โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

'เอกชน' วิเคราะห์ พ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้าน ผ่านก็ห่วง ไม่ผ่านก็เสี่ยง

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายสรเทพ โรจน์พจนารัช ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมโฮสเทลประเทศไทย เปิดเผยกับ 'ฐานเศรษฐกิจ' ถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญเตรียมพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ว่า ไม่ว่าผลการพิจารณาจะออกมาในทิศทางใด ล้วนมีประเด็นที่ต้องติดตามและสร้างความกังวลต่อภาคธุรกิจ

หาก พ.ร.ก.กู้เงินผ่านการพิจารณา สิ่งที่ต้องจับตาไม่ใช่เพียงการกู้เงิน แต่คือประสิทธิภาพของการนำเงินไปใช้ เพราะคำถามสำคัญคือรัฐบาลจะสามารถเบิกจ่ายงบประมาณได้รวดเร็วเพียงใด หากกระบวนการล่าช้า เงินก้อนดังกล่าวก็อาจไม่สามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและผลักดันการเติบโตของ GDP ในช่วง 6 เดือนสุดท้ายของปีได้ตามเป้าหมาย

นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาว่าโครงการลงทุนที่จะนำเงินไปใช้ จะสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจได้คุ้มค่าหรือไม่ เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดชัดเจนว่ารัฐบาลจะลงทุนในโครงการใด และแต่ละโครงการจะสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจมากน้อยเพียงใด

อีกประเด็นที่น่าห่วงคือความโปร่งใสในการจัดสรรงบประมาณ เพราะต้องมั่นใจว่าเงินจะถูกกระจายไปยังหน่วยงานและโครงการที่เหมาะสม สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง ไม่ใช่เพียงการใช้งบประมาณโดยขาดประสิทธิภาพ

ขณะเดียวกันการกู้เงินครั้งนี้จะทำให้ภาระหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นภาระระยะยาวของประเทศ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าผลตอบแทนจากการลงทุนจะคุ้มค่ากับต้นทุนที่เกิดขึ้น

โครงการส่วนใหญ่เป็นการลงทุนระยะยาว

นายสรเทพ กล่าวว่า จากข้อมูลเบื้องต้น รัฐบาลมีแนวโน้มนำเงินกู้ไปใช้ในโครงการด้านพลังงาน โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน การสนับสนุนภาคธุรกิจ การลงทุนของภาคเอกชน การสร้างงาน รวมถึงการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศผ่านเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมใหม่

นายสรเทพ โรจน์พจนารัช ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมโฮสเทลประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม โครงการส่วนใหญ่เป็นการลงทุนระยะยาว จึงไม่น่าจะเห็นผลต่อเศรษฐกิจภายในช่วง 6 เดือนนี้ แม้อาจช่วยสร้างรากฐานการเติบโตในอนาคตก็ตาม

ในมุมมองหากรัฐบาลต้องการให้เม็ดเงินส่งผลต่อเศรษฐกิจได้รวดเร็ว การสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจะให้ผลได้มากกว่า เนื่องจากเป็นกลุ่มที่สามารถนำเงินไปหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้ทันที

หากไม่ผ่าน กระทบการลงทุนภาครัฐและความเชื่อมั่น

นายสรเทพ กล่าวว่า หาก พ.ร.ก.กู้เงินไม่ผ่านการพิจารณา จะส่งผลต่อการบริหารงบประมาณของรัฐบาลอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากภาครัฐจะขาดเครื่องมือสำคัญในการลงทุน ซึ่งการลงทุนของภาครัฐถือเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและกระตุ้น GDP

ดังนั้น ไม่ว่าจะผ่านหรือไม่ผ่าน ต่างมีความเสี่ยงคนละด้าน หากผ่านก็ต้องพิสูจน์ว่าการใช้เงินจะเกิดประสิทธิภาพจริง ส่วนหากไม่ผ่าน ก็อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

ผลกระทบต่อร้านอาหาร-ท่องเที่ยว ยังไม่เห็นทันที

สำหรับภาคธุรกิจร้านอาหารและการท่องเที่ยว หาก พ.ร.ก.ผ่านการพิจารณา ก็อาจได้รับอานิสงส์จากมาตรการด้านพลังงานและการลงทุนในระยะต่อไป แต่ผลลัพธ์คงไม่เกิดขึ้นในช่วง 6 เดือนนี้ เนื่องจากโครงการต่าง ๆ ต้องใช้เวลาในการดำเนินการ

อย่างไรก็ตามการผ่าน พ.ร.ก.จะช่วยให้รัฐบาลมีความคล่องตัวในการบริหารจัดการงบประมาณมากขึ้น และอาจสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติได้ในระดับหนึ่ง

ในทางกลับกัน หาก พ.ร.ก.ไม่ผ่าน จะส่งผลต่อมุมมองของนักลงทุนต่างชาติที่ประเมินเสถียรภาพด้านการคลังของไทย และอาจชะลอการตัดสินใจลงทุนในประเทศ

เสนอรัฐปฏิรูปโครงสร้างงบประมาณ

นายสรเทพ มองว่า ในช่วง 6 เดือนข้างหน้า รัฐบาลควรเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและการคลังของประเทศควบคู่กัน โดยเฉพาะโครงสร้างรายจ่ายภาครัฐที่ปัจจุบันมีสัดส่วนงบประมาณจำนวนมากถูกใช้ไปกับเงินเดือนข้าราชการและสวัสดิการภาครัฐ

โดยเสนอให้รัฐบาลปรับลดขนาดระบบราชการและทบทวนรายจ่ายด้านสวัสดิการ เพื่อให้มีงบประมาณเหลือเพียงพอสำหรับการลงทุนที่ช่วยสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศได้อย่างยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...