โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'Zombie' เบื้องหลังเพลงร็อกระดับตำนาน คือการต่อต้านความรุ่นแรง

SpringNews

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

จากกระแสสุดไวรัล ของ 'เนเน่' สาวไทยวัย 16 ปี ที่โชว์เสน่ห์สุดร็อกบนเวที America's Got Talent ที่หยิบเอาเพลงระดับตำนานอย่าง 'Zombie' ของวง The Cranberries มาโชว์พลังเสียงจนเป็นไวรัลไปทั่วโลก น้ำเสียงที่ทรงพลังบวกกับการถ่ายทอดอารมณ์ที่เกินวัยของเธอ ไม่เพียงแต่ทำเอากรรมการและผู้ชมในฮอลล์อึ้งจนต้องลุกขึ้นปรบมือให้ แต่ยังสร้างปรากฏการณ์ไวรัลที่ถูกแชร์ไปทั่วโลกโซเชียลในชั่วข้ามคืน

กระแสความปังนี้ไม่เพียงแต่ทำให้คนทั่วโลกได้เห็นศักยภาพของคนเด็กไทย แต่ยังเป็นการปลุกชีพเพลงร็อกระดับตำนาน อย่าง 'Zombie'ให้กลับมาถูกพูดถึงอีกครั้ง
แต่รู้หรือไม่ว่า เพลง 'Zombie' ที่พวกเรารู้จักคุ้นหูกันไม่ได้เป็นการถ่ายพูดถึงเจ้าผีดิบ กินสมองคนแต่อย่างใด แต่เพลงนี้คือบทเพลงแห่งการต่อต้านการก่อการร้ายที่ถูกเขียนขึ้นมาจากคราบน้ำตาแห่งความสูญเสีย

เบื้องหลังเพลงร็อกระดับตำนาน คือโศกนาฏกรรมอันแสนเจ็บปวด

ย้อนกลับไปในช่วงความขัดแย้งทางการเมืองอันยาวนานในไอร์แลนด์เหนือ (The Troubles) เหตุการณ์สะเทือนขวัญได้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 มีนาคม ปี 1993 ที่เมืองวอร์ริงตัน ประเทศอังกฤษ ก่อนถึงวันแม่เพียงวันเดียว กลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดน (IRA) ได้ลอบวางระเบิดแสวงเครื่องที่ซ่อนไว้ในถังขยะเหล็กบนถนนย่านช้อปปิ้งที่มีคนพลุกพล่าน เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้มีผู้บาดเจ็บหลายสิบคน และพรากชีวิตเด็กชายผู้บริสุทธิ์ไปถึง 2 คน

เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจไปทั่วทั้งอังกฤษและไอร์แลนด์ รวมถึง โดโลเรส โอริออร์แดน (Dolores O'Riordan) นักร้องนำของวง The Cranberries ในขณะนั้นวงกำลังอยู่ในช่วงทัวร์คอนเสิร์ตที่อังกฤษพอดี เธอรู้สึกตกใจและเจ็บปวดอย่างมากที่เห็นเด็กบริสุทธิ์ต้องมาตกเป็นเหยื่อของสถานการณ์ทางการเมือง
โดโลเรสเริ่มแต่งเพลงนี้ตามลำพังด้วยกีตาร์โปร่งในยามดึกที่อพาร์ตเมนต์ของเธอในเมืองลิเมอริก (Limerick) แต่เมื่อเธอนำโครงสร้างเพลงไปซ้อมกับวงในห้องซ้อมเล็กๆ เธอกลับตัดสินใจหยิบกีตาร์ไฟฟ้าขึ้นมาและเหยียบเอฟเฟกต์เสียงแตก (Distortion) ให้ดังกระหึ่ม ซึ่งถือเป็นการฉีกแนวทางจากเพลงอินดี้ป็อปหวานๆ ที่วงเคยทำมา เธอต้องการให้เพลงนี้เป็นเพลงร็อกที่เกรี้ยวกราดและดุดันที่สุดเพื่อสะท้อนอารมณ์ของเธอออกมา

Zombie เพลงที่เต็มไปด้วยการตั้งคำถามและการประณามความรุนแรง

"Another head hangs lowly, child is slowly taken."
ประโยคนี้ไม่ได้ถูกเขียนขึ้นเพียงเพื่อความคล้องจอง แต่มันคือภาพสะท้อนความจริงอันโหดร้าย ภาพของการก้มศีรษะคือการไว้อาลัย และคำว่า ‘slowly taken’ หรือการถูกพรากชีวิตไปอย่างช้าๆ คือการพูดถึงเหยื่อวัย 12 ปี ที่จากไปจากการต้องนอนทนทรมานจากบาดแผลฉกรรจ์อยู่หลายวัน

"It's the same old theme, since nineteen-sixteen."
ประวัติศาสตร์บาดแผลถูกหยิบยกขึ้นมาอย่างตรงไปตรงมา ปี 1916 คือปีที่เกิดกบฏอีสเตอร์ จุดเริ่มต้นของการใช้กำลังอาวุธในหน้าประวัติศาสตร์ไอร์แลนด์ โดโลเรสกำลังตั้งคำถามที่จี้จุดสังคมว่า ทำไมความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมาเกือบร้อยปี ถึงยังถูกนำมาใช้เป็นข้ออ้างให้ผู้คนในยุคนี้เข่นฆ่ากันเอง?

"But you see, it's not me, it's not my family / In your head, in your head, they are fighting."
ท่อนที่ประกาศจุดยืนในฐานะคนไอริช โดโลเรสขอปฏิเสธความเกลียดชังนี้แทนคนธรรมดาทุกคน เธอต้องการสื่อว่าสงครามและความรุนแรงทั้งหมด มันไม่ได้มาจากความต้องการของประชาชน แต่มันเกิดขึ้นและวนเวียนอยู่แค่ในหัวของกลุ่มคนที่ฝักใฝ่อุดมการณ์สุดโต่งเท่านั้น

"Zombie, zombie, zombie-ie-ie."

ท่อนฮุกที่ทุกคนสามารถร้องตามกันได้ทั่วโลก คำว่า ‘ซอมบี้’ ไม่ได้หมายถึงผีดิบแบบในหนัง แต่มันคือคำด่าทอที่เจ็บแสบ ที่เป็นตัวแทนของการ ชี้หน้าด่ากลุ่มคนที่ถูกอุดมการณ์ทางการเมืองล้างสมอง คนที่สามารถวางระเบิดปลิดชีพเด็กบริสุทธิ์ได้อย่างเลือดเย็น ว่าแท้จริงแล้วพวกเขานั่นแหละคือผีดิบที่ไร้สติ ที่สูญสิ้นความเป็นมนุษย์ไปโดยสมบูรณ์

อีกหนึ่งองค์ประกอบที่ทำให้เพลงนี้ทรงพลัง คือเทคนิคการร้องตวัดเสียง (Yodeling) ในท่อน "Zom-bie-ie-ie" ที่หลายคนจดจำได้ดี เทคนิคนี้ไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อโชว์พลังเสียง แต่มันมีรากฐานมาจากวัฒนธรรมชาวไอริชโบราณที่เรียกว่า 'Keening' ที่เป็นประเพณีการร้องคร่ำครวญโหยหวนในงานศพ
โดโลเรสตั้งใจใช้เทคนิคนี้เพื่อจำลองอาการสะอื้นไห้ของครอบครัวผู้สูญเสีย และเมื่อนำเสียงร้องที่เปราะบางนี้ มาผสานกับเสียงกีตาร์และกลองที่กระหน่ำตี ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่แทนเสียงรถถังและระเบิด ผลลัพธ์ที่ได้คือความเศร้าโศกที่ถูกบิดให้กลายเป็นความโกรธแค้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ตลอดระยะเวลากว่า 3 ทศวรรษที่ผ่านมา ‘Zombie’ ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่า นี่ไม่ใช่เพียงผลงานดนตรีร็อกที่ประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์ แต่มันคือ ‘จดหมายเหตุ’ ที่บันทึกบาดแผลและประณามความรุนแรงได้อย่างทรงพลังที่สุดชิ้นหนึ่งของโลก

น่าตลกร้ายที่ข้อความต้านสงครามจากปี 1994 ยังคงสะท้อนภาพความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคมโลกปัจจุบันได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน การที่เพลงนี้ถูกนำกลับมาร้องใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า จึงไม่ใช่แค่การหยิบเพลงฮิตมาทำซ้ำ แต่มันคือการสืบทอดเจตนารมณ์เพื่อเตือนสติมนุษยชาติถึงราคาที่ต้องจ่ายให้กับความเกลียดชัง

ในท้ายที่สุด เมื่อเราเข้าใจมิติและบริบทที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังท่วงทำนองที่คุ้นเคย การฟังเพลงนี้ของเราคงเปลี่ยนไปจากเดิม ท่อน "Zombie, zombie, zombie-ie-ie" ที่เคยถูกตะโกนออกไป จะไม่ใช่แค่การปลดปล่อยอารมณ์ความสนุกตามจังหวะดนตรี แต่มันคือการเปล่งเสียงเพื่อรำลึกถึงทุกชีวิตที่สูญเสีย และตอกย้ำว่าเราจะไม่ยอมกลายเป็น ‘ผีดิบ’ ที่ด้านชาต่อความรุนแรงอีกต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...