โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

3 โบรกส่องพื้นฐานหุ้น CHG ควรลงทุนอย่างไร

ทันหุ้น

อัพเดต 22 พ.ค. เวลา 11.16 น. • เผยแพร่ 24 พ.ค. เวลา 02.20 น.

#CHG #ทันหุ้น-โบรกเกอร์ได้ออกบทวิเคราะห์หุ้นบริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ จำกัด (มหาชน) หรือ CHG โดยคาดว่ากำไรในปี 2569 ยังเติบโต เนื่องจากมีรายได้จากการรักษาโรคที่ซับซ้อนมากขึ้น ขณะที่ผู้ป่วยต่างชาติก็ยังมีการบินเข้ามารักษาต่อเนื่อง โดยโบรกเกอร์ยังคงคำแนะนำซื้อ มองมี Valuation น่าสนใจ

บล.ทรีนีตี้ คาดว่ากำไรไตรมาส 2/69 ของ CHG จะเติบโต YoY แต่อาจทรงตัว QoQ ซึ่งกำลังซื้อคนไทยชะลอตัว แต่มีรายได้จากต่างชาติและโรคซับซ้อนเข้ามาช่วยชดเชยได้ถูกจังหวะ รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งกลุ่มคนไข้ต่างชาติที่บินเข้ามารักษาในไทย ยังเติบโตดีต่อเนื่องในกลุ่มโรคมะเร็ง กระดูกสันหลังและหัวใจ และประเมินว่าไตรมาส 3 และ 4 ของปีนี้จะฟื้นตัว ขณะที่โรงพยาบาลจุฬารัตน์ แม่สอด จะมีผลประกอบการดีขึ้น

ฝ่ายวิจัยทรีนีตี้ คาดการณ์ว่ากำไรปี 2569 ของ CHG อยู่ที่ 995 ล้านบาท เติบโต 7% YoY จากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากโรคซับซ้อน โดยเฉพาะรายได้จากกลุ่มมะเร็งที่ทาง CHG ได้เพิ่มจำนวนเครื่องฉายแสง เพื่อรองรับคนไข้ที่เพิ่มขึ้น และการเปิดอาคาร OPD ใหม่ที่จุฬารัตน์ 11 โดยยังคงแนะนำซื้อให้ราคาเป้าหมายที่ 2.00 บาท โดยคาดว่ากำไรปี 2569 กลับมาเติบโตจากรายได้ประกันสังคมที่มีความต้องการสูงขึ้นในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว

บล.เคจีไอ(ประเทศไทย) คาดการณ์ว่า CHG จะมีกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 991 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.6% YoY และในปี 2570 อยู่ที่ 1.02 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.9% YoY มองว่า CHG กำลังยกระดับศักยภาพทางการแพทย์ไปสู่บริการที่มีความซับซ้อนมากขึ้น โดยเน้นบริการที่สร้างรายได้ต่อเคสสูงผ่านศูนย์เฉพาะทาง เพื่อรองรับผู้ป่วยได้หลากหลายประเภทที่สามารถทำกำไรได้สูงขึ้น ซึ่งจะช่วยชดเชยผลกระทบเชิงลบจากเศรษฐกิจในประเทศที่ยังอ่อนแอ

โดยแนะนำซื้อหุ้น CHG ให้ราคาเป้าหมายที่ 1.75 บาท มองว่าราคาหุ้นน่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และการที่ตลาดหุ้นไทยได้ปรับฐานในวงกว้างล่าสุดมีส่วนทำให้ valuation ของบริษัทลดลงไปเป็นหุ้นเชิง defensive มากขึ้น อีกทั้ง CHG จะยังคงมีสถานะเงินสดสุทธิกับให้ dividend yield สูง (>5%) ในช่วงอีก2-3 ปีข้างหน้า

บล.กรุงศรี คาดว่าโมเมนตัมรายได้ของ CHG ยังเติบโตได้จากกลุ่มต่างชาติ และรายได้โครงการรัฐที่มีสัดส่วนโรคซับซ้อนเพิ่มขึ้น, Revenue mix ดีขึ้นจาก case complexity สูงขึ้น สะท้อนคุณภาพรายได้ที่แข็งแรง แม้การเติบโตรายได้ไม่โดดเด่น และประมาณการของฝ่ายวิจัยจะมี upside จาก Mix รายได้ที่มาจากต่างชาติ และกลุ่มโรคซับซ้อนเพิ่มขึ้น ซึ่งหนุน margin ดีกว่าคาด โดยทุก 1% ของรายได้ปี 2569 ที่สูงกว่าคาดจะเพิ่ม upside ต่อกำไรสุทธิ 3-4% และเพิ่มราคาเป้าหมายราว 0.04-0.06 บาทต่อหุ้น จากราคาเป้าหมายปัจจุบันที่ 1.60 บาท

นอกจากนี้การที่ CHG มีศักยภาพในการรักษาโรคซับซ้อนหลัก(หัวใจ, สมอง, มะเร็ง) ยังเปิดโอกาสให้ขยายฐานผู้ป่วยและยกระดับคุณภาพรายได้ในระยะกลางถึงยาว ขณะที่ Valuation น่าสนใจ จึงแนะนำซื้อ ให้ราคาเป้าหมายที่ 1.60 บาทดังกล่าว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...