โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นายกฯ ย้ำไฮสปีด 3 สนามบินต้องเดินหน้าต่อ เอกชนยกเลิกสัญญาเองไม่ได้

Thai PBS

อัพเดต 39 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

วันนี้ (10 ก.ค.2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า บริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ได้ยื่นหนังสือถึงการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เพื่อขอสิ้นสุดสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง - สุวรรณภูมิ - อู่ตะเภา)

โดย นายกฯ ได้ชี้แจงและแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า ในนามของรัฐบาล ย่อมต้องยึดถือความถูกต้องตามกฎหมาย ข้อตกลง และระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเป็นสำคัญ ซึ่งตามหลักการแล้ว เอกชนผู้เป็นคู่สัญญาไม่สามารถขอยกเลิกสัญญาฝ่ายเดียวได้ เนื่องจากสัญญาของหน่วยงานภาครัฐไม่ได้มีการเปิดช่องหรือระบุเงื่อนไขให้เอกชนเป็นฝ่ายบอกเลิก แต่โดยส่วนใหญ่จะเป็นเงื่อนไขที่รัฐมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ฝ่ายเดียวหากเกิดการผิดข้อตกลง

ชี้ชัดเปลี่ยนคู่สัญญาไม่ได้

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความจำเป็นของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน นายกฯ กล่าวว่าโครงการดังกล่าวได้เกิดขึ้นแล้วและมีความจำเป็นอย่างยิ่ง หากจะมีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขใด ๆ ในสัญญา ย่อมเป็นไปได้ยากในทางปฏิบัติ

เพราะในขั้นตอนการเริ่มประมูลงาน เอกชนทุกรายต่างรับทราบข้อกำหนด เงื่อนไข และกรอบสัญญาทุกอย่างเป็นอย่างดี และต้องยอมรับสภาพนั้นก่อนจะเข้ามาเป็นคู่สัญญากับภาครัฐ หากรัฐบาลยอมให้มีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขสัญญาของโครงการนี้ ก็จำเป็นต้องยอมให้เปลี่ยนในทุกโครงการ ซึ่งภาครัฐไม่สามารถกระทำเช่นนั้นได้ และต้องยึดมั่นในกรอบของกฎหมายเป็นหลักการสูงสุด

นายอนุทินได้กล่าวเตือนถึงผลกระทบที่รุนแรง หากมีเอกชนรายใดตัดสินใจทิ้งงานของภาครัฐ โดยระบุว่าการหยุดทำงานไปเฉย ๆ จะส่งผลให้เอกชนรายนั้นตกเป็น "ผู้ทิ้งงาน" ซึ่งจะถูกขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) ทันที ส่งผลให้ไม่สามารถเข้าร่วมการประมูลงานของภาครัฐได้อีกในอนาคต นอกจากนี้ หลักประกันต่าง ๆ ที่วางไว้กับรัฐจะถูกริบทั้งหมด

และสิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือ หากภาครัฐจำเป็นต้องนำโครงการดังกล่าวไปเปิดประมูลใหม่ แล้วมูลค่าในการประมูลครั้งใหม่สูงกว่าเดิม รัฐบาลมีสิทธิชอบธรรมตามกฎหมายที่จะไปไล่เบี้ยเรียกเก็บส่วนต่างและค่าเสียหายทั้งหมดจากเอกชนรายเดิมที่ยกเลิกสัญญา ซึ่งจะสร้างความเสียหายและขั้นตอนที่วุ่นวายอย่างมาก ดังนั้น การปฏิบัติตามสัญญาเดิมจึงเป็นแนวทางที่ดีที่สุด

เล็งคลอด พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างฉบับใหม่ ดัดหลังผู้รับเหมาไร้ความรับผิดชอบ

นอกจากนี้ นายอนุทินยังได้เปิดเผยถึงมาตรการเชิงรุกของรัฐบาลในการแก้ปัญหาผู้รับเหมาทิ้งงานในระยะยาว โดยระบุว่า ล่าสุด นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย กำลังเร่งดำเนินการยกร่าง พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐฉบับแก้ไขปรับปรุงใหม่ ซึ่งกฎหมายฉบับนี้จะเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพและช่วยให้กระบวนการจัดการ

รวมถึงการลงโทษผู้ทำสัญญากับภาครัฐที่ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงหรือละทิ้งงาน สามารถทำได้อย่างสะดวกรวดเร็วและเด็ดขาดยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาโครงการก่อสร้างที่รกร้างหรือมีลักษณะเป็นตอเกิดขึ้นทั่วประเทศ จนสร้างความเสียหายต่อเงินภาษีของประชาชน

CP สยบข่าวลือ ยันเดินหน้าไฮสปีด 3 สนามบินต่อ

อย่างไรก็ดี ภายหลังจากที่กระแสข่าวดังกล่าวแพร่ออกไป ทางเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสาธารณชนแล้ว โดยยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ทางบริษัทไม่ได้มีการยื่นหนังสือเพื่อขอยกเลิกสัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด

พร้อมทั้งระบุว่าบริษัทยังคงมุ่งมั่นและจะเดินหน้าดำเนินงานในโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญนี้ต่อไป เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ระบุไว้ในสัญญา ซึ่งสอดคล้องกับถ้อยแถลงของ นายกฯ ที่ระบุว่า ล่าสุดทางบริษัทได้ชี้แจงว่าจะยังคงรักษาสถานะความเป็นคู่สัญญาและดำเนินงานต่อไป

อ่านข่าวอื่น :

นายกฯ เผยคุยมาเลเซีย เดินหน้าแก้ปัญหาชายแดนใต้-ดันส่งออกกุ้งใน 30 วัน

"สิริพงศ์" ยันไม่พบอาคารทรุดเพิ่ม คาด 7-12 วันอุดรอยรั่วอุโมงค์รถไฟฟ้าสำเร็จ

3 วันสุดท้าย! กยศ.เตือนผู้กู้รายใหม่ รีบยื่น Pre-Approve ภายใน 13 ก.ค.นี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

ดีเดย์ 10 ก.ค. บังคับใช้ "สมุดพกผู้รับเหมา" ดัดหลังบริษัททิ้งงาน-ไร้มาตรฐาน

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

พระธุดงค์แพไม้ไผ่แตกกลางคลองมุ๋ย 11 รูปปลอดภัย - เร่งค้นหาอีก 1 รูป

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว การเมือง อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...