"รองโฆษก กต." ย้ำไทยไม่เกี่ยวเหตุทหารกัมพูชาเหยียบระเบิด จี้หยุดกล่าวหาโดยไร้หลักฐาน
วันที่ 10 ก.ค. 2569 ที่ห้องแถลงข่าวกระทรวงการต่างประเทศ นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงคืบหน้าพัฒนาการ สถานการณ์ไทย–กัมพูชา โดยชี้แจงข้อกล่าวหากรณีเหตุระเบิดในฝั่งกัมพูชา ซึ่งมีการกล่าวหาว่าทหารไทยโยนระเบิดเข้าไปที่ตั้งของฝ่ายกัมพูชาเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมาและเผยแพร่ภาพในโซเชียลมีเดีย กำลังพลกัมพูชาที่บาดเจ็บ โดยกองทัพบกและศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ให้กัมพูชาได้ออกชี้แจงข้อเท็จจริงไปแล้ว จากการตรวจสอบของข้อเท็จจริงพบว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นในฝั่งกัมพูชาไม่ได้เกิดจากการกระทำของฝ่ายไทยแต่อย่างใดและประเมินว่าเกิดจากการที่กำลังพลชุดใหม่ของฝ่ายกัมพูชา ขาดความชำนาญและไม่คุ้นเคยกับพื้นที่จนมาประสบการเหยียบทุ่นระเบิดที่ตกค้างในพื้นที่ของตัวเองและยืนยันว่าการปฏิบัติหน้าที่ของทหารไทยอยู่ภายใต้คำสั่งกฎใช้กำลังและถ้อยแถลงร่วมซึ่งทั้งสองฝ่ายลงนามและเห็นชอบร่วมกันเมื่อปีที่แล้วโดยยึดมั่นความอดกลั้น ความโปร่งใสและความรับผิดชอบและขอเรียกร้องให้กัมพูชายุติการกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐานถือเป็นการขาดวิจารณญาณและบิดเบือนข้อมูลที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดและแสดงต่อความไม่พอใจของฝ่ายกัมพูชา
ส่วนที่ฝ่ายกัมพูชาบอกว่าไทยล้ำเขตแดนของกัมพูชานั้น นางมาระตี ขอยืนยันว่าประเทศไทยเคารพและปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมฯ อย่างเคร่งครัดโดยเฉพาะข้อสองที่กำหนดให้ทั้งสองฝ่ายคงการวางกำลังในพื้นที่ปัจจุบันโดยไม่เคลื่อนย้ายกำลังหรือลาดตระเวนไปยังที่ตั้งของอีกฝ่าย การดำเนินการของไทยมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชนซึ่งอยู่ภายใต้แถลงการณ์ร่วม หรือ Joint Statement และขอปฏิเสธข้อกล่าวหาของกัมพูชาที่หยิบยกข้อกล่าวหาที่อ้างอิงในเวทีร่วมระหว่างประเทศซ้ำแล้วซ้ำเล่า และย้ำว่าประเทศไทยต้องการสันติภาพและพร้อมแก้ไขปัญหาด้วยการเจรจาผ่านกลไกทวิภาคีบนพื้นฐานข้อเท็จจริงความจริงใจและสุจริตใจ การเคารพซึ่งกันและกันและปฏิบัติตามข้อตกลงของทั้งสองฝ่ายลดความตึงเครียดและยึดไว้ซึ่งความไว้ใจของทั้งสองประเทศขณะที่กัมพูชามีพฤติกรรมย้อนแย้ง นางมาระตี ยังกล่าวถึงการประนอมของแต่ละฝ่าย ฝ่ายละ 2 คน ส่วนบุคคลที่ 5 ซึ่งจะมาทำหน้าที่ประธานคณะกรรมาธิการประนอมภาคบังคับไทย-กัมพูชา คุณสมบัติสำคัญของประธานคือ ต้องเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเป็นที่ยอมรับและมีความเป็นกลางมีความรู้เชิงลึกทางด้านการทูตเป็นพิเศษและกฎหมายระหว่างประเทศกฎหมายทางทะเลและเข้าใจสถานการณ์บริบทของความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาตลอดหนึ่งปีกว่า ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการสรรหา พร้อมย้ำว่าผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ จะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่เต็มความสามารถด้วยความเป็นมืออาชีพและยึดผลประโยชน์สูงสุดของชาติเรื่องสำคัญ สำหรับเจ้าหน้าที่อาวุโสของกัมพูชากล่าวหาว่าไทยกำลังใช้ขั้นตอนของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) ชะลอคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ที่ทำให้กระบวนการเจรจาเพื่อยุติข้อพิพาทเขตแดนทางบกที่คืบหน้าเพียงเล็กน้อยหยุดชะงักลงนั้น นางมารตีชี้แจงว่า ไทยไม่มีเจตนาที่จะใช้ UNCLOS มาเป็นข้ออ้างหรือเป็นปัจจัยที่ทำให้ไม่คืบหน้าการหารือได้ แต่สิ่งที่เป็นอุปสรรคต่อความคืบหน้าในทุกวิธีคือการแสดงความไม่จริงใจของฝ่ายกัมพูชา ซึ่งก่อนจะประชุม JBC ได้บรรยากาศมันจะต้องเอื้อก่อน รวมถึงสองฝ่ายไม่ควรจะเจรจากันในขณะที่ยังมีการกล่าวหากัน
เมื่อถามต่อว่าการที่ฝ่ายกัมพูชายังหยิบเอาประเด็นเดิมมาตอกย้ำในปัญหาเดิม จะทำให้กระบวนการประนอมภาคบังคับเป็นที่ยอมรับหรือไม่ นางมารตี กล่าวว่า ก็เป็นสิทธิ์ของกัมพูชาที่จะแสดงท่าที เพราะที่ผ่านมาก็กล่าวหาบางประเด็นซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่คิดว่าไม่มีผลต่อ การเดินหน้ากระบวนการ UNCLOS เพราะเป็นกระบวนการกฎหมายภายใต้อนุสัญญาทางทะเลที่ไทยเป็นรัฐภาคี ที่เราจะเข้าร่วมกระบวนการ