โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เล่านาทีป้าเอี้ยง ผู้สูญหาย ร้องตกใจ ก่อนรถไฟพุ่งชนรถเมล์

มุมข่าว

เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • neen
วันที่ 17 พฤษภาคม 2569 ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ญาติของผู้สูญหายจากเหตุรถไฟพุ่งชนรถโดยสารประจำทางสาย 206 ทยอยเดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่เพื่อเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอสำหรับยืนยันอัตลักษณ์บุคคล หลังไม่พบรายชื่อของคนใกล้ชิดอยู่ในกลุ่มผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยหลายครอบครัวให้ข้อมูลตรงกันว่า ผู้สูญหายได้โดยสารรถเมล์คันที่เกิดเหตุในช่วงเวลาดังกล่าว

วันที่ 17 พฤษภาคม 2569 ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ญาติของผู้สูญหายจากเหตุรถไฟพุ่งชนรถโดยสารประจำทางสาย 206 ทยอยเดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่เพื่อเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอสำหรับยืนยันอัตลักษณ์บุคคล หลังไม่พบรายชื่อของคนใกล้ชิดอยู่ในกลุ่มผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยหลายครอบครัวให้ข้อมูลตรงกันว่า ผู้สูญหายได้โดยสารรถเมล์คันที่เกิดเหตุในช่วงเวลาดังกล่าว

หนึ่งในผู้ที่เดินทางมาตรวจดีเอ็นเอ คือ น.ส.ศิริลักษณ์ (ขอสงวนนามสกุล) หลานสาวของ ป้าเอี้ยง อายุ 66 ปี ผู้สูญหาย โดยเล่าว่า เมื่อคืนวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา ตนติดตามข่าวเหตุการณ์ดังกล่าว แต่ยังไม่คิดว่าป้าจะอยู่บนรถคันเกิดเหตุ กระทั่งช่วงเช้า พี่สาวส่งข้อความมาบอกว่า หญิงที่นั่งอยู่บริเวณประตูกลางของรถเมล์จากภาพวงจรปิดมีลักษณะคล้ายป้าเอี้ยงอย่างมาก ทั้งรูปหน้า ท่าทาง และสีเสื้อที่สวมใส่ จึงรีบตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดหน้าบ้านในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ และพบว่าตรงกับเสื้อที่ป้าสวมออกจากบ้าน ทำให้ครอบครัวรีบเดินทางมาตรวจดีเอ็นเอทันที

น.ส.ศิริลักษณ์ เปิดเผยว่า สิ่งที่สะเทือนใจที่สุดคือ เพื่อนของป้าเอี้ยงกำลังพูดคุยโทรศัพท์กับป้าในช่วงเกิดเหตุ และได้ยินเสียงร้องก่อนที่สัญญาณจะตัดไป จากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลยจนถึงขณะนี้ ซึ่งตรงกับช่วงเวลาการใช้งานเฟซบุ๊กของป้าพอดี ครอบครัวยังคงภาวนาให้ผู้สูญหายไม่ใช่ป้าเอี้ยง แม้จะยอมรับว่ารายละเอียดหลายอย่างสอดคล้องกันอย่างมาก โดยป้าเอี้ยงถือเป็นเสาหลักของครอบครัวและเป็นผู้เลี้ยงดูหลานมาตั้งแต่เด็ก ลูกทั้ง 3 คนของป้าต่างยังทำใจไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น

สำหรับกระบวนการตรวจพิสูจน์ เจ้าหน้าที่นิติเวชแจ้งว่า การตรวจดีเอ็นเออาจใช้เวลาไม่เกิน 3 วัน จึงจะสามารถยืนยันตัวบุคคลได้อย่างชัดเจน หลังจากนั้นครอบครัวจะสามารถรับร่างไปประกอบพิธีทางศาสนาได้ โดยมูลนิธิร่วมกตัญญูจะเป็นผู้รับผิดชอบในการเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตไปยังภูมิลำเนาของแต่ละครอบครัวโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

เรียบเรียงโดย มุมข่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...