โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่ผู้ต้องหาคดีพ่อทิพย์ เผยลูกแค่เซ็นรับรองบุตรให้เพื่อนคนจีนเพราะสงสาร

ข่าวช่องวัน 31

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เช้านี้ (11 ก.ค. 69) ที่ สน.บางยี่เรือ เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งคนไทยและคนจีนรวม 27 คน หลังร่วมขบวนการแจ้งเกิดทิพย์ โดยผู้ต้องหาทั้งหมด เตรียมถูกส่งฝากขังที่ศาลอาญาทุจริตประพฤติมิชอบกลาง เขตตลิ่งชัน

ทีมข่าวได้พูดคุยกับ นางเทียน อายุ 69 ปี แม่ของ “ปฏิภูมิ” หนึ่งในผู้ต้องหา เธอขอยืนยันแทนลูกชายว่า ไม่คิดมาก่อนว่าจะต้องตกเป็นหนึ่งในขบวนการนี้ ซึ่งฝ่ายหญิงที่เป็นชาวจีน เป็นเพียงเพื่อนของลูกชายที่เรียนมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก และเกิดตั้งครรภ์เมื่อ 3 ปีที่แล้วโดยไม่มีพ่อ ซึ่งพี่ชายของฝ่ายหญิงมาขอร้องให้ลูกชายช่วยเซ็นรับรองบุตรให้เพราะรู้สึกอับอาย ที่น้องสาวท้องไม่มีพ่อ ด้วยความสงสารและเห็นแก่เด็กลูกชายจึงยินยอมเซ็นรับรองบุตรให้ และเป็นการเซ็นรับรองทางเอกสารเท่านั้น เพราะที่ผ่านมาลูกชายหรือแม้แต่เธอเองก็ไม่เคยนำเด็กคนดังกล่าวมาเลี้ยงดูแต่อย่างใด และเชื่อว่าลูกชายอาจไม่ได้รับจ้างหรือได้ค่าจ้างจากการเข้าไปเซ็นรับรองบุตรให้หญิงชาวจีนในครั้งนี้เพราะหากได้เงินจริง ลูกชายก็ต้องมาปรึกษากับครอบครัวก่อน

ยอมรับว่า ตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นเธอรู้สึกเครียดมาก เนื่องจากลูกชายเป็นเสาหลักของบ้านและเป็นคนดูแลครอบครัว ซึ่งฐานะครอบครัวก็ค่อนข้างลำบากอยู่แล้ว ไม่รู้จะไปหาเงินมาประกันตัวลูกชายจากไหน และเมื่อวานนี้ ก็ต้องนำของไปจำนำ เพื่อเตรียมเงินมาประกันตัวลูกชาย จนเธอรู้สึกเครียดและอยากจบชีวิตด้วยซ้ำ โดยเช้าวันนี้เธอได้นำข้าวเหนียวหมูปิ้งจำนวน 10 ไม้ มาเพื่อเข้าเยี่ยมลูกชาย และยังไม่ได้พูดคุยกันตั้งแต่ถูกนำตัวมาไว้ที่โรงพัก

ในช่วงเวลา 09.00 น. เจ้าหน้าที่ได้เตรียมรถสำหรับนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังทั้งหมด 5 คัน และได้นำตัวผู้ต้องหาออกจากห้องคุมขัง สน.บางยี่เรือ เพื่อพาขึ้นรถโดยแบ่งขึ้นรถทั้งหมด 4 คัน แยกเป็นผู้ต้องหาหญิง 2 คัน และผู้ต้องหาชาย 2 คัน

กลุ่มแรกเป็นผู้ต้องหาชายชาวไทย ซึ่งมี นายประจวบ ผู้ที่เคยตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีนอมินีของบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด กรณีอาคาร สตง. ถล่ม ส่วนกลุ่มที่ 2 เป็นผู้ต้องหาหญิงไทย ซึ่งมี นางสาวศิริพร เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตธนบุรี และนางสาวสุนีย์ เจ้าหน้าที่เวชระเบียนโรงพยาบาลเอกชน รวมอยู่ด้วย กลุ่มที่ 3 เป็นผู้ต้องหาชายชาวจีน และกลุ่มสุดท้ายเป็นผู้ต้องหาหญิงชาวจีน โดยหนึ่งในนั้นอยู่ระหว่างตั้งครรภ์ โดยเจ้าหน้าที่ได้นำตัวขึ้นรถตู้เป็นคันสุดท้าย

โดยผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามผู้ต้องหาในหลายประเด็น เช่น เป็นนอมินีให้ชาวจีนจริงหรือไม่ เหตุใดจึงร่วมกระทำความผิด โดยเฉพาะนายประจวบ ซึ่งเคยถูกดำเนินคดีมาก่อนหน้า รวมถึงถามว่ามีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มชาวจีน อย่างไร เนื่องจากถือเป็นคดีที่ 2 ที่พัวพันกับกลุ่มคนจีน

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังสอบถาม นางสาวศิริพรว่า ได้ทำดังกล่าวมาแล้วกี่ครั้ง สิ่งที่ทำเป็นการปฏิบัติตามหน้าที่หรือไม่ และหน่วยงานต้นสังกัดรับทราบเรื่องดังกล่าวหรือไม่ แต่ผู้ต้องหาทั้ง 27 คน ไม่ตอบคำถามสื่อมวลชนแม้แต่คำถามเดียว ทำเพียงก้มหน้า บางคนใช้เสื้อ ผ้าห่ม มาปกปิดใบหน้า ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำตัวทั้งหมดไปฝากขังที่ศาล

ขณะที่ นายศรัณญ์ เสือส่อสิทธิ์ ทนายความ นายประจวบ และ นางเสี่ยว อิ๋ง หวู หญิงสัญชาติจีน เปิดเผยว่า วันนี้ตนเองได้รับมอบหมายเพื่อที่จะมายื่นประกันตัว นายประจวบ และ นางเสี่ยว อิ๋ง หวู หญิงสัญชาติจีน ซึ่งรับเป็นทนายให้กับสองคนนี้ โดยได้มีการเตรียมเงินสด แต่ไม่สามารถระบุจำนวนเงินได้ โดยขึ้นอยู่กับศาลโดยจะมีการเรียกหลักทรัพย์ในการประกันตัวทั้งสองคนจำนวนเท่าไหร่ โดยยอมรับว่า คดีนี้เป็นที่จับตาของประชาชน จึงอาจจะเป็นไปได้ว่า ศาลอาจจะไม่อนุญาตให้มีการประกันตัว แต่อย่างไรก็แล้วแต่ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลอีกครั้ง

ส่วน นายประจวบ ให้การในชั้นสอบสวน ตนเองทราบว่า นายประจวบเข้าใจว่า เด็กที่แจ้งเกิดนั้นเป็นลูกของตนเอง แต่ตำรวจจะมีพยานหลักฐานมาหักล้าง ก็ต้องไปชี้แจงในชั้นศาลอีกครั้ง ส่วนแม่เด็กชาวจีนนั้น เป็นแม่เด็กที่ถูกต้องตามกฎหมายอยู่แล้ว เพราะเป็นผู้คลอดเด็กออกมาเอง

โดยทนายความ ยอมรับว่า คดีของ นายประจวบ บริษัทไชน่าเรลเวย์ Numbers 10 (ประเทศไทย) ที่ นายประจวบ ถูกดำเนินคดีก่อนหน้านี้ เป็นคนละเรื่องกันไม่เกี่ยวข้องกัน

สำหรับผู้ต้องหาทั้งหมดในคดีนี้ถูกแจ้งข้อกล่าวหา ฐาน สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นโดยมิชอบและสนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นหน้าที่โดยมิชอบ แต่ นางศิริพร ถูกแจ้งข้อกล่าวหา มาตรา 157 หรือ ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพิ่มอีก 1 ข้อหา เนื่องจากเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ.

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...