คุกยกแก๊ง 27 ราย! ศาลไม่ให้ประกัน “พ่อแม่ทิพย์” พฤติการณ์ร้ายแรง ทำเป็นขบวนการ สวมสัญชาติไทยให้ทุนจีนสีเทา ซื้อขายสัญชาติไทย ชี้ภัยความมั่นคง
คุกยกแก๊ง 27 ราย! ศาลไม่ให้ประกัน “พ่อแม่ทิพย์” พฤติการณ์ร้ายแรง ทำเป็นขบวนการ สวมสัญชาติไทยให้ทุนจีนสีเทา ซื้อขายสัญชาติไทย ชี้ภัยความมั่นคง
เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง พนักงานสอบสวน สน.บางยี่เรือ ได้ควบคุมตัวกลุ่มผู้ต้องหาเครือข่าย “พ่อแม่ทิพย์” จำนวน 27 ราย ประกอบด้วยคนไทยและชาวจีน เข้ายื่นคำร้องฝากขังต่อศาลเป็นผัดแรก หลังถูกจับกุมในข้อหาร่วมกันสวมสิทธิ์สัญชาติไทยให้เด็กต่างชาติอย่างผิดกฎหมาย
ศาลชี้ภัยความมั่นคง-ยกคำร้องประกันตัว
ในการยื่นฝากขังครั้งนี้ ผู้ต้องหาจำนวน 26 รายได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เพื่อขอปล่อยตัวชั่วคราว ขณะที่ผู้ต้องหาอีก 1 รายไม่ได้ยื่นคำร้อง อย่างไรก็ตาม ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า
-ข้อหาร้ายแรง: พฤติการณ์ตามคำร้องทำกันเป็นขบวนการ มีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจนระหว่างคนไทย ชาวต่างชาติ และเจ้าหน้าที่รัฐ
-กระทบประเทศ: เป็นการสร้างหลักฐานเท็จเพื่อสวมสิทธิสัญชาติไทยให้เด็กต่างชาติ ถือเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศอย่างร้ายแรง
-เสี่ยงหลบหนี: ประกอบกับพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัว ศาลจึงมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว
ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาชายทั้งหมดไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และควบคุมตัวผู้ต้องหาหญิง (รวมถึงผู้ต้องหาหญิงชาวจีนที่กำลังตั้งครรภ์) ไปคุมขังยังทัณฑสถานหญิงกลางทันที
เปิดพฤติการณ์ลักลอบสวมสิทธิ์ชุดสืบสวนเปิดเผยว่า เครือข่ายดังกล่าวมีพฤติการณ์จัดหาหญิงไทยและชายไทยมารับสมอ้างเป็นพ่อแม่บุญธรรม หรือ "พ่อแม่ทิพย์" โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐและบุคลากรทางการแพทย์ร่วมมือ ได้แก่
1.น.ส.สุนีย์ อดีตเจ้าหน้าที่เวชระเบียนโรงพยาบาลเอกชน ทำหน้าที่แก้ข้อมูลการคลอด
2.น.ส.ศิริพร เจ้าหน้าที่สำนักงานเขต ทำหน้าที่อำนวยความสะดวกและรับจดทะเบียนแจ้งเกิดเท็จ
3.นายประจวบ ชายไทยตัวการร่วม ซึ่งมีประวัติพัวพันคดีนอมินีซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ให้กลุ่มทุนจีนขบวนการนี้ได้รับค่าจ้างมูลค่าสูง เพื่อให้เด็กชาวจีนได้รับสัญชาติไทยโดยสายเลือด ซึ่งจะส่งผลให้กลุ่มทุนจีนสีเทาสามารถใช้ชื่อเด็กเหล่านี้ในการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ ทำธุรกรรมทางการเงิน และเปิดบริษัทนอมินีในประเทศไทยได้อย่างถูกกฎหมายในอนาคต
แจ้งข้อหาหนัก รวม ม.157เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหากลุ่มผู้ต้องหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 (ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ), มาตรา 137 (แจ้งความเท็จ), มาตรา 267 (แจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ) และความผิดตาม พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร โดยหลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมขยายผลตรวจสอบโรงพยาบาลเอกชนและสำนักงานเขตอื่น ๆ ที่คาดว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการนี้เพิ่มเติมต่อไป