สหพัฒน์ ควง เสฉวน เปิดดีลแมตช์คู่ค้า ส่ง ‘ทุเรียน-ผ้าอ้อม’ แลก ‘ชา-หมาล่า’ ชิงแชร์การค้าไทย-เสฉวน หมื่นล้าน
สหพัฒน์ จับมือ เสฉวน เปิดประตูการค้าสองทาง ส่งสินค้าไทยบุกจีนตะวันตก ชู ‘อองฟอง-เครื่องสำอาง BSC’ นำทัพเจาะตลาด คนเสฉวนอินไซต์ชัดคลั่งไคล้ทุเรียนและหมอนยางพาราไทย ฝั่งจีนส่ง ‘ชาพรีเมียม-หมาล่า’ เขย่าตลาดไทย ผู้บริหารย้ำปล่อยแมตช์ธุรกิจตามธรรมชาติ วิน-วินทั้งคู่ เล็งโกยเม็ดเงินหมื่นล้านหยวนระยะยาว
26 มิถุนายน 2569 นายสรโชติ อำพันวงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ช้อป โกลบอล (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือสหพัฒน์ เปิดเผยว่า ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการค้าระหว่างไทยและจีน โดยเฉพาะการเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการไทยกับมณฑลเสฉวน ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์กลางเศรษฐกิจที่มีศักยภาพของจีน โดยจุดเริ่มต้นเกิดขึ้นหลังจากทางสมาคมซัพพลายเออร์จากเสฉวนได้เดินทางมาเข้าชมงานสหกรุ๊ปแฟร์ในปีที่ผ่านมา และมองเห็นศักยภาพที่แข็งแกร่งของเครือสหพัฒน์ จนนำไปสู่การเจรจาและการเดินทางไปเยี่ยมชมงานนิทรรศการใหญ่ที่มณฑลเสฉวน เมืองเฉิงตู
ซึ่งในมณฑลดังกล่าวมีการจัดงานระดับบิ๊กอิมแพ็กต์อย่าง T-Expo และ E-commerce Expo ปีละ 5-6 ครั้ง สะท้อนให้เห็นว่าทั้งสองฝ่ายต่างมีฐานธุรกิจและพลังขับเคลื่อนที่สูงมาก โดยสมาคมของจีนแห่งนี้มีเครือข่ายบริษัทในสังกัดมากถึง 2,700 บริษัท ซึ่งถือเป็นโอกาสทองที่สินค้าไทยจะเข้าไปแชร์ส่วนแบ่งการตลาดที่ยังเติบโตได้อีกมหาศาล
ในขาของการส่งออกสินค้าไทยสู่ประเทศจีนนั้น นายสรโชติ อำพันวงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางเครือสหพัฒน์และช้อป โกลบอล ได้วางกรอบการบุกตลาดเสฉวนโดยมุ่งเน้นไปที่สินค้ากลุ่มอุปโภคบริโภคและเครื่องสำอางที่มีศักยภาพสูงเป็นหลัก โดยจากการที่คณะผู้บริหารจากจีนได้เข้าเยี่ยมชมสินค้าในเครือสหพัฒน์ สินค้าที่ได้รับความสนใจและถูกเลือกให้เป็นหัวหอกในการนำร่องคือ ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กแบรนด์อองฟอง (Enfant) และกลุ่มเครื่องสำอางแบรนด์ BSC ซึ่งถือเป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงและมีความพร้อมในการทำตลาดต่างประเทศอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ในส่วนของกลยุทธ์การทำตลาดในครั้งนี้ จะไม่มีการนำตัวเลขเป้าหมายเม็ดเงินมาเป็นกรอบในการกดดันการทำงานของทั้งสองฝ่าย แต่จะใช้โมเดลธุรกิจแบบเติบโตตามธรรมชาติเพื่อความยั่งยืน
“สิ่งที่ผมสบายใจมากในการร่วมมือครั้งนี้คือ ไม่มีการตั้งเป้าหมายทางตัวเลขเข้ามาเป็นสิ่งกดดัน แต่เราจะเน้นการทำงานแบบไดนามิก ออร์แกนิกโดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการจากทั้งสองฝ่ายได้มาพบกันและปล่อยให้เป็นไปตามกลไกธรรมชาติ เพื่อให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนว่าฝั่งจีนต้องการสินค้าประเภทใดจากเรา ซึ่งเราจะจัดหาผู้ประกอบการไทยที่มีความพร้อมเข้ามาจับคู่ธุรกิจให้ตรงกับความต้องการ
ขณะเดียวกันหากทางเสฉวนต้องการนำเสนอสินค้าประเภทใดเข้ามา เราก็จะหาผู้ประกอบการไทยที่เหมาะสมมารองรับ โดยจะเริ่มต้นกิจกรรมจับคู่ธุรกิจตั้งแต่วันแรก และจะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงครั้งเดียว นี่จึงเป็นความร่วมมือที่ปราศจากความกดดัน แต่เน้นการขยายตัวและมองหาโอกาสทางการค้าที่เหมาะสมร่วมกัน” นายสรโชติ กล่าว
สำหรับกระบวนการจับคู่ธุรกิจนั้น นายสรโชติ อำพันวงษ์ ระบุว่า ในเบื้องต้นมีผู้ประกอบการไทยทยอยลงทะเบียนเข้ามาแล้วประมาณ 30 บริษัท และจะทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้ศึกษาและทำความรู้จักสินค้าจากเสฉวนให้มากขึ้น นอกเหนือจากสินค้าที่คนไทยคุ้นเคยเป็นอย่างดีอย่าง ‘หมาล่า’ และกลุ่มสินค้าที่ทำจากบุกรสชาติหมาล่าที่กำลังเติบโตในไทยจนมีมูลค่าเกือบ 2,000 ล้านบาทในปัจจุบัน
นอกจากหมาล่าแล้ว สินค้าเด่นของเสฉวนที่มีศักยภาพและกำลังเข้ามาเปิดโลกธุรกิจในไทยคือ ‘ชาพรีเมียม’ เนื่องจากปัจจุบันตลาดชาพรีเมียมในประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด มีกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ที่ยอมใช้จ่ายเงินจำนวนมากไปกับวัฒนธรรมการดื่มชาและอุปกรณ์ชงชาคุณภาพสูง ซึ่งเสฉวนถือเป็นแหล่งผลิตชาที่โดดเด่นและมีชาหลากหลายรสชาติ ซึ่งในเครือสหพัฒน์เองก็ได้มีการร่วมทุนกับทางจีนเปิดร้าน ‘ชาจี’ (CHAGEE) ในประเทศไทยไปก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งก็เป็นสินค้าที่มีต้นกำเนิดมาจากเสฉวนเช่นเดียวกัน
ขณะเดียวกัน นายสรโชติ ได้ให้ข้อมูลเสริมในส่วนของสถิติตัวเลขการค้าระหว่างประเทศไทยกับมณฑลเสฉวนจากข้อมูลของผู้อำนวยการส่งเสริมการค้าด้านระหว่างประเทศของจีนว่า ในช่วงที่ผ่านมามูลค่าการค้าเติบโตขึ้นถึง 2 เท่า โดยมูลค่าการค้าจากไทยไปเสฉวนอยู่ที่ประมาณ 8,000-9,000 ล้านหยวนต่อปี สินค้าหลักคือทุเรียน มังคุด ลำไย ยางพารา ผลิตภัณฑ์ยาง อาหารแปรรูป สินค้าเกษตร และชิ้นส่วนอุตสาหกรรม ส่วนมูลค่าการค้าจากเสฉวนมาไทยอยู่ที่ประมาณ 12,000-13,000 ล้านหยวนต่อปี ซึ่งสินค้าส่วนใหญ่เป็นสินค้าเกษตร
ทางด้านXiaolin Yang ประธานสมาคม Sichuan Supplier Chamber of Commerce (SSCC) เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่มีศักยภาพสูงของภูมิภาคอาเซียน ขณะที่มณฑลเสฉวนเป็นฐานเศรษฐกิจสำคัญของจีนตะวันตกที่มีเครือข่ายผู้ผลิตและซัพพลายเออร์ที่เข้มแข็ง เราเชื่อมั่นว่าความร่วมมือกับช้อป โกลบอล ในครั้งนี้จะช่วยเชื่อมโยงผู้ประกอบการของทั้งสองประเทศ เปิดโอกาสให้สินค้าคุณภาพจากจีนและประเทศไทยเข้าถึงตลาดใหม่ และนำไปสู่การพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนในระยะยาว
โดยพฤติกรรมผู้บริโภคชาวจีนในมณฑลเสฉวนยุคปัจจุบัน มีอินไซต์และความต้องการสินค้าไทยที่ชัดเจนมาก คนพื้นถิ่นในเสฉวนมีความชื่นชอบและนิยมทานผลไม้สดจากไทยเป็นอันดับต้นๆ โดยเฉพาะทุเรียน มังคุด และลำไย นอกจากนี้ในกลุ่มสินค้าอุปโภค คนเสฉวนยังมีพฤติกรรมความต้องการและนิยมเลือกใช้หมอนยางพารา ผลิตภัณฑ์จากยางพารา สินค้าเกษตร อาหารแปรรูป รวมถึงผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กแบรนด์อองฟอง ซึ่งสินค้าเหล่านี้เป็นสิ่งที่คนในพื้นที่นิยมทานและนิยมใช้กันในชีวิตประจำวันอย่างมาก
ในส่วนของเป้าหมายการส่งสินค้าเข้ามาขายในไทยนั้น Xiaolin Yang เปิดเผยว่า ในแง่ของตัวเลขหรือประมาณการนั้นไม่ใช่ปัญหาหลักและยังไม่ได้ตั้งเป้าหมายตัวเลขที่แน่นอนต่อปี เนื่องจากต้องการพูดคุยและประสานงานร่วมกับทางเครือสหพัฒน์อย่างต่อเนื่องก่อน แต่เป้าหมายสำคัญในขณะนี้คือการใช้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือเป็นจุดประสงค์ในการเปิดโอกาสความสัมพันธ์ เพื่อผลักดันให้เกิดการแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างไทยและจีนให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ทั้งการนำสินค้าไทยเข้าสู่จีนและการนำสินค้าจีนเข้าสู่ไทย เพื่อส่งเสริมให้ระบบเศรษฐกิจการนำเข้าและส่งออกมีความเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น
นอกจากนี้ Xiaolin Yang ระบุว่า แม้ตัวเลขสถิติที่แน่ชัดจะยังอยู่ระหว่างการรวบรวม แต่สถิติล่าสุดในปี 2025 ชี้ชัดว่าการนำเข้าสินค้าจากเสฉวนมายังประเทศไทยมีปริมาณที่สูงขึ้นแบบก้าวกระโดดถึง 170% คิดเป็นมูลค่ารวมของทั้งสองประเทศพุ่งทะยานไปแตะระดับ 1.7 หมื่นล้านหยวน (หรือประมาณ 85,000 ล้านบาท)
อย่างไรก็ตาม ทั้งสององค์กรได้ตั้งเป้าหมายร่วมกันในระยะยาวที่จะพัฒนามูลค่าการค้าสองทางระหว่างไทยและจีนให้มีมูลค่า 1,000–1,500 ล้านหยวน พร้อมวางรากฐานสู่การสร้างความร่วมมือถาวรระหว่างประเทศไทยและมณฑลเสฉวนในอนาคต โดยจะมีการต่อยอดความร่วมมือในด้านการพัฒนาเกตเวย์ระหว่างไทย–จีน การจัดตั้งศูนย์ Business Matching ถาวร การขยายสู่ Live Commerce และ Digital Trade Platform และขยายสู่ภูมิภาคอาเซียนและจีนตะวันตกต่อไป