โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลุ้นตัวต่อไป ไดโนเสาร์พันธุ์ไทย สกุลใหม่ของโลกตัวที่ 15 ที่ อช.ภูเวียง ขอนแก่น

Manager Online

เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

หลังการประกาศค้นพบ “นาคาไททัน” ไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ตัวที่ 14 ของประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 กระแสความตื่นตัวในวงการบรรพชีวินวิทยาไทยก็กลับมาคึกคักอีกครั้ง ราวกับว่าผืนดินอีสานที่เงียบงันมานาน กำลังค่อย ๆ ปลุก “ยักษ์แห่งโลกดึกดำบรรพ์” ให้ตื่นขึ้นจากการหลับใหลกว่า 130 ล้านปี

“นาคาไททัน ชัยภูมิเอนซิส” (120341;120354;120360;120354;120373;120362;120373;120354;120367; 120356;120361;120354;120362;120378;120354;120369;120361;120374;120366;120358;120367;120372;120362;120372;) หรือชื่อเรียกสั้น ๆ ว่า “นาคาไททัน” คือไดโนเสาร์สกุลใหม่ของโลก และยังถือเป็นไดโนเสาร์ขนาดใหญ่ที่สุดที่เคยค้นพบในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน ชื่อของมันผสมระหว่างคำว่า “นาคา” ที่สื่อถึงพญานาค อันเป็นสัญลักษณ์แห่งลุ่มน้ำโขง กับคำว่า “ไททัน” ยักษ์ใหญ่ในตำนานกรีก สะท้อนถึงความยิ่งใหญ่อลังการของสัตว์โลกยุคดึกดำบรรพ์ชนิดนี้ได้อย่างสมบูรณ์

แต่เรื่องราวของวงการไดโนเสาร์ไทยไม่ได้หยุดอยู่เพียงเท่านั้น ในขณะที่คนไทยยังตื่นเต้นกับ “นาคาไททัน” ข่าวดีอีกเรื่องก็คือ มีความเป็นไปได้สูงว่า ประเทศไทยอาจค้นพบไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ของโลกตัวที่ 15 ในเร็ว ๆ นี้

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2536 ทีมสำรวจได้ค้นพบกระดูกต้นคอและซี่โครงขนาดมหึมา ภายในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูเวียง จังหวัดขอนแก่น ฟอสซิลชิ้นนั้นมีขนาดใหญ่ผิดปกติ จนทำให้นักวิจัยเชื่อว่า มันอาจเป็นไดโนเสาร์กินพืชคอยาวสายพันธุ์ใหม่ ที่มีขนาดใหญ่กว่า “ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน่” ไดโนเสาร์ชื่อดังของไทยเสียอีก

จากการประเมินเบื้องต้น อาจมีความยาวมากกว่า 20 เมตร สูงราวตึก 4-5 ชั้น หากจะให้นึกภาพง่าย ๆ ก็อาจเทียบได้กับการนำ “ยีราฟ 3 ตัว” มาต่อเรียงกันจากหัวจรดหาง

แม้จะค้นพบฟอสซิลดังกล่าวมานานกว่า 30 ปี แต่พื้นที่แห่งนี้กลับเงียบงัน ไม่มีการขุดสำรวจต่อเนื่อง จนหลายคนอดตั้งคำถามไม่ได้ว่า ยักษ์ใหญ่ตัวนั้นหายไปไหนตลอด 30 ปีที่ผ่านมา

นายสุธรรม วงษ์จันทร์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูเวียง เคยเล่าว่า ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา การขุดค้นฟอสซิลในภูเวียงหยุดชะงัก ทำให้พื้นที่สูญเสียโอกาสทางการท่องเที่ยวไปไม่น้อย เพราะเมื่อไม่มีงานวิจัยใหม่ ไม่มีการค้นพบใหม่ นักท่องเที่ยวก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อก่อนคนมาเที่ยวดูหลุมขุดค้นจำนวนมาก แต่ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวลดลงไปถึง 5-6 เท่า

สาเหตุหนึ่งเกิดจากการที่ ดร.วราวุธ สุธีธร นักธรณีวิทยาและนักบรรพชีวินวิทยาคนสำคัญของไทย ผู้ค้นพบ “สยามโมซอรัส สุธีธรนี” ไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดใหญ่ตัวแรกของประเทศไทย ได้ย้ายไปทำงานที่พิพิธภัณฑ์สิรินธร จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งในเวลานั้นมีการค้นพบฟอสซิลจำนวนมาก จนต่อยอดกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านไดโนเสาร์ระดับประเทศ

แต่หลังจาก ดร.วราวุธ เกษียณอายุ เขาได้กลับมาร่วมมือกับอุทยานแห่งชาติภูเวียงอีกครั้งในปี 2567 พร้อมเริ่มต้นขุดค้นบริเวณเดิมที่เคยพบฟอสซิลเมื่อกว่า 30 ปีก่อน และนั่นทำให้ภูเวียงกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

ทีมวิจัยเชื่อว่า ฟอสซิลที่ค้นพบอาจเป็นไดโนเสาร์ในกลุ่ม “แบรคิโอซอรัส” (Brachiosaurus) หรือซอโรพอดคอยาวยักษ์ สัตว์กินพืชขนาดมหึมาที่เคยเดินอยู่บนโลกในยุคจูราสสิกและครีเทเชียส โดยมีความสูงประมาณ 10-15 เมตร และอาจยาวเกิน 20 เมตร

ในช่วงปีที่ผ่านมา ฟอสซิลตัวอย่างได้ถูกส่งไปเปรียบเทียบกับตัวอย่างในประเทศเยอรมนี รวมถึงฟอสซิลที่พบในแอฟริกาใต้ เพื่อศึกษาว่ามีลักษณะตรงกับสายพันธุ์ใด หรือมีจุดแตกต่างมากพอที่จะยืนยันได้ว่า เป็น “สายพันธุ์ใหม่ของโลก”

หากผลวิจัยออกมาตามที่คาดไว้ ประเทศไทยก็อาจได้ต้อนรับไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่อีกหนึ่งชนิด และชื่อของมันอาจกลายเป็นหน้าประวัติศาสตร์บทใหม่ของวงการไดโนเสาร์โลก

ปัจจุบัน ประเทศไทยค้นพบไดโนเสาร์สายพันธุ์สำคัญมาแล้วหลายชนิด ทั้ง “ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน่”, “สยามโมซอรัส สุธีธรนี”, “อีสานโนซอรัส อรรถวิภัชน์ชี” รวมถึง “นาคาไททัน” ที่เพิ่งเปิดตัวล่าสุด ซึ่งล้วนสะท้อนให้เห็นว่า แผ่นดินอีสานของไทย คือหนึ่งในขุมทรัพย์ทางบรรพชีวินวิทยาที่สำคัญของโลก

แม้เวลาจะผ่านไปกว่า 30 ปี แต่ความฝันและความพยายามของนักสำรวจยังไม่เคยหยุดลง พวกเขายังคงเดินหน้าค้นหาเศษซากของอดีต เพื่อเล่าเรื่องราวของโลกเมื่อหลายร้อยล้านปีก่อนให้คนรุ่นปัจจุบันได้เรียนรู้

และบางที… ใต้ผืนดินเงียบงันของภูเวียง อาจมียักษ์แห่งโลกดึกดำบรรพ์อีกหลายตัว รอวันที่จะตื่นขึ้นมาสร้างความตื่นตะลึงให้กับโลกอีกครั้งก็เป็นได้

สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ อีเมล์ travel_astvmgr@hotmail.com หรือ ชมคลิปต่าง ๆ ได้ที่ Youtube :Travel MGR และ Instagram : @travelfoodonline และ TikTok : @travelfoodonline

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...