โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“หมอเจอ” เผย 4 ค่าน้ำตาลลวงตา คนกลัวเบาหวานห้ามพลาด อย่าดูแค่บรรทัดเดียว!

เดลินิวส์

อัพเดต 10 กรกฎาคม 2569 เวลา 6.40 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
เตือนคนรักสุขภาพผ่านเพจ

เมื่อวันที่ 10 ก.ค.นายแพทย์เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์) รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้โพสต์ข้อความลงในเพจ หมอเจอ ให้ความรู้เรื่องมะเร็งเต้านม โดยมีเนื้อหาว่า.

4 ค่าน้ำตาลที่คนกลัวเบาหวาน ไม่ควรมองข้าม!

เวลาตรวจสุขภาพ หลายคนมองหาอยู่แค่ตัวเดียวครับ

“น้ำตาล FBS เท่าไร?”

แล้วพอเห็น 95 ก็โล่ง สบายใจ

เห็นแค่คำว่า “ปกติ” ก็พับใบตรวจเก็บ

แล้วคิดว่ารอดจากเบาหวานแล้ว

แต่เดี๋ยวก่อนครับ…

น้ำตาลตอนเช้าปกติ ไม่ได้แปลว่าระบบน้ำตาลทั้งวันปกติเสมอไป บางคนตับอ่อนต้องเร่งผลิตอินซูลินออกมาเยอะมาก เพื่อกดน้ำตาลให้ยังดูสวยอยู่ ขณะที่ไตรกลีเซอไรด์เริ่มสูง พุงเริ่มมา และร่างกายเริ่มดื้อต่ออินซูลินแล้ว เพราะฉะนั้น ถ้ากลัวเบาหวาน อย่าดูใบตรวจแค่บรรทัดเดียว ลองเช็ก 4 ค่านี้ไปพร้อมกันครับ

1️⃣ น้ำตาลอดอาหาร บอกภาพตอนเช้าวันที่ตรวจ

ค่านี้มักเขียนว่า FBS หรือ FPG ต้องงดอาหารอย่างน้อย 8 ชั่วโมงก่อนเจาะเลือดครับ

ถ้าต่ำกว่า 100 mg/dL ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ

100–125 mg/dL เข้ากลุ่มก่อนเบาหวาน

ตั้งแต่ 126 mg/dL ขึ้นไป เข้าเกณฑ์เบาหวาน แต่ถ้าไม่มีอาการชัดเจน ต้องตรวจยืนยันอีกครั้ง ไม่ควรใช้ผลครั้งเดียวฟันธงครับ

ปัญหาคือบางคนค่าเช้า 90 กว่า ดูดีมาก แต่หลังมื้ออาหารน้ำตาลพุ่งแรงก็มี เพราะ FBS เหมือนรูปถ่ายหนึ่งใบครับ มันบอกแค่วินาทีที่เจาะเลือด ไม่ได้เล่าให้เราฟังว่าตลอดทั้งวันน้ำตาลขึ้นลงยังไง

2️⃣ HbA1c เปิดดูย้อนหลังว่า 2–3 เดือนที่ผ่านมาเป็นยังไง

HbA1c หรือที่เราเรียกกันว่าน้ำตาลสะสม จะช่วยดูภาพเฉลี่ยย้อนหลังประมาณ 2–3 เดือน ไม่ต้องอดอาหารก่อนตรวจก็ได้ครับ

ต่ำกว่า 5.7% ถือว่าปกติ

5.7–6.4% คือก่อนเบาหวาน

ตั้งแต่ 6.5% ขึ้นไป เข้าเกณฑ์เบาหวานและต้องยืนยันผลตามหลักการวินิจฉัยครับ ค่านี้ช่วยจับคนที่วันตรวจน้ำตาลดูดี แต่ช่วงหลายเดือนก่อนหน้านั้นมีน้ำตาลสูงบ่อย ๆ ได้

แต่ HbA1c ก็ไม่ได้แม่นเหมือนกันทุกคนครับ ภาวะโลหิตจาง โรคไต การเสียเลือด หรือความผิดปกติของเม็ดเลือดบางชนิดอาจทำให้ค่าคลาดเคลื่อนได้ จึงต้องอ่านคู่กับน้ำตาลในเลือดและสุขภาพโดยรวม ไม่ใช่เห็นตัวเลขเดียวแล้วสรุปทุกอย่างครับ

3️⃣ Fasting insulin บอกว่าร่างกายต้อง “ออกแรงกดน้ำตาล” แค่ไหน

ข้อนี้คนมักไม่ค่อยได้ตรวจครับ

ลองนึกภาพว่าตรวจน้ำตาลออกมา 92 ดูปกติ แต่เบื้องหลังตับอ่อนต้องหลั่งอินซูลินออกมาสูง เพื่อบังคับให้น้ำตาลเข้าเซลล์ แบบนี้น้ำตาลอาจยังไม่เสีย แต่ระบบเริ่มทำงานหนักแล้ว

นี่คือช่วงที่บางคนเริ่มมีพุง หิวบ่อย ง่วงหลังอาหาร หรือไตรกลีเซอไรด์สูง ทั้งที่ยังไม่เข้าเกณฑ์เบาหวานครับ ภาวะดื้อต่ออินซูลินมักเกิดก่อนน้ำตาลสูงชัดเจน และเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงเบาหวานกับโรคหัวใจในอนาคต

แต่ต้องระวังเรื่องตัวเลขนะครับ ค่าอินซูลินอดอาหาร ยังไม่มีเกณฑ์กลางตัวเดียวที่ใช้วินิจฉัยเบาหวานได้เหมือน FBS หรือ HbA1c ช่วงอ้างอิงจะแตกต่างกันตามห้องแล็บ วิธีตรวจ น้ำหนักตัว และยาที่ใช้อยู่ จึงไม่ควรเห็นตัวเลข 2–25 แล้วสรุปเองว่าปกติทุกคน

แพทย์มักเอาค่านี้ไปอ่านร่วมกับน้ำตาลอดอาหาร รอบเอว ไตรกลีเซอไรด์ และบางครั้งคำนวณค่าอย่าง HOMA-IR เพื่อดูภาพภาวะดื้อต่ออินซูลินมากกว่าครับ

4️⃣ ไตรกลีเซอไรด์ไม่ใช่น้ำตาล แต่ช่วยฟ้องว่าระบบเผาผลาญเริ่มรวน

บางคนสงสัยว่า “ตรวจเบาหวาน แล้วดู TG ทำไม?”

เพราะเวลาร่างกายดื้อต่ออินซูลิน ตับมักสร้างและปล่อยไตรกลีเซอไรด์ออกมามากขึ้นครับ หลายคนจึงเจอพุง น้ำตาลเริ่มสูง HDL ต่ำ และ TG สูงมาด้วยกันเป็นชุด

TG ต่ำกว่า 150 mg/dL ถือเป็นเป้าหมายทั่วไปครับ แต่ถึงจะยังไม่เกิน 150 ก็ควรดูแนวโน้มด้วย เช่น จากเดิม 70 ขึ้นมา 140 พร้อมกับรอบเอวที่เพิ่มและน้ำตาลที่เริ่มขยับ แบบนี้ผมไม่อยากให้รอจนทุกค่าขึ้นสีแดงก่อนค่อยแก้

TG ยังสูงได้จากน้ำหวาน แป้งขัดขาว แอลกอฮอล์ น้ำหนักเกิน เบาหวานที่คุมไม่ดี โรคบางชนิด และพันธุกรรมครับ จึงใช้วินิจฉัยเบาหวานไม่ได้ แต่เป็นตัวช่วยบอกว่าระบบเผาผลาญกำลังเดินไปในทิศทางไหน

เวลาอ่านผลตรวจ อย่าดูแค่ว่า “ผ่านหรือไม่ผ่าน”

• FBS ดูน้ำตาลในเช้าวันที่ตรวจ

• HbA1c ดูค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 2–3 เดือน

• Fasting insulin ช่วยดูว่าตับอ่อนต้องหลั่งอินซูลินมากแค่ไหน แต่ต้องอ่านตามเกณฑ์แล็บและบริบท

• TG ช่วยสะท้อนภาพดื้อต่ออินซูลินและความเสี่ยงทางเมตาบอลิก

• ถ้าผลสองค่าไม่ตรงกัน แพทย์อาจให้ตรวจซ้ำหรือทำ OGTT ซึ่งเป็นการดื่มน้ำตาลแล้วตรวจอีกครั้งหลัง 2 ชั่วโมงครับ

• คนที่มีพุง ประวัติครอบครัวเป็นเบาหวาน เคยเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ความดันสูง ไขมันผิดปกติ หรืออายุมากขึ้น ควรตรวจตามคำแนะนำ แม้ยังไม่มีอาการครับ

เบาหวานไม่ได้เดินมาถึงหน้าบ้านแล้วเคาะประตูดัง ๆ เสมอครับ หลายครั้งมันเริ่มจากอินซูลินที่ต้องทำงานหนักขึ้น พุงที่ค่อย ๆ เพิ่ม TG ที่เริ่มสูง แล้วอีกพักหนึ่งน้ำตาลถึงค่อยตามมา เพราะฉะนั้นอย่ารอให้ FBS แตะ 126 แล้วค่อยดูแล ควรดูทั้งน้ำตาลอดอาหาร น้ำตาลสะสม อินซูลิน และไตรกลีเซอไรด์ไปพร้อมกัน เราจะเห็นปัญหาเร็วกว่า และมีเวลาปรับก่อนจะกลายเป็นเบาหวานจริง ๆ ครับ ใครมีคำถาม หรืออยากให้ผมเขียนความรู้เรื่องอะไรคอมเมนต์กันมาได้เลยนะครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...