โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ทำไมคนเราจึงเหนื่อยน้อยลงเมื่อออกกำลังกายเป็นประจำ? วิทยาศาสตร์ของการพัฒนาความฟิตที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย

TOJO NEWS

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • Sattawat Veranon

หลายคนที่เริ่มออกกำลังกายใหม่ ๆ มักมีประสบการณ์คล้ายกัน นั่นคือการเหนื่อยง่าย หายใจหอบ หัวใจเต้นแรง และรู้สึกว่าการเคลื่อนไหวธรรมดาก็ใช้พลังงานมากกว่าที่ควรจะเป็น

แต่เมื่อเวลาผ่านไป หลังจากออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน หลายคนกลับพบว่ากิจกรรมเดิมที่เคยเหนื่อยมากกลับทำได้ง่ายขึ้น วิ่งได้ไกลขึ้น เดินขึ้นบันไดได้สบายขึ้น หรือเล่นกีฬาได้นานขึ้นโดยไม่รู้สึกหมดแรงเหมือนเดิม

สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเพียงความรู้สึก แต่เป็นผลลัพธ์จากการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาที่ซับซ้อนภายในร่างกาย ร่างกายมนุษย์มีความสามารถในการปรับตัวอย่างน่าทึ่ง และเมื่อได้รับการกระตุ้นอย่างต่อเนื่องจากการออกกำลังกาย ระบบต่าง ๆ จะค่อย ๆ พัฒนาเพื่อให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

นั่นคือเหตุผลที่คนเราจึงเหนื่อยน้อยลงเมื่อออกกำลังกายเป็นประจำ

ร่างกายคือเครื่องจักรที่ปรับตัวได้

หลักการพื้นฐานที่สุดของการออกกำลังกายคือ Adaptation หรือการปรับตัว

เมื่อร่างกายต้องเผชิญกับความเครียดจากการออกกำลังกาย

ไม่ว่าจะเป็น

  • การวิ่ง
  • การปั่นจักรยาน
  • การว่ายน้ำ
  • การเล่นกีฬา
  • การเวทเทรนนิง

ร่างกายจะตีความว่านี่คือสิ่งที่จำเป็นต่อการอยู่รอด

จึงเริ่มปรับปรุงระบบต่าง ๆ เพื่อให้พร้อมรับมือกับความต้องการในอนาคต

ผลลัพธ์คือการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

และความรู้สึกเหนื่อยลดลงเมื่อทำกิจกรรมเดิม

หัวใจแข็งแรงขึ้น

หนึ่งในระบบแรกที่เกิดการเปลี่ยนแปลงคือระบบหัวใจและหลอดเลือด

เมื่อออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

หัวใจจะเกิดการปรับตัวให้สามารถสูบฉีดเลือดได้มากขึ้นในแต่ละครั้งที่บีบตัว

ปริมาณเลือดที่หัวใจส่งออกต่อการเต้นหนึ่งครั้งเรียกว่า Stroke Volume

เมื่อ Stroke Volume เพิ่มขึ้น

หัวใจไม่จำเป็นต้องเต้นเร็วเท่าเดิมเพื่อส่งเลือดในปริมาณเท่าเดิม

ผลที่เกิดขึ้นคือ

  • หัวใจเต้นช้าลงขณะพัก
  • หัวใจทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • เหนื่อยน้อยลงในกิจกรรมเดิม

นี่คือเหตุผลที่นักกีฬาความทนทานจำนวนมากมีอัตราการเต้นหัวใจขณะพักต่ำกว่าคนทั่วไป

ปริมาณเลือดเพิ่มขึ้น

การออกกำลังกายแบบแอโรบิกยังช่วยเพิ่มปริมาตรเลือดในร่างกาย

โดยเฉพาะส่วนของพลาสมา

เมื่อมีเลือดหมุนเวียนมากขึ้น

ออกซิเจนและสารอาหารสามารถถูกส่งไปยังกล้ามเนื้อได้ดีขึ้น

ขณะเดียวกัน

ของเสียจากการเผาผลาญ เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ และไฮโดรเจนไอออน ก็ถูกกำจัดออกได้รวดเร็วขึ้น

ส่งผลให้กล้ามเนื้อทำงานได้นานขึ้นก่อนเกิดความล้า

ปอดไม่ได้ใหญ่ขึ้น แต่ใช้งานได้ดีขึ้น

หลายคนคิดว่าการออกกำลังกายทำให้ปอดใหญ่ขึ้น

แต่ในความเป็นจริง ขนาดปอดแทบไม่เปลี่ยนแปลง

สิ่งที่เปลี่ยนคือประสิทธิภาพในการใช้ออกซิเจน

เมื่อร่างกายฟิตขึ้น

กล้ามเนื้อสามารถดึงออกซิเจนจากเลือดไปใช้ได้ดีขึ้น

ระบบหายใจจึงไม่ต้องทำงานหนักเท่าเดิม

ผลลัพธ์คือ

  • หายใจสบายขึ้น
  • หอบช้าลง
  • ควบคุมจังหวะการหายใจได้ดีขึ้น

ไมโทคอนเดรียเพิ่มจำนวน

หนึ่งในการปรับตัวที่สำคัญที่สุดคือการเพิ่มจำนวนไมโทคอนเดรีย

ไมโทคอนเดรียคือออร์แกเนลล์ที่ทำหน้าที่ผลิตพลังงานให้เซลล์

มักถูกเรียกว่า "โรงไฟฟ้าของเซลล์"

เมื่อออกกำลังกายเป็นประจำ

ร่างกายจะสร้างไมโทคอนเดรียเพิ่มขึ้น

และปรับปรุงประสิทธิภาพของไมโทคอนเดรียเดิม

ผลที่เกิดขึ้นคือ

  • ผลิตพลังงานได้มากขึ้น
  • ใช้ออกซิเจนได้มีประสิทธิภาพขึ้น
  • ทนต่อความเหนื่อยได้ดีขึ้น

นี่คือหนึ่งในหัวใจสำคัญของการพัฒนาความฟิต

กล้ามเนื้อเรียนรู้การใช้พลังงานอย่างฉลาดขึ้น

ในช่วงแรกของการออกกำลังกาย

กล้ามเนื้ออาจใช้พลังงานอย่างไม่มีประสิทธิภาพ

แต่เมื่อฝึกซ้อมต่อเนื่อง

ร่างกายจะเรียนรู้วิธีใช้พลังงานให้คุ้มค่ามากขึ้น

เช่น

  • ใช้ไขมันได้ดีขึ้น
  • ประหยัดไกลโคเจนมากขึ้น
  • ลดการสร้างของเสียจากการเผาผลาญ

ผลคือสามารถทำกิจกรรมได้นานขึ้นก่อนจะรู้สึกเหนื่อย

Lactate Threshold สูงขึ้น

หนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความเหนื่อยคือการสะสมของผลิตภัณฑ์จากการเผาผลาญพลังงานอย่างรวดเร็ว

โดยเฉพาะในกิจกรรมที่มีความหนักสูง

เมื่อฝึกเป็นประจำ

ร่างกายจะสามารถจัดการกับแลคเตตได้ดีขึ้น

จุดที่ร่างกายเริ่มสะสมแลคเตตอย่างรวดเร็วเรียกว่า Lactate Threshold

การฝึกอย่างต่อเนื่องช่วยให้ Threshold นี้สูงขึ้น

ทำให้สามารถออกกำลังกายหนักกว่าเดิมได้โดยยังไม่รู้สึกเหนื่อยมาก

ระบบประสาทมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ไม่ใช่แค่หัวใจหรือกล้ามเนื้อที่พัฒนา

ระบบประสาทก็พัฒนาเช่นกัน

เมื่อทำกิจกรรมเดิมซ้ำ ๆ

สมองจะเรียนรู้วิธีควบคุมการเคลื่อนไหวให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทำให้

  • ใช้พลังงานน้อยลง
  • การเคลื่อนไหวราบรื่นขึ้น
  • สูญเสียพลังงานโดยไม่จำเป็นน้อยลง

นี่คือเหตุผลที่นักกีฬาที่มีทักษะสูงมักดูเคลื่อนไหวอย่าง effortless หรือเหมือนไม่ออกแรงมาก

ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อช่วยลดความเหนื่อย

สำหรับกิจกรรมในชีวิตประจำวัน

หากกล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น

กิจกรรมเดิมจะกลายเป็นงานที่ง่ายขึ้น

ตัวอย่างเช่น

หากการขึ้นบันไดต้องใช้กำลังขา 50% ของศักยภาพสูงสุด

ย่อมรู้สึกเหนื่อยมาก

แต่หากฝึกจนกล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น

การขึ้นบันไดอาจใช้เพียง 25-30% ของศักยภาพสูงสุด

ความเหนื่อยจึงลดลงอย่างชัดเจน

สมองเริ่มรับรู้ความเหนื่อยต่างออกไป

ความเหนื่อยไม่ได้เกิดจากร่างกายเพียงอย่างเดียว

สมองก็มีบทบาทสำคัญ

ทฤษฎี Central Governor เสนอว่าสมองทำหน้าที่ควบคุมความเหนื่อยบางส่วนเพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายใช้งานเกินขีดจำกัด

เมื่อออกกำลังกายเป็นประจำ

สมองจะเรียนรู้ว่าร่างกายสามารถรับมือกับภาระงานได้มากขึ้น

ความรู้สึกเหนื่อยในระดับเดิมจึงลดลง

แม้ว่าร่างกายจะทำงานหนักใกล้เคียงเดิมก็ตาม

การฟื้นตัวดีขึ้น

อีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือ

ร่างกายสามารถฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

หลังออกกำลังกาย

หัวใจจะกลับสู่ระดับปกติเร็วขึ้น

กล้ามเนื้อซ่อมแซมตัวเองได้ดีขึ้น

และระบบต่าง ๆ กลับเข้าสู่ภาวะสมดุลได้รวดเร็วกว่าเดิม

สิ่งนี้ช่วยให้สามารถออกกำลังกายได้บ่อยขึ้นและพัฒนาต่อเนื่อง

ความเหนื่อยที่ลดลงคือสัญญาณของการพัฒนา

หลายคนเข้าใจผิดว่าการออกกำลังกายที่ดีต้องเหนื่อยตลอดเวลา

แต่ในความเป็นจริง

หากกิจกรรมเดิมเริ่มรู้สึกง่ายขึ้น

นั่นคือหลักฐานว่าร่างกายกำลังพัฒนา

หัวใจ ปอด กล้ามเนื้อ ระบบประสาท และระบบเผาผลาญกำลังทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ความเหนื่อยที่ลดลงจึงไม่ใช่สัญญาณว่าการออกกำลังกายไม่ได้ผล

แต่เป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังปรับตัวและแข็งแรงขึ้น

ท้ายที่สุดแล้ว ความฟิตไม่ใช่การที่เราสามารถทนความเหนื่อยได้มากขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่คือการที่ร่างกายสามารถทำงานเดิมได้โดยใช้พลังงานน้อยลง ใช้ออกซิเจนได้ดีขึ้น และรับมือกับความเครียดทางกายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นั่นคือเหตุผลว่าทำไมคนที่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจึงสามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น และมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าในระยะยาว

อย่าลืมกดติดตาม Tojo News เพื่อพบกับข่าวสาร และบทความใหม่ ๆ จากเรา

Line Today TOJO NEWS , ToJoNews

#โตโจนิวส์ #TOJONEWS #สำนักข่าวโตโจนิวส์ #สุขภาพ #Longevity

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...