โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทนายอั๋น ยื่น สถ.-ก.กลาง ขอแช่แข็ง 3,000 รายชื่อพัวพันโกงสอบท้องถิ่น จี้เปิดรายชื่อก่อนบรรจุ 1 ก.ค. ขู่ฟ้อง ม.157 หากเดินหน้าแต่งตั้ง

สยามนิวส์

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ผู้สื่อข่าวนครบาล
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 30 มิถุนายน 2569 ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ในฐานะประธานคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงาน

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 30 มิถุนายน 2569 ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ในฐานะประธานคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) ขอให้เปิดเผยรายชื่อและระงับการบรรจุแต่งตั้ง (แช่แข็ง) บุคคลที่มีชื่อพัวพันในกระดาษคำตอบต้องสงสัยจำนวนกว่า 3,000 ราย ซึ่งเกี่ยวข้องกับคดีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น

ทนายอั๋น กล่าวว่า วันนี้มายื่นหนังสือเรียกร้องให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและกระทรวงมหาดไทย ชะลอหรือแช่แข็งการประกาศรายชื่อผู้สอบได้ในส่วนของผู้ที่มีรายชื่อพัวพันกับหลักฐานกระดาษคำตอบต้องสงสัยจำนวนกว่า 3,000 ราย หลังทราบว่ากระทรวงมหาดไทยเตรียมประกาศรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ประมาณ 6,600 อัตรา

โดยเห็นว่าผู้ที่มีรายชื่ออยู่ในกลุ่มดังกล่าวกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบในคดีทุจริต หากมีการประกาศรายชื่อและบรรจุเข้ารับราชการก่อน เมื่อบุคคลเหล่านี้เข้าไปดำรงตำแหน่ง มีอำนาจใช้อำนาจทางปกครอง ลงนามคำสั่งราชการ และรับเงินเดือนจากภาษีประชาชน ก่อนที่ข้อเท็จจริงจะปรากฏ อาจก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อราชการและประชาชน

ทนายอั๋นยืนยันว่า ข้อเรียกร้องแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ให้ประกาศรายชื่อผู้สอบผ่านที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต เพื่อไม่ให้ผู้สอบสุจริตเสียสิทธิ์ และให้ระงับหรือแช่แข็งเฉพาะกลุ่มผู้มีรายชื่อพัวพันกว่า 3,000 รายไว้ก่อน จนกว่าการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะแล้วเสร็จ

นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้เปิดเผยรายชื่อผู้ที่อยู่ในกลุ่มต้องสงสัย เพื่อให้ประชาชนร่วมตรวจสอบและป้องกันการแก้ไขข้อมูลหรือการสับเปลี่ยนรายชื่อในภายหลัง โดยเห็นว่าสามารถดำเนินการได้ภายใต้กรอบกฎหมายโดยไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล

ทนายอั๋น เปิดเผยอีกว่า วันพรุ่งนี้จะเดินทางไปยื่นเรื่องต่อคณะกรรมาธิการการปกครอง สภาผู้แทนราษฎร ของพรรคประชาชน เพื่อให้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวเพิ่มเติม พร้อมระบุว่ามีข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับคดีที่จะนำเสนอ

ในหนังสือที่ยื่นระบุว่า ก.กลาง มีมติเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 ยกเลิกคำสั่งชะลอการบรรจุแต่งตั้ง และให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเรียกรายงานตัวผู้สอบแข่งขันได้ตามบัญชีเดิม เพื่อบรรจุเข้ารับราชการในวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 โดยใช้แนวคิด ประกาศรับรองไปก่อน แล้วค่อยดำเนินการภายหลัง หากพบความผิด

อย่างไรก็ตาม ทนายอั๋นเห็นว่า แนวทางดังกล่าวไม่สามารถนำมาใช้กับการบรรจุข้าราชการได้ เนื่องจากจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ หากภายหลังพบว่ามีผู้กระทำผิดจริง

หนังสือยังระบุถึงความกังวล 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ ความเสี่ยงในการปกปิดข้อมูลหรือสับเปลี่ยนรายชื่อผู้ต้องสงสัย เนื่องจากรายชื่อและกระดาษคำตอบกว่า 3,000 ราย ที่ตรวจยึดได้จากบ้านพักแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี ยังไม่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ ซึ่งอาจเปิดช่องให้มีการแก้ไขฐานข้อมูลหรือช่วยเหลือผู้กระทำผิดได้

อีกประเด็นคือ ความเสียหายด้านงบประมาณและการบริหารราชการ หากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตได้รับการบรรจุเข้ารับราชการ จะมีสิทธิรับเงินเดือน สวัสดิการ และใช้อำนาจตามกฎหมาย หากภายหลังถูกเพิกถอนการบรรจุ อาจส่งผลต่อความชอบด้วยกฎหมายของคำสั่งทางราชการที่บุคคลดังกล่าวเคยลงนาม และทำให้รัฐต้องสูญเสียงบประมาณโดยไม่จำเป็น

ท้ายหนังสือ ทนายอั๋นเรียกร้องให้ ก.กลาง และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ดำเนินการเร่งด่วน 2 เรื่อง คือ เปิดเผยรายชื่อผู้ที่อยู่ในกลุ่มพัวพันกระดาษคำตอบต้องสงสัยทั้ง 3,000 ราย เพื่อความโปร่งใส และออกคำสั่งระงับการบรรจุแต่งตั้งเฉพาะกลุ่มดังกล่าวไว้ก่อน จนกว่าการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์และสำนวนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะแล้วเสร็จ ส่วนผู้สอบได้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องให้ดำเนินการบรรจุตามปกติ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์

พร้อมกันนี้ ยังระบุว่า หากหน่วยงานรัฐยังคงเดินหน้าบรรจุบุคคลที่มีรายชื่อพัวพันกับหลักฐานการทุจริตเข้ารับราชการ โดยไม่มีมาตรการคัดแยกหรือระงับไว้ก่อน จะดำเนินคดีต่อเจ้าหน้าที่รัฐและคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง ในข้อหาปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ต่อไป

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...