ราคายางพุ่งแต่ไร้น้ำยาง! ชาวสวนสุรินทร์สุดช้ำ ฝนทิ้งช่วง กรีดไม่ได้ รายได้หด
เกษตรกรชาวสวนยางพาราในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ ได้รับผลกระทบหนัก หลังฝนทิ้งช่วงและสภาพอากาศร้อนจัด ทำให้น้ำยางออกน้อย แม้ราคายางจะปรับตัวดีขึ้น แต่กลับไม่มีน้ำยางส่งขาย ขณะที่ต้นทุนการผลิตทั้งปุ๋ยและน้ำกรดเพิ่มสูงขึ้น
วันที่ 26 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านโคกหอม หมู่ที่ 8 ตำบลตาตุม อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ พบ นางนงค์ โต๊ะงาม อายุ 53 ปี บ้านเลขที่ 96 หมู่ที่ 8 ตำบลตาตุม อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ เกษตรกรชาวสวนยางพารา กำลังออกไปกรีดยางตั้งแต่ช่วงเช้ามืดเวลาประมาณ 03.30 น. เป็นประจำทุกวัน เพื่อหารายได้เลี้ยงครอบครัว
นางนงค์ เปิดเผยว่า ปกติจากการกรีดยางมีรายได้เดือนละเกือบ 10,000 บาท แต่ปีนี้ต้องเจอกับปัญหาหนักจากสภาพอากาศ ฝนตกน้อยและทิ้งช่วง ทำให้น้ำยางออกไม่ดี แม้จะพยายามใช้ยากระตุ้นน้ำยางแล้วก็ยังไม่ได้ผล“ปีนี้ลำบากจริง ๆ ฝนแล้ง อากาศร้อน น้ำยางไม่ค่อยออก ทั้งที่ราคายางดีขึ้น อยู่ประมาณกิโลกรัมละ 43-44 บาท แต่ชาวสวนกลับไม่มียางขาย เพราะกรีดแล้วน้ำยางไม่ออก” นางนงค์กล่าว
นอกจากนี้ เกษตรกรยังต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น ทั้งค่าปุ๋ย ค่าน้ำกรด และค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ขณะที่ราคาสินค้าและค่าครองชีพยังอยู่ในระดับสูง ทำให้หลายครอบครัวได้รับผลกระทบ
นางนงค์ ยังกล่าวอีกว่า ไม่เพียงแต่ยางพาราเท่านั้น แม้แต่พืชเกษตรอื่น ๆ อย่างข้าวในบางพื้นที่ก็เริ่มได้รับผลกระทบจากภาวะแห้งแล้ง ต้นข้าวเริ่มเหี่ยวเฉา เกษตรกรหลายรายเริ่มกังวลกับสถานการณ์
ขณะเดียวกัน ชาวบ้านในพื้นที่ชายแดนยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ความไม่แน่นอน หวั่นว่าจะเกิดเหตุปะทะรอบที่ 3 ส่งผลต่อความเป็นอยู่และเศรษฐกิจในพื้นที่ แม้ราคายางพาราจะขยับดีขึ้น แต่ปัญหาฝนแล้งและภัยธรรมชาติกลับทำให้เกษตรกรไม่มีผลผลิตขาย กลายเป็นอีกหนึ่งความท้าทายของชาวสวนยางในปีนี้