้ดีกว่านี้หรือไม่ จากที่ตนได้ลงพื้นที่หาเสียง พบปัญหาทั้งรถติด น้ำท่วม ที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุ เศรษฐกิจ อนาคตของประชาชน ตนมองว่าตนพร้อมที่จะเข้ามารับตำแหน่งผู้ว่าฯกทม. เพราะตนมีประสบการณ์ที่สั่งสม ทั้งงานธุรกิจ ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายบริหารมาแล้ว
“การก้าวสู่วงการการเมือง ผมได้รับคำชวนจากนายอภิรักษ์ เมื่อเป็นผู้ว่าฯกทม. ให้เป็นโฆษก กทม. แต่ผมสื่อสารไม่เก่ง เพราะผมอยากทำมากกว่า ซึ่งตอนนั้นผมปฏิเสธ แต่นายอภิรักษ์ยังให้โอกาสให้เป็นที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม. เป็นตำแหน่งแรกในทางการเมือง ดังนั้นผมไม่คิดจะเข้ามารับตำแหน่งเท่านั้น แต่ดูว่าผมเหมาะหรือไม่ ดังนั้นการลงสมัครผู้ว่าฯกทม.รอบนี้ เพราะผมคิดว่ามีความพร้อมจากประสบการณ์ที่สั่งสมมา” นายอนุชา กล่าว
นายอนุชา กล่าวต่อว่า หากมีโอกาสได้เข้าไปทำงานและรับตำแหน่งสิ่งที่จะแก้ไขเป็นอันดับแรก คือ แก้ทุจริตคอร์รัปชัน รองลงมาคือการทำให้ภาพรวมระบบขนส่งคมนาคม ฟีดเดอร์ รถเมล์ เรือ มีความสะดวก โดยสิ่งที่ยืนยันคือการจัดระบบเดินรถ จัดระเบียบรถที่ให้บริการ โดยให้ ขสมก. มาอยู่ภายใต้การกำกับของกทม. รวมถึงผลักดันให้ตั๋วร่วม ลดค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน เพื่อลดค่าใช้จ่ายการเดินทางเกิดขึ้นจริง และนอกจากการแก้ปัญหา ตนอยากสร้างเมืองกทม.ให้เป็นเมืองที่เป็นความหวัง มีตัววัดผลงานคือ เป็นเมืองที่น่าอยู่ มากกว่าเป็นเมืองที่คนมาท่องเที่ยวจำนวนมากที่สุด
“ผมไม่ได้มาตัวคนเดียว แต่มาพร้อมผู้สมัคร ส.ก.ที่มีประสบการณ์ หลายคนอยู่ในพื้นที่มาหลายสมัยและฝังตัวในพื้นที่หลายปีแม้ไม่มีตำแหน่ง ผมอยากให้กำลังใจทุกคนร่วมมือไปทั้ง 50 เขต แม้วันเลือกตั้งจะได้รับความไว้วางใจหรือไม่ แต่อยากให้ทำหน้าที่ต่อ เรพาะวันหนึ่งจะมีคนเห็นความดี และการทำงานอย่างหนัก ผมรู้สึกโชคดีที่กลับมาในบ้านสีฟ้า เพราะรายล้อมด้วยคนที่ไม่คิดเบียดเบียนหรือหากิน หากผลมีโอกาสได้เข้าไปทำหน้าที่มีผู้บริหารพรรคคอยสนับสนุนผม เพื่อทำหน้าที่ ทั้งนี้ผมขอโอกาสคนกทม.เลือกผม และ ผู้สมัคร ส.ก. เพื่อให้ผมเข้าไปพิสูจน์ให้กทม. เป็นเมืองที่เดินทางสะดวก เป็นเมืองสะอาด เป็นเมืองที่คนอยู่อาศัยสบาย มีเศรษฐกิจดีขึ้นและเข้าไปเพื่อบอกว่า ทุจริตจะไม่เกิดขึ้นแน่นอนภายใต้พรรคประชาธิปัตย์และสก.ที่มาจากพรรคประชาธิปัตย์ทั้งหมด” นายอนุชา กล่าว
ด้านนางทยา ทีปสุวรรณ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ปรากฏตัวบนเวทีปราศรัยใหญ่ “ไปให้สุด หยุดที่ เจมส์ อนุชา” พร้อมกล่าวปราศรัยว่า นายอนุชาเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กรุงเทพมหานครต้องการอย่างแท้จริง ทั้งความเข้าใจปัญหาท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง และความสามารถในการแก้ปัญหาได้ตรงจุด และนายอนุชาในฐานะนักการเงินมืออาชีพที่มีประสบการณ์การแก้ปัญหาการเงินในองค์กรใหญ่มาอย่างยาวนาน ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการบริหารงบประมาณกรุงเทพมหานครที่มีมูลค่ามหาศาลระดับแสนล้านบาท
“พี่เจมส์คือผู้ที่หาเงินได้ ใช้เงินเป็น และใช้เงินอย่างโปร่งใส และเป็นผู้ที่มีทักษะการประสานงานสูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายร่วมกับสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และหน่วยงานต่าง ๆในประเด็นความสุจริต ให้คะแนนเป็นข้อที่สำคัญที่สุดว่า ความเป็นเลือดประชาธิปัตย์ที่ฝังอยู่ในตัวนายอนุชาและทีมงาน คือหลักประกันความโปร่งใส โดยเชื่อมั่นว่าหากนายอนุชาได้เข้าไปทำงาน ระบบการตรวจสอบจะมีความชัดเจนและเข้มงวด โดยเฉพาะการป้องกันปัญหาการทุจริตในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้มั่นใจว่าภาษีของประชาชนทุกบาททุกสตางค์จะถูกนำไปใช้ให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด“นางทยา กล่าว
ทั้งนี้ ในช่วงท้ายของการปราศรัย นางทยาได้ร่วมสร้างบรรยากาศที่เป็นกันเองและเปี่ยมด้วยกำลังใจ พร้อมชวนเชิญให้พี่น้องประชาชนร่วมสนับสนุนนายอนุชา หมายเลข 5 ให้เข้าไปทำหน้าที่ผู้ว่าฯ กทม. เพื่อเปลี่ยนจากการพูดคุยเป็นการ "ลงมือทำ" อย่างจริงจัง
“การบริหารเมืองที่ดีย่อมต้องอาศัยทีมงานที่เข้มแข็ง ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ได้เตรียมความพร้อมไว้แล้วทั้งผู้สมัครผู้ว่าฯ และผู้สมัคร ส.ก. ทั่วทั้งกรุงเทพมหานคร” นางทยา กล่าวทิ้งท้าย.